ได้อ่านสุนทรพจน์ในงานเลี้ยงรับรางวัลโนเบลของ ม่อเอี๋ยน (Mo Yan) เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมปี 2012 เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2012 ที่มีผู้แปลจากสุนทรพจน์นี้แปลจากภาษาจีน (https://www.facebook.com/photo.php?fbid=521900177827670&set=a.102980116386347.6688.100000230767938&type=1) ภาษาอังกฤษอ่านได้เว็บไซต์โนเบิลไพรส์ (http://www.nobelprize.org/nobel_prizes/literature/laureates/2012/yan-speech.html) ประทับใจมาก โดยเฉพาะข้อความที่แสดงความอ่อนน้อมถ่อมตน

  • "สำหรับผม ลูกชาวนาจากหมู่บ้านเกามี่ มณฑลซันตง ประเทศจีนอันไกลโพ้น ได้มายืนอยู่ในโถงระบือนามแห่งนี้ หลังจากได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ให้รู้สึกเหมือนอยู่ในเทพนิยาย ทว่า มันเป็นจริงอย่างไร้ข้อสงสัย"
  • "ประสบการณ์หนึ่งเดือนหลังจากได้รับรางวัล ทำให้ผมได้รู้ถึงอิทธิพลอันยิ่งใหญ่ของรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม และความสำคัญของมัน ผมเฝ้ามองทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ด้วยสายตาเยือกเย็นของคนนอก นี่คือโอกาสอันหาได้ยากยิ่งในการเข้าใจโลก และยิ่งเป็นโอกาสอันดีที่จะได้รู้จักตัวเอง"
  • "ผมรู้ดียิ่งว่าในโลกนี้มีนักเขียนจำนวนมากที่คู่ควรจะได้รางวัลนี้ และคู่ควรยิ่งกว่าผมด้วย"

มอเอี๋ยนให้ความหมายของวรรณกรรมว่า คือ "ศักดิ์ศรีของมนุษย์"

  • "วรรณกรรมมีอิทธิพลต่อกรณีพิพาททางการเมืองและวิกฤตเศรษฐกิจของโลกน้อยมาก แต่ความหมายของมันต่อมนุษยชาตินั้นมีมายาวนาน ยามที่เรามีวรรณกรรม เราอาจไม่เห็นความสำคัญของมัน แต่เมื่อไม่มีวรรณกรรม ชีวิตของมนุษย์จะหยาบช้าป่าเถื่อน ดังนั้น ผมรู้สึกภูมิใจในอาชีพของตนและรู้สึกว่าเป็นงานหนักยิ่ง"

มอเอี๋ยนกล่าวคำแสดงมุทิตาจิต ความประทับใจ และคำขอบคุณได้ไพเราะมาก

  • "ผมอยากถือโอกาสนี้แสดงความเคารพอย่างสูงต่อสมาชิกแห่งบัณฑิตยสถานสวีดิช ผู้ยึดมั่นในความเชื่อของตน ผมเชื่อว่า นอกจากวรรณกรรมแล้ว จะไม่มีสิ่งใดสั่นคลอนพวกท่านได้"
  • "ผมยังอยากแสดงความนับถือต่อนักแปลจากประเทศต่างๆ ผู้ได้แปลงานของผม หากปราศจากพวกท่าน ก็ไม่อาจมีสิ่งที่เป็นวรรณกรรมโลก งานของพวกท่านคือสะพานที่ช่วยให้ประชาชนได้เข้าใจและเคารพกันและกัน"
  • "ผมไม่อาจลืมการสนับสนุนและการช่วยเหลือที่ครอบครัวและมิตรสหายให้ผม ปัญญาและมิตรภาพของพวกเขาเปล่งประกายอยู่ในงานของผม"
  • "ผมใคร่ขอขอบคุณเป็นพิเศษต่อญาติพี่น้องที่บ้านเกิดเกามี่ ซันตง ประเทศจีนของผม ผมเป็นมา เป็นอยู่ และจะเป็นคนหนึ่งในหมู่พวกท่านตลอดไป ผมใคร่ขอขอบคุณผืนดินอันอุดมที่ให้กำเนิดและเลี้ยงผมมาด้วย ภาษิตว่า ดินน้ำอย่างไรเลี้ยงคนอย่างนั้น ผมจึงเป็นคนเล่าเรื่องที่ดินน้ำผืนนั้นเลี้ยงมาจนโต งานทั้งหมดของผม ล้วนทำเพื่อตอบแทนบุญคุณของท่าน"

ผมชอบมอเอี๋ยนตรงที่เขาไม่กล่าวอ้างว่างานวรรณกรรมที่เขาสร้างสรรค์ขึ้นนั้นเป็นของเขาคนเดียว เขาเพียงแต่สะท้อนความรู้ ปัญญา ความจริง ความงามต่างๆ ของผู้คนจำนวนมากโดยเฉพาะญาติพี่น้องที่บ้านเกิด ครอบครัว มิตรสหาย รวมทั้งผืนแผ่นดินและน้ำที่เลี้ยงเขาจนเติบโตมา รวมทั้งการสะท้อนค่านิยมและคุณธรรมว่าด้วยความกตัญญูตามที่ชาวตะวันออกให้ความสำคัญ

สุรเชษฐ เวชชพิทักษ์
๑๒ ธ.ค.๕๔