☺ค่าของคน
ถ้าเราจะ ถามว่าคนที่มีค่ามากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับอะไร แล้วเอาอะไรมาวัดความเป็นคุณค่าของคน ค่าของคนอยู่ที่ผลของงานใช่หรือไม่ หรือว่าอยู่ที่ความดีงาม การที่คนเราจะมีชีวิตที่ดีงามได้ เราจะต้องศึกษาฝึกฝนพัฒนาตัวเองให้ดี ๆ ขึ้นไป ในระบบการดำเนินชีวิตของเรานั้น ซึ่งประกอบไปด้วยพฤติกรรม จิตใจ สติ ปัญญา สิ่งเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องได้รับการฝึกฝนและพัฒนา เมื่อเราฝึกฝนแล้วพัฒนาแล้ว ย่อมทำให้การดำเนินชีวิตของเราดีขึ้น แต่ถ้าเราไม่เรียนรู้ ไม่ฝึกฝนพัฒนาตัวเองทั้งด้านร่างกายและจิตใจเสียแล้ว เราจะดำเนินชีวิตให้ดีไม่ได้เลย ทั้งนี้เพราะชีวิตเราเป็นชีวิตที่ถูกกำหนดให้มาพบกับการเปลี่ยนแปลง และเป็นชีวิตที่เปลี่ยนแปลงตลอดการ สรรพสิ่งที่ก่อเกิดและเข้ามาในชีวิตเราย่อมเปลี่ยนแปลงเป็นที่สุด
ถ้า เราไม่เรียนรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของชีวิตแล้ว เมื่อนั้นเราจะมีปัญหาและอุปสรรคของชีวิตเข้ามาทันทีและสะสมรวมกันกลายเป็น ความทุกข์ใจไปที่สุด จะเห็นได้ว่าท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่หลายคนมักมองว่าสิ่งเหล่านั้นที่ เปลี่ยนแปลงคือปัญหาและอุปสรรของชีวิต น้อยคนมากนักที่จะเข้าใจและมองว่าอุปสรรและปัญหาของชีวิตคือการเปลี่ยน และมองการเปลี่ยนนั้นเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามีความหมายที่ทำให้ตัวเองได้เรียน รู้ได้สร้างคุณค่าให้กับตัวเองไปพร้อมๆกับการเรียนรู้ ค่าของคนอยู่ที่การเรียนรู้ใช่หรือไม่?
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจะเห็น ได้ว่า การดำเนินชีวิตที่ดีของคนเรานั้น จึงเป็นการดำเนินชีวิตพร้อมไปด้วยกันกับการเรียนรู้ ชีวิตจริงคนเรานั้นต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่น กัน เราเรียกว่าเป็นการที่เราอยู่อย่างมีสตินั้นเอง เพราะชีวิตที่ดี คือ ชีวิตแห่งการเรียนรู้ รู้เพื่อนำไปพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น จึงเป็นชีวิตที่สร้างสรรค์ ทุกการเรียนรู้ไม่เคยสูญเปล่า ยิ่งหากเราเรียนรู้ได้มาก ก็ยิ่งทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม เป็นชีวิตที่มีคุณค่า อาจกล่าวได้ว่า ค่าของคน อยู่ตรงที่ ความดีงามของชีวิตเรานั้นเอง เพราะชีวิตที่สร้างสรรค์ย่อมก่อเกิดผลประโยชน์แก่ตัวเองและสังคมประเทศชาติ สืบไป
ความพิเศษของคนอยู่ตรงที่มีความสามารถในการเรียนรู้และฝึกฝน พัฒนาได้ แล้วถามว่าเราจะฝึกฝนพัฒนาตัวเองไปถึงไหนกัน? คำตอบก็คือพัฒนาไปจนเต็มสุดศักยภาพของความเป็นมนุษย์ หรือเท่าที่ความเป็นคนดีจะไปให้ถึงได้ คนเราทุกคนที่เกิดมาย่อมมีดีมีชั่วติดตัวด้วยกันทั้งนั้น แต่จะมีมากมีน้อยก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลที่จะเรียนรู้และฝึกฝนพัฒนาจิตใจ ตัวเองเช่นกัน และมนุษย์เราการที่ชำระจิตใจให้สะอาดแล้ว ย่อมเป็นบุคคลที่พร้อมไปด้วยคุณธรรม ที่เต็มไปด้วยจิตใจดีกายดีคิดดีทำดี และมีชีวิตอยู่เพื่อผู้อื่นเสมอ การให้และการแบ่งปันตลอดจนถึงการบริการถือเป็นปัจจัยพื้นฐานแห่งความดีงาม
อัน ที่จริงแล้วความดีเป็นเรื่องที่ใคร ๆ ก็ทำกันได้สร้างกันได้อย่างง่ายดาย เริ่มจากที่ตัวเราแค่เพียงแบ่งปันน้ำใจเล็ก ๆ น้อยให้กับคนรอบข้างของเรานั้นเอง เช่น การแบ่งปันรอยยิ้ม น้ำตาและเสียงหัวเราะ สิ่งเหล่านี้มันมีอยู่แล้วในตัวตนของเราไม่จำเป็นต้องไปซื้อหามา เมื่อให้ไปแล้วเราเองก็ไม่ขาดทุนแต่กลับได้กำไรคือมิตรภาพที่สวยงามที่มีคุณ ค่ากลับคืนมา แต่ถ้าการให้ที่ลงทุนนิดหน่อยด้วยการออกแรง เช่นการช่วยทำอะไรให้คนอื่นด้วยจิตใจของการให้และบริการ มันก็เป็นการให้ที่ทุกคนก็สามารถหยิบยื่นให้แก่กันและกันได้อย่างง่ายดาย คนที่ให้ย่อมมีความสุขมากกว่าการได้รับ และการให้ที่เป็นการช่วยเหลือย่อมมีความสุขมากกว่า
คนที่ศรัทธาในความ ดี และยึดมั่นถือมั่นอยู่ในความดี จะมีความสุขกับชีวิตมากกว่าคนปกติทั่วไป เพราะที่ตรงนั้นเขามีความสุขไปเสียแล้วที่ใจของการได้ให้และได้ทำดีนั้นเอง ทุกวันนี้คนเราส่วนใหญ่ที่ทุกข์ๆกันอยู่ ก็เพราะอยู่ที่วิธีคิดนั้นเอง เขาจึงบอกกันว่าให้คิดดีทำดี คิดในแง่บวกนะเราจะได้ไม่ทุกข์ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วความทุกข์มาจากการคิดในแง่ลบนั้นเอง หรือความทุกข์มาจาการการเป็นคนคิดมากนั้นเอง ดังนั้นเราจะต้องคิดมันให้พอดีๆ นะคะ อย่าได้ไปเที่ยวคิดวกวนคิดแล้วคิดอีก คิดจนกลายเป็นการฟุ้งซ่านนั้นเอง หยุดคิดแล้วชีวิตจะพบสุข ไม่เชื่อท่านลองทำดูว่าหยุดคิดแล้วจะพบกับความสุขไหม เมื่อหยุดคิดแล้วเราจะพบกับความสงบสุขไหม เพราะไม่มีความสุขใดเท่ากับความสงบของจิตใจที่สงบนิ่งได้อีกเลย
การ คิดในแง่บวกช่วยให้เราสามารถประสบกับความสำเร็จของชีวิตได้ง่ายขึ้น เพราะมันมีพลังที่เป็นแรงผลักดันให้เราได้ก่อเกิดความสร้างสรรค์ ชีวิตที่สร้างสรรค์ย่อมเป็นชีวิตที่มีคุณค่าต่อตัวเองและสังคมประเทศชาติ อยู่เสมอ ดังนั้นนักคิดที่ประสบกับความสำเร็จของชีวิตมาจากความคิดเชิงบวกนั้นเอง เพราะคิดแล้วใจเราก็ไม่ทุกข์ วิธีการกำจัดความทุกข์ง่ายๆได้มาจากความคิดนั้นเอง คนเราเวลาเจอปัญหาและอุปสรรคของชีวิตเรามักมองทุกอย่างเป็นปัญหาไปหมดแล้ว เข้าใจว่าปัญหาทั้งหมดนั้นคือความทุกข์ อันแท้จริงแล้วความทุกข์จะไม่มีถ้าเราไม่ไปคิดถึงมัน ลองฝึกฝนความคิดที่ไม่ทุกข์ด้วยการหยุดคิดและหันมาคิดบวกนั้นเอง
คน เราจะอะไรก็แล้วแต่ที่สุดแห่งชีวิตแล้ว ก็หนีไปไม่พ้นแห่งการเปลี่ยนแปลงของชีวิต เพราะชีวิตคือการเปลี่ยนแปลงตลอดกาล เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเราจะทำอย่างไรให้ตัวเองได้มีความสุขกับชีวิตแห่งกาล เปลี่ยนแปลงตลอดกาลของเรานั้นได้ มันก็ต้องอาศัยการฝึกนั้นแหละที่จะช่วยให้เราเข้าใจชีวิตมากขึ้น เราต้องเรียนรู้ที่จะฝึกฝนมัน เพราะนี่คือคุณสมบัติพิเศษที่อยู่ติดตัวเรามาแต่เกิดแล้ว จากเล็กจนโตเราค่อย ๆ เรียนรู้ และพัฒนาตัวเองอยู่เป็นเสมอในทุก ๆ เรื่อง ในเมื่อเราเรียนรู้และฝึกฝนได้ ทำไมเราไม่หันมาเรียนรู้และฝึกฝนตนในการพัฒนาคุณงามความดีในตัวตนของเราออก มา ทำไมต้องเก็บความดีของเราเอาไว้ ทำไมเราไม่หัดเอาความดีของเรามาใช้กับคนอื่น ทำไมเราไม่เอาความดีมาเป็นทุนในการสำรองชีวิตของเราในวันหน้า
เพราะ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นเองที่ทำให้คนส่วนใหญ่ เวลาเจอกับปัญหาและอุปสรรคของชีวิต มักมองว่าต้องเองกำลังทุกข์ คิดไปเองว่าตัวเองทุกข์ ที่เป็นแบบนี้เพราะไม่ยอมรับกฏสากลโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงนั้นเอง Changeจะช่วยให้เราได้เข้าใจความหมายของชีวิตมากขึ้น การพัฒนาตัวเราให้เต็มสุดศักยภาพของความเป็นมนุษย์ หรือเท่าที่ความเป็นคนดีจะไปให้ถึงได้นั้น เป็นสิ่งที่จะช่วยให้เราได้มีความสุขกับการเปลี่ยนแปลงตลอดกลาของชีวิตได้ อย่างแท้จริง และไม่มีการเปลี่ยนแปลงได้จะสำคัญและดีได้เท่ากับการเปลี่ยนแปลงที่มาจากตัว เอง
“Change และก็ Change พึงระลึกไว้เสมอว่าชีวิตคือความดีงาม คือการเปลี่ยนแปลงเป็นที่สุดและทำอย่างไรให้เราได้มีความสุขกับมันภายใต้การ เปลี่ยนแปลงนั้น...เชจที่จะนำพาเราไปส่วนความดีนั้นติดตามเราไป มันต่างกันตรงที่เชจอยู่หน้าตัวเราแต่ความดีอยู่ตามหลังเราไป มันจะอยู่ควบคู่กับเราไปเสมอจนแยกจากกันไม่ได้ ซึ่งมันเป็นกฏพื้นฐานแห่งชีวิตนั้นเอง
ชอบการเขียนแนวนี้มากนะคะพี่มณีเทวาเป็นกำลังใจให้นะคะ รับไปเลยค่ะดอกไม้สวยๆๆอิอิ...