วันอาทิตย์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2555

กราบสวัสดีค่ะครู

  เช้านี้หนูตื่นมาตั้งแต่ตีหนึ่งสี่สิบสี่ ภาวนาแล้วก็มานั่งเขียนบันทึกจนตีสา ชวนน้องภัสไปทำกับข้าว แรก ๆ ก็สบาย ๆ แต่พอตีสี่สมาชิกเริ่มมาเยอะ ข้างในหนูมีอาการปั่นป่วนอย่างบอกไม่ถูก  กว่าจะทำเสร็จก็หกโมงสี่สิบ รู้สึกล้าทั้งหนูและน้องแทบไม่อยากขึ้นลานธรรม แต่มันก็คือกิเลส พอได้เวลาชวนน้องไปทำหน้าที่ ที่ลานธรรมคนเยอะ มานึกย้อนหนูแทบจำเทศนาหลวงปู่ไม่ได้เลย แต่กลับจำสิ่งที่จิตเพ่งโทษได้ก็เป็นเรื่องเศร้าใจกับตนเองเจ้าค่ะ

  เหมือนวันนี้ทำงานทั้งวัน ทั้งๆที่รับข้าวเสร็จครูเมตตาบอกว่า “ทำอะไรก็ได้ตามสบาย บ่ายโมงค่อยออกมา”

หนูตั้งใจจะเย็บเสื้อแม่ชีให้เสร็จ และสอนน้องตัดซับใน แต่น่าอนาจหนูลืมเอาตีนผีของจักรมา จบข่าว แทบทรุดกับนิสัยที่ยังไม่ได้แกคือ ขี้ลืม งานนี้ไม่ได้ในหัวหนูก็จะไปดึงงานอื่นๆขึ้นมาให้ทำ ครูค่ะเหมือนมันมีขี้เยอะแล้วหยุดไม่ได้

  พอบอกครูครูก็เมตตา แล้วก็ให้โอกาสให้หนูได้นวดประคบให้ แต่ก็ดูเหมือนไม่ค่อยโอเคเพราะหนูเป็นล้าๆไม่นิ่ง

บ่ายๆทำเฉาก๊วย เตรียมกับข้าว แล้วครูก็พา พี่นาง หนูและน้องภัส ไปกราบหลวงปู่ ได้เดินออกไปทางหนองไคร้ ที่กำลังขุดก่อสร้าง อากาศสบายมาเลยเจ้าค่ะ แล้วก็มากราบหลวงปู่พร้อมถวายปานะที่กุฏิท่าน สิ่งที่ได้จากการฟังเทศน์คือ ได้ย่ำกับตนเองว่า อย่าประมาทให้เร่งทำ ภาวนา เจ้าค่ะ

  กลับเข้ามารู้สึกล้าแต่ครูยังต้องไปสอนต่อ หนูแวะเข้ามาจัดการสแลน แล้วก็ได้พักกับตนเอง แต่พอจะเข้าห้องน้ำครูมาพอดี ได้โอกาสนวดประคบ ถวายครู โดยมีน้องภัสคอยช่วย เป็นอะไรที่ดีมากเลยค่ะ ได้โอกาสทำสิ่งต่าง ๆ แม้วันนี้หน้าต่จะล้าๆ เพราะใช้แรงกายเต็มพิกัด แต่ก็รู้สึกดีที่ได้ทำเต็มที่ส่วนผลที่ออกมาก็ตามกำลังสติปัญญาที่ยังมีน้อย

กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ ศีลอย่างหยาบคงจะพอได้ แต่อย่างละเอียดหลายครั้งก็ยังงอนครู แต่สุดท้ายก็พยายามกำหนดรู้กับตนเองแบบมองเข้าไปในความรู้สึกเจ้าค่ะ