ความอดทน

  ความอดทนคือสิ่งที่มีค่าที่สุดของนักต่อสู้ชีวิต นักต่อสู้ชีวิตจำนวนมากที่ประสบกับความสำเร็จของชีวิต ส่วนใหญ่พวกเขาก็ไม่ได้เป็นคนเก่ง หรือเป็นคนที่มีความสามารถสูง หรือเป็นคนที่มีมันสมองเป็นเลิศฉลาดปราดเปรื่องอัจจริยะมากกว่าเรา  พวกเขาก็เป็นคนธรรมดาเหมือนเราเพียงแต่การที่เขาสามารถค้นพบกับความสำเร็จใน ชีวิตได้ มีความเจริญก้าวหน้าและสามารถไข่วคว้าเป้าหมายแห่งความสำเร็จในชีวิตได้ มีความสุขสบายในชีวิตอย่างที่ตัวเองต้องการ ก็เป็นแค่เพียงเพราะว่าเขามีความอดทนมากกว่าเราเท่านั้นเอง นักต่อสู้ชีวิตสามารถข้ามผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบากมายืนอยู่ในจุดที่มีความ สุขสบายใจได้ เพียงแค่อาศัยความอดทนมากเป็นพิเศษ

  เมื่อพูดถึงนักต่อสู้ชีวิตกับความอดทนแล้ว มันทำให้ฉันอดคิดถึงเรื่องราวของคนญี่ปุ่นไปไม่ได้เสียจริงๆ เพราะนักต่อสู้ชีวิตอย่างญี่ปุ่น เขาได้แสดงให้ทุกคนในโลกนี้ได้เห็นแล้วว่าความอดทนคือเป้าหมายแห่งความ สำเร็จของพวกเขา ตอนที่ฉันได้รับทุนไจก้าซึ่งเป็นทุนของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ได้คัดเลือกผู้นำ เยาวชนไทยไปรับการฝึกอบรบและดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น สาขาที่ฉันได้รับคัดเลือกไปมันเป็นสาขาบริหารงานกิจการท้องถิ่น ตลอดเวลาของการฝึกอบรมสิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันทราบว่าหัวใจหลักสำคัญในการพัฒนา ประเทศญี่ปุ่น นั้นก็คือ “ความอดทน”

  ความอดทน ถูกปลูกฝังให้กลายเป็นวัฒนธรรม ที่หล่อหลอมให้คนญี่ปุ่นมีความเป็นระเบียบวินัย มีความซื่อสัตย์และความรับผิดชอบภายใต้ความอดทนนั้นเอง คนญี่ปุ่นจึงดูสุขุมเยือกเย็นไม่รุ่มร้อน ทั้งนี้เพราะพวกเขาต่างก็ได้ตระหนักถึงความสำคัญของความอดทนที่จะนำพาตนไป สู่ความสำเร็จแห่งชีวิตได้นั้นเอง ดังนั้นความอดทนจึงกลายเป็นวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นที่จะช่วยกันหล่อหลอมเด็ก และเยาวชนของพวกเขาให้มีวัฒนธรรมแห่งความอดทน ปัจจุบันนี้ความอดทนจึงกลายเป็นวัฒนธรรมที่ดีงามของคนญี่ปุ่นไปเสียแล้ว

  หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสงบลงแล้ว ญี่ปุ่นแพ้สงคราม การพ่ายแพ้ในครั้งนั้นทำให้ญี่ปุ่นต้องพบกับความสูญเสียมากมายแม้กระทั่ง อิสรภาพและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนญี่ปุ่นที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ ความอดยากของคนญี่ปุ่นในสมัยนั้นที่อดแม้กระทั้งไม่มีข้าวที่จะกิน อดยากมากถึงขั้นที่ต้องกินแอ๊ปเปิ้ลประทั่งชีวิต เพราะพื้นที่ของญี่ปุ่น 60 เปอร์เซ็นต์เป็นพื้นที่ของป่า และแอ๊ปเปิ้ลที่ขึ้นตามภูเขาตามป่าเหล่านี้เองที่ประทั่งชีวิตของคนญี่ปุ่น ไว้ ความยากจนถึงขั้นลำบากของคนญี่ปุ่นที่ไม่มีข้าวกินในช่วงเวลานานนับแรมปี จากปีแล้วปีเล่าที่ในมือของพวกเขามีแต่แอ๊ปเปิ้ล

  ความอดทนของผู้นำฝ่ายรัฐบาลในช่วงนั้น ถือเป็นกลยุทธสำคัญที่นำพาญี่ปุ่นให้ข้ามผ่านสิ่งเลวร้ายเหล่านั้นไปได้ รัฐบาลได้สร้างขวัญกำลังใจให้คนญี่ปุ่นจงมีความอดทนที่จะกินแอ๊ปเปิ้ลประ ทั่งชีวิตต่อไปนานนับแรมปี และได้แต่งเพลง “แอ๊ปเปิ้ล” ขึ้นมา มีเนื้อเพลงที่กล่าวไว้ว่า “ในมือของฉันนั้นมีแต่แอ๊ปเปิ้ล เงยหน้ามองฟ้าก้มมาดูดิน แต่ในมือของฉันนั้นมีแอ๊ปเปิ้ล แอ๊ปเปิ้ล แอ๊ปเปิ้ล ชีวิตฉันนั้นมีแอ๊ปเบิ้ล”  แอ๊ปเบิ้ลคือความหวังของคนญี่ปุ่นและบวกกับความอดทนที่จะกินแอ๊ปเปิ้ลแทน ข้าวต่อไปนานนับแรมปี ในที่สุดความอดทนของคนญี่ปุ่นจึงกลับมาสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จอีกครั้ง

  หลายคนอาจจะคิดว่าญี่ปุ่นถึงจะแพ้สงครามไปอย่างย่อยยับไปแล้วแต่ยังไงก็ยัง คงความเจริญมากกว่าบ้านเราเมืองเรา ฉันอยากจะบอกกับทุกคนว่ามันไม่เป็นความจริงเลยเพราะจากสภาพความเสียหายของ ญี่ปุ่นที่ถูกบันทึกไว้ กับ วิดีโอ ชุดแอ๊ปเปิ้ล ที่ช่วยประทั่งของพวกเขา ที่รัฐบาลญี่ปุ่นเก็บบันทึกไว้ในสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนั้นของพวกเขา แล้วได้นำออกมาให้พวกเราได้ชมกัน ณ.ห้องฝึกอบรบที่ Room. 12 JICA Tokay  จะเห็นได้ว่านั้นแหละคือความอดทนของคนญี่ปุ่นเขาที่กลายมาเป็นวัฒนธรรมใน วันนี้ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ดีที่เราควรจะเอามาเป็นตัวอย่างใช้นะคะ

  พูดถึงความอดทนแล้ว อีกประเทศหนึ่งที่ฉันเคยไปนั้นคือ ประเทศมาเลยเซียกับอาณาจักรเก็นติ้ง ไอช์แลน์ ของคุณหลิมโกตง ถ้าพูดถึงอาณาจักรนี้ทุกคนต่างก็ทราบดีถึงความยิ่งใหญ่ของเขา หลิมโกตง แต่มีใครจะรู้ถึงเบื้องหลังของคุณหลิมโกตง นี้หรือไม่ว่ากว่าที่เขาจะสร้างอาณาจักรนี้มาได้ต้องใช้เวลานานถึง 13 ปี และอาณาจักรนี้จบลงได้เพราะมีคนไทยใจดี อย่างท่าน ชิน โสภณพานิช ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศในขณะนั้นที่ได้อนุมัติเงินกู้หลายหมื่นล้านให้ กับท่านหลิมโกตง หลิมโกตงบอกว่าเขาต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างสูงและรอคอยอย่างช้าๆๆ กว่าจะได้มันมา

  เห็นไหมว่าเบื้องหลังแห่งความสำเร็จของคนเราส่วนใหญ่ได้มาจากความอดทนจริงๆ นักต่อสู้ชีวิตอย่างเราละทำอย่างไรถึงจะพบกับความสำเร็จของชีวิตได้ ในเมื่อชีวิตของเรามีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกันไป คนเราส่วนใหญ่เมื่อเจอกับปัญหาและอุปสรรคของชีวิตมักเกิดอาการจิตตกขึ้นมา ชอบวิตกกังวลไปเรื่อยคิดไรเรื่อยเปื่อยเหมือนคนขาดสติ เมื่อเป็นแบบนี้แล้วมักจะใช้ใจเดิน ทำให้ใจรุ่มร้อนจนขาดความอดทนที่จะรอคอยและพบกับความล้มเหลวผิดพลาดอยู่ร่ำ ไป

 เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเราจะต้องรู้จักการเปลี่ยนแปลงตัวเองเสีย ใหม่นะคะ เปลี่ยนความคิดเสียใหม่เปลี่ยนจากใจที่รุ่มร้อนเป็นใจที่สุขุมเยือกเย็น รู้จักการรอคอย รู้จักกับความอดทน Change เท่านั้นที่จะนำเราไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น หัดเป็นคนที่มีความอดทนมากเป็นพิเศษเพื่อชัยชนะข้างหน้าที่รอเราอยู่เช่นกัน และสร้างวัฒนธรรมแห่งความอดทนไว้ให้กับสังคมไทย สร้างวัฒนธรรมที่ดีนี้ไว้ให้กับตัวเอง การเปลี่ยนแปลงเท่านั้นที่จะนำเราไปสู่เป้าหมายเพราะชีวิตคือการเปลี่ยน แปลงอยู่ร่ำไปสรรพสิ่งล้วนเปลี่ยนแปลงอย่าไปยึดติดไว้ การเปลี่ยนแปลงสิ่งหนึ่งย่อมนำพาอีกสิ่งหนึ่งมาเสมอ ทุกการกระทำย่อมมีผลของมัน ลองเปลี่ยนแปลงตัวเองให้มาเป็นคนที่มีความอดทนมากเป็นพิเศษกันดีกว่า เพื่อการเป็นนักสู้ชีวิตอย่างแท้จริง และความสำเร็จก็จะเป็นของคุณอย่างเช่นเดียวกัน