หลังจากการประชุม retreat ของสภามหาวิทยาลัย ในวันที่ ๑ ธ.ค. ๕๕ ตกเย็นเขาพาไปเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยว ๒ ที่ ผมเลือกไปถ้ำกระแซ
ตกค่ำมีงานเลี้ยงต้อนรับ พร้อมกับคาราโอเกะตอนค่ำ-ดึก เป็นที่ชื่นมื่นทั่วกันแล้ว ทุกคนก็มุ่งมั่นชมทะเลหมอกที่จุดชมวิวของวิทยาเขตในเช้าวันรุ่งขึ้น
เขาจัดให้ผมนอนพักที่ห้องพักของวิมานดิน ห้อง A1 เช่นเดียวกับเมื่อ ๒ ปีที่แล้ว ที่ผมบันทึกไว้ ที่นี่ ดังนั้น เช้าวันที่ ๒ ธ.ค. ผมก็ออกไปวิ่งยืดเส้นยืดสายก่อนจะไปชมทะเลหมอก พอออกจากห้องพักผมก็ได้ยินเสียงนกร้องชื่นใจ ผมวิ่งออกไปตามถนนออกไปสู่ถนนด้านข้างพื้นที่มหาวิทยาลัย ที่แล่นไปสู่อำเภอไทรโยค มาตรวจสอบกับบันทึกเมื่อ ๒ ปีที่แล้ว พบว่า ผมวิ่งออกไปทางเดียวกันกับที่เคยวิ่งเมื่อ ๒ ปีที่แล้วนั่นเอง
พอเวลา ๖.๓๐ น. กรรมการสภาฯ และผู้บริหารมหาวิทยาลัยก็พร้อมกันออกไปชมทะเลหมอก ณ จุดชมวิว ซึ่งมีการสร้างระเบียงชมวิวยื่นออกไปจากไหล่เขา สะดวกต่อการชมวิวกว่าเดิมมาก
แต่วันนี้หมอกหนาเป็นพิเศษ จึงบังภูเขาไปเกือบหมด เห็นแต่หมอก ไม่ค่อยเห็นภูเขา วิวจึงไม่สวยเท่าที่ควร สู้เมื่อวาน (๑ ธ.ค.) ไม่ได้ เราไปถึงห้องประชุมเวลา ๙ น. เห็นหมอกกำลังสวย พาดผ่านทิวเขา
เช้าวันนี้อากาศเย็นสบายดีมาก ผมไปถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยว่าอากาศดีอย่างนี้มากี่วันแล้ว ได้รับคำตอบว่า ดีอย่างนี้ตลอดปี
นอกจากได้สดชื่นกับบรรยากาศและธรรมชาติแล้ว ตอนประชุม ทางวิทยาเขตได้เชิญผู้นำชุมชนมาร่วมให้ข้อมูล และข้อคิดเห็น แก่คณะกรรมการสภาฯ ด้วย คุณประทีป พงษ์วิทยภานุ อดีตประธานหอการค้ากาญจนบุรี (๒๕๔๖ - ๒๕๔๙) ได้มอบเอกสารชุดหนึ่งให้ผมมาอ่าน ทำให้ผมได้รับความรู้เรื่องลึกๆ เกี่ยวกับวิถีชีวิตที่ชายแดนหลากหลายด้าน ว่ามันไม่ได้ราบเรียบเหมือนชีวิตของผมในเมืองหลวง ที่นี่มีการกลั่นแกล้งข่มเหง เล่นพวก เอาเปรียบ กันมากมาย
อีกท่านหนึ่งที่มาร่วมให้ข้อมูลคือคุณทิวาพร ศรีวรกุล ผู้ได้รับยกย่องว่าเป็นปราชญ์ชาวบ้าน และมีจุดยืนอยู่เคียงข้างผลประโยชน์ของชาวบ้าน ในกรณีขัดแย้งกับนายทุนใหญ่
และอีกท่านหนึ่ง คุณ กำธร ล้อวงศ์งาม เจ้าของบ้านริมแควแพริมน้ำ ที่เราไปเห็นจากหน้าถ้ำกระแซ
วิจารณ์ พานิช
๓ ธ.ค. ๕๕
ทะเลหมอกถ่ายจากห้องประชุม วันที่ ๑ ธ.ค. เวลาประมาณ ๙ น.
ทะเลหมอก ถ่ายจากจุดชมวิว วันที่ ๒ ธ.ค. เวลา ๖.๔๐ น.
จุดชมวิว
จุดชมวิว
จุดชมวิว
ลานชมวิว
อีกมุมหนึ่งของลานชมวิว
แควไทรโยคที่หน้าถ้ำกระแซ
แควไทรโยคยามพลบ