ปลูกปราสาทอันสูงใหญ่ท่าม..กลางปลูกปราสาทน้อยขึ้นตามมุมทุกทิศ ...มีโขลนทวาร ชักระเบียงเชื่อมถึงกัน ปัก ราชวัติล้อมเป็นชั้นๆ มีลักษณะดุจ.. เขาพระสุเมรุ
เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๕ หมอเปิ้นได้ไปช่วยงานพระราชทานเพลิงศพของลูกน้องใน รพ.บ้านลาด .... ในงานศพมีการตั้ง “เมรุ” ... ซึ่งหมอเปิ้น คิดว่า ... ชาวจังหวัดเพชรบุรี ... ยังอนุรักษ์พิธีกรรมนี้ไว้ ... ซึ่งจะหาดูได้อยากขึ้นไปทุกทีนะคะ ....
ประชาชนในจังหวัดเพชรบุรีได้รับอนุญาตให้ตั้ง "เมรุศพ" ได้ ... ซึ่งตอนแรกหมอเปิ้นก็ไม่คอยเข้าใจมากนัก...ได้สอบถาม นพ. สมพนธ์ ..ว่า “ตั้งเมรุ” งานศพของประชาชน...ของชาวบ้าน...ของคนธรรมดา...หรือ ของข้าราชการ “ได้หรือ” .... ซึ่งปกติ...การตั้งเมรุ...เป็นการถวายพระเกียรติยศ ... สำหรับพระมหากษัตริย์ที่เสด็จสวรรคต ....
นพ. สมพนธ์ ... บอกว่า ... การตั้งเมรุ .... เป็นพิธีกรรมของคนเมืองเพชรบุรี .... ที่มีมาตั้งแต่ "สมัยสุโขทัย" ..... คนเมืองเพชรบุรีมีความเป็นช่างฝีมือ โดยเฉพาะ “การสร้างเมรุ” ...และยังสืบสานพิธีกรรมนี้มาตลอดจนทุกวันนี้ค่ะ .... เท่าที่ทราบ ... จังหวัดเพชรบุรีได้รับอนุญาต .... ให้ตั้งเมรุได้ (แต่ไม่หลักฐานบอกเป็นลายลักอักษร นะคะ)... เท่าที่หมอเปิ้นมาเป็นสะใภ้เมืองเพชร .... ก็ได้พบเห็นการสร้างเมรุ มาเกือบ 30 งานศพ นะคะ (หรืออาจจะมากกว่านี้ เฉลี่ยปีละ 1 ครั้งนะคะแต่บางปีก็พบมากกว่านี้นะคะ) ....
นพ. สมพนธ์ ... บอกอีกว่า .... สมัยก่อนช่างฝีมือเมืองเพชรมีมากและส่วนใหญ่เป็นพระที่จำพรรษาตามวัดต่างๆ เช่น วัดยางในอ.เมือง, วัดประดิษฐ์, วัดใหม่ประเสร็จ อ.บ้านลาด และถ้าใครจะจัดงานศพให้กับพ่อแม่ ... และอยากจะตั้ง “เมรุ” .... ก็มาติดต่อวัดที่มี “เมรุ" ของวัดนั้นๆ ... ติดต่อตามราคาที่จะทำได้ ... ตามฐานนะ ซึ่ง “เมรุ” มีหลายแบบนะคะ ... โดยสังเกตที่ยอดเมรุ มี 5 ยอด มี 7 ยอด และ 9 ยอด .... แต่ละยอดก็ขึ้นกับ ความต้องการ และราคา การค่าติดตั้ง ตามที่จะตกลงกัน .... ทางวัดก็จะมีช่างไปติดตั้งให้ ...ตามที่เจ้าภาพงานต้องการนะคะ
หมอเปิ้น ..... ได้ไป ค้นจากInternet พบว่า เมรุตามความหมายในพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง "ภูเขากลางจักรวาล มียอดเป็นที่ตั้งแห่งเมืองสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งเป็นที่ประทับของพระอินทร์" ซึ่งมีอีกความหมายคือ "เป็นที่เผาศพมีหลังคาเป็นยอด มีรั้วล้อมรอบ"
สำหรับ พระมหากษัตริย์ เรียกว่า พระเมรุมาศ สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์เรียกว่า
พระเมรุ และ ... สำหรับ...สามัญชน เรียกว่า "เมรุ" สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงวินิจฉัยใน สาส์นสมเด็จ 3
มี.ค. 2476 ไว้ว่า "เมรุ เห็นจะได้ชื่อ (จากการ) ปลูกปราสาทอันสูงใหญ่ท่ามกลางปลูกปราสาทน้อยขึ้นตามมุมทุกทิศ ...มีโขลนทวาร ชักระเบียงเชื่อมถึงกัน ปัก ราชวัติล้อมเป็นชั้นๆ มีลักษณะดุจ เขาพระสุเมรุ ตั้งอยู่ท่ามกลางมีสัตบริภัณฑ์ล้อม
จึงเรียกว่า พระเมรุ ทีหลังทำย่อลง ไม่มีอะไรล้อม เหลือแต่ยอดแหลมๆ ก็คงเรียกว่า
เมรุ"

จากหนังสือ "พระเมรุมาศ พระเมรุ และเมรุสมัยรัตนโกสินทร์"
ของ ศ.น.อ. สมภพ ภิรมย์ อธิบายไว้ว่า
ในความเชื่อแบบพราหมณ์ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นสมมติเทพซึ่งสถิตบนเขาพระสุเมรุ อันล้อมรอบด้วย เขาสัตบริภัณฑ์และ เมื่อจุติลงมายังมนุษยโลกเป็นสมมติเทพ ... เมื่อสวรรคตจึงตั้งพระบรมศพบนพระเมรุมาศ หรื อพระเมรุ ...เพื่อเป็นการส่งพระศพ
พระวิญญาณกลับสู่เขาสุเมรุดังเดิม
และ...นาวาอากาศเอกอาวุธ เงินชูกลิ่นอธิบายความเชื่อเรื่องเขาพระสุเมรุในวารสารอาสาไว้ว่า "เขาพระสุเมรุซึ่งเป็นที่สถิตย์ของเทพยดาทั้งหลาย
เมื่อเรามีคติความเชื่อว่า คนที่ตายแล้วจะกลับไปสู่สวรรค์... ความเชื่อเรื่องเขาพระสุเมรุมีพูดถึงในไตรภูมิเป็นเรื่องของภูมิจักรวาลซึ่งเป็นความเชื่อในพุทธศาสนามีลักษณะเป็นที่อยู่ของเทวดาตีนเขาเป็นป่าหิมพานต์"ทั้งนี้จากความคิดเรื่องนี้จึงได้จำลองพระเมรุมาศ พระเมรุ
เป็นเสมือนเขาพระสุเมรุและสัตบริภัณฑ์เพื่อส่งเสด็จสู่ทิพยพิมาน



ได้รับความรู้จากบันทึกนี้นะคะ ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ
โอโห พี่เปิ้นสวยมากๆๆเลย ฝีมือนะเนี่ย
สวัสดีค่ะ Dr. Ple
ขอบคุณค่ะพี่เปิ้ล ...งานฝีมือของชาวเมืองเพชรไม่เป็นรองใคร อย่างบ้านทรงไทยที่เห็นเมื่อนั่งรถเข้าอาณาเขตเมืองเพชร..เรียกได้ว่าศิลป์ ปราณีตมีีมาแต่ก่อนกาล ขนมหวานก็แสนจะีมีเอกลักษณ์ ครั้งนี้เลยได้รับความรู้เพิ่มว่า .เมรุ ..ก็ล้วนงานศิลป์ที่แทรกอยุ่ในวิถีของคนเพชรเลยละค่ะ ขอบคุณสะใภ้เมืองเพชรที่นำมาให้ชมกันค่ะ:-))
สรรพสิ่งมีเส้นทางของตัวเอง...
มาจากที่ใด คืนกลับที่นั่นเสมอ
ขอบพระคุณสาระความรู้-คติชนเกี่ยวกับ "เมรุ" และความงดงามในเชิงช่าง/ภูมิปัญญา นะครับ
ขอบคุณมากนะคะ พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ให้กำลังใจ ให้ข้อ Comment ดีๆ ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณที่นำเรื่องราวดี ๆ มาให้รับทราบค่ะ
สวัสดีค่ะ
ได้ความรู้มากมายจากบันทึกนี้ค่ะ
ขอบคุณเรื่องราวที่มีความหมายและความรู้คะ
พี่เปิ้นครับ รออ่านเรื่องที่พี่เปิ้นไปนำเสนอครับ