รำพึงรำพันในวันสิทธิมนุษยชนโลก : ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
เช้าวันที่ ๙ ธ.ค. ๕๕ ระหว่างวิ่งออกกำลังตอนเช้า ผมฟังวิทยุ 101 สัมภาษณ์คุณสุนี ไชยรส จึงรู้ว่าวันที่ ๑๐ ธ.ค. นอกจากเป็นวันรัฐธรรมนูญแล้ว ยังเป็น วันสิทธิมนุษยชนสากล อีกด้วย
ผมจึงถือโอกาสศึกษาหาความรู้เรื่องสิทธิมนุษยชน และมีความรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องอุดมการณ์ ที่เรามุ่งมั่นเข้าถึง แต่สังคมไทยยังอยู่ระหว่างการเดินทางไกล เพราะแค่ประโยคว่า จากปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนข้อ 1 กล่าวว่า "มนุษยทั้งหลายทั้งหลายเกิดมามีอิสระเสรีเท่าเทียมกันทั้งศักดิ์ศรีและสิทธิทุกคนได้รับการประสิทธิ์ประสาทเหตุผลและมโนธรรมและควรปฏิบัติต่อกันอย่างฉันพี่น้อง" ผมก็มองว่ายังมีช่องโหว่ในสังคมไทยของเรา ผมสนใจคำว่า “ทุกคนได้รับการประสิทธิ์ประสาทเหตุผลและมโนธรรม”
“ทุกคนได้รับการประสิทธิ์ประสาทเหตุผลและมโนธรรม” ตามความเข้าใจของผม หมายถึงการศึกษา เป้าหมายสำคัญที่สุดของการศึกษาควรอยู่ตรงนี้ คือ ได้รับการพัฒนาจิตใจให้มีเหตุผลและมโนธรรม สิทธิมนุษยชนควรเน้นที่โอกาสได้รับการพัฒนานี้อย่างเท่าเทียมกัน แต่การศึกษาของเรายังไม่ได้เน้นตรงนี้
ผมตีความว่า หัวใจของศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์/สิทธิมนุษยชน อยู่ที่โอกาสได้เรียนรู้พัฒนาตนเองในด้านต่างๆ ในสมัยใหม่ ที่เรียกว่า “การเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ ๒๑”
ผมสนใจเรื่อง “ศักยภาพ” ของความเป็นมนุษย์ และมีความเห็นว่าคนไทยจำนวนมากขาดโอกาสพัฒนาตนเองให้เต็มศักยภาพ พูดอย่างนี้น่าจะผิด น่าจะเป็นว่า คนไทยทุกคนขาดโอกาสพัฒนาตนเองให้เต็มศักยภาพ ยกตัวอย่างตัวผมเอง ซึ่งถือว่าชีวิตดีล้นเหลือ ไม่เคยคิดว่าชีวิตจะดีขนาดนี้ แต่ก็ยังจัดได้ว่าผมขาดโอกาสพัฒนาตนเองหลายด้านในตอนเป็นเด็ก โดยเฉพาะด้านศิลปะ
ผมจึงสนใจวิธีการส่งเสริมให้คนไทยรุ่นหลังได้มีโอกาสพัฒนาตนเองให้ใกล้ศักยภาพที่มี และสนใจเรื่องการปฏิรูปการเรียนรู้/การศึกษา ผมเชื่อว่าในปัจจุบัน คนไทยพัฒนาตนเองได้เพียงราวๆ ๓๐% ของศักยภาพที่มีเท่านั้น เป็นการขาดสิทธิมนุษยชนแบบแฝงหรือ เป็น “ประเด็นเย็น” ไม่เป็น “ประเด็นร้อน” อย่างเรื่องสิทธิมนุษยชนที่เกิดจากมนุษย์เอาเปรียบกัน
ผมเชื่อว่า ข้อขัดแย้งด้านสิทธิมนุษยชนที่เป็น “ประเด็นร้อน” ก่อผลเสียหายแก่มนุษยชาติ เพียงครึ่งเดียวของผลเสียหายที่เกิดจาก “ประเด็นเย็น” เพราะผมเชื่อว่า หากเราพัฒนา “ประเด็นเย็น” ได้ดีถึงขนาด มนุษย์เราก็จะลดความมุ่งเอาเปรียบกัน ช่วยลด “ประเด็นร้อน” ไปในตัว กล่าวอย่างนี้จะดูเพ้อฝันเกินไปหรือเปล่าก็ไม่ทราบ
วิจารณ์ พานิช
๑๐ ธ.ค. ๕๕
คนไทยทุกคนขาดโอกาสพัฒนาตนเองให้เต็มศักยภาพ ...... ขนาดท่าน อจ.หมอ ยังขาด ด้านศิลปะ .... ที่จะจรรโลงชีวิตให้มีสีสรรค์
ท่านอจ. กล่าวมา ถูกหมด นะคะ
สวัสดีค่ะ หนูเห็นด้วยค่ะ
อ่านบันทึกนี้ของอาจารย์ แล้วนึกถึงเพลงนี้ครับ ขอบคุณครับ