ภาวะความแห้งแล้งที่กำลังคืบคลานพาลหาความเดือดร้อนให้พี่น้องเกษตรกรทีละน้อย โดยเฉพาะภาคอีสานที่รัฐบาลออกมาตรการให้หยุดการทำนาปลูกข้าวอย่างสิ้นเชิงในหลายจังหวัด ด้วยกังวลว่าจะทำให้ได้รับความเสียหายมากกว่าเดิมจากการที่ข้าวขาดน้ำกลางคัน เพราะชาวไร่ชาวนาจะเสียทั้งเมล็ดพันธุ์ ทั้งปุ๋ย ยา ฮอร์โมนที่ระดมโถมใส่เข้าไปในช่วงระหว่างที่มีการหว่านกล้าหรือปักดำ จึงต้องรีบประกาศให้ชาวนาที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติหยุดกิน เอ๊ยหยุดปลูกเสียแต่เนิ่น (แล้วชาวนาที่ประกอบอาชีพเกษตรเพียงอย่างเดียวจะทำอะไรกินระหว่างนี้ ยังไม่เห็นมีนโยบายอะไรที่เป็นรูปธรรมออกมารองรับ???)

ดังที่เคยเขียนไว้ในบทความก่อนๆแล้วว่า ประเทศไทยหาใช่เมืองน้ำโดยสิ้นเชิง เพราะจริงๆแล้ว เราแค่เพียงประสบพบเจอน้ำท่วมเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น หลังจากนั้นก็แทบจะพบว่า ในสถิติย้อนหลังไปสิบหรือยี่สิบปีมานี้ เราจะพบกับภาวะฝนแล้ง ดินแห้งเสียมากกว่า  เนื่องด้วยเราขาดการบริหารจัดการน้ำที่ดี เรามีน้ำฝนเฉลี่ยทั่วประเทศโดยประมาณ  1,500 มิลลิเมตรต่อปี แต่เราไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้มาก เนื่องจากเรามีเขื่อนและฝายต่างๆ น้อย จึงไม่สอดคล้องสัมพันธ์กับพื้นที่เพาะปลูกหรืออาชีพหลักของเกษตรกรไทย ซึ่งดำรงเลี้ยงชีพปลูกผักตากหญ้าทำนาเลี้ยงปากท้องผู้คนมาไม่รู้กี่ชั่วอายุคนด้วยน้ำและกสิกรรม

ปัญหาเนื่องด้วยเราจะสร้างเขื่อนก็กลัวว่าป่าไม้จะเสียหาย (โดยลืมคิดไปว่าสามารถปลูกใหม่ทดแทนได้ในพื้นที่อื่นๆ ที่เหลือ) เราจะสร้างเขื่อนก็กลัวว่าประชาชนบนพื้นที่เหนือเขื่อนจะลำบาก (เหตุผลส่วนหนึ่งรัฐไม่สามารถรับประกันพื้นที่ทำเกษตรและที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ให้พึงพอใจได้)  เราจะสร้างเขื่อนก็จะมีกลุ่มอนุรักษ์ที่รับเงินสนับสนุนจากต่างประเทศให้เข้ามาห่วง หวง แหนแทนคนไทยทั้งประเทศอย่างหน้ามืดตามัวกลัวคนไทยจะเสียป่าไม้ เสียทรัพยากร เสียระบบนิเวศน์ฯลฯ (ถ้าไม่มีคนเหลืออยู่เนื่องจากอดตายจากการขาดแคลนอาหารระบบนิเวศน์จะสมดุลย์อยู่หรือไหมหนอ?) จึงยังคงทำให้เมืองเกษตรกรรมยังคงต้องขาดแคลนแหล่งน้ำในการผลิต ยามที่ปริมาณน้ำฝนหล่นร่วงลงมาน้อยอยู่ร่ำไป จะแก้ไขอย่างไรก็ไม่พ้นการแก้ปัญหาแบบพายเรือในอ่าง เนื่องด้วยคงเป็นเพราะชาติตระกูลส่วนใหญ่เป็นเกษตร แต่มักบริโภคค่านิยมตามยุโรปและอเมริกา ซึ่งทำให้ขาดความสมดุล ไม่ตรงกับจริตแก่นแท้ของเรา ที่เป็นเมืองเกษตร ทำเกษตร ถนัดอาชีพเกษตรมากกว่าอย่างอื่นๆ แต่ไม่ยอมสร้างแหล่งกักเก็บน้ำ สระน้ำประจำไร่นา ซึ่งนำพามาซึ่งการมีแหล่งน้ำทำมาหากินอย่างยั่งยืน

มนตรี  บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com