☺ผ้าขี้ริ้ว
ปราชญ์จีน ได้กล่าวไว้ว่า ชีวิตเป็นตำราเล่มใหญ่ที่สุด หนาที่สุด มีชีวิตชีวาที่สุด น่าประทับใจที่สุด ดูคล้าย ๆ จะอ่านง่าย แต่จริง ๆ แล้วกลับเป็นตำราที่เข้าใจได้ยากที่สุด ชีวิตคนเรานั้นล้วนแล้วแต่เป็นชีวิตที่มีสุขและทุกข์ปะปนกันไป เปรียบเช่น ผ้าขี้ริ้ว เพราะชีวิตเราต้องพบกับเรื่องราวมากมายที่เข้ามาในชีวิต มีทั้งเรื่องหนัก ๆ และเรื่องเบา ๆ ที่ไร้สาระ สารพัดที่จะเข้ามาปบเปื้อนกับชีวิตของเราเช่นกัน ดังนั้นจึงของเปรียบชีวิตดุจดังผ้าขี้ริ้ว จากแรกเกิดที่ขาวสะอาดและพอเติบโตขึ้นมาหน่อยชีวิตก็ปะเปื้อนไปด้วยเรื่อง ราวมากมายของชีวิต จนกลายเป็น ผ้าขี้ริ้ว”
ท่านทราบหรือไม่ว่าเสน่ห์ ของผ้าขี้ริ้วอยู่ที่ตรงไหน? และอะไรคือคุณสมบัติพิเศษของผ้าขี้ริ้ว? ฉันคิดว่าเสน่ห์ของผ้าขี้ริ้วอยู่ตรงที่สามารถรองรับสิ่งสกปรกจากสิ่งต่างๆ ได้ ในความสกปรกของผ้าขี้ริ้วย่อมทำให้ผ้าอีกผืนหนึ่งดูดีและสะอาดสวยงาม ส่วนคุณสมบัติพิเศษของผ้าขี้ริ้วแม้ว่าจะสกปรกมากสักเพียงใดมันก็ย่อมนำไป ชำระล้างให้สะอาดขึ้นมาได้เช่นกัน คุณสมบัติพิเศษจึงอยู่ตรงที่สกปรกแล้วก็ย่อมสะอาดได้นั้นเอง ชีวิตคนเราทุกชีวิตย่อมพบเจอกับปัญหาและอุปสรรคของชีวิต ในแต่ละวันไม่เคยหยุดเว้น เดียวเรื่องนั้นมีเข้ามาเดียวเรื่องนั้นก็ได้ผ่านออกไป
ชีวิตคนเราก็เช่นกันเสน่ห์ของคนอยู่ตรงที่ การที่เรายอมลำบากเพื่อให้คนอื่นได้พบกับความสุขนั้นเอง การให้ การช่วยเหลือ และการแบ่งปัน ย่อมก่อเกิดประโยชน์ให้กับอีกหนึ่งชีวิตได้เสมอ และไม่มีความสุขใดที่ยิ่งใหญ่เท่ากับการให้ไม่มีเช่นกัน คุณสมบัติพิเศษของผ้าขี้ริ้วอยู่ตรงที่สกปรกแล้วก็ย่อมสะอาดได้นั้นเอง ชีวิตคนเราก็เช่นกันย่อมสกปรกและผิดพลาดได้เสมอ ขอเพียงแค่เรายอมรับที่จะแก้ไข้ตัวเองเสียใหม่ และทำมันให้ดีขึ้นกว่าเดิม
ใน เมื่อชีวิตเป็นตำราเล่มใหญ่ที่สุด หนาที่สุด มีชีวิตชีวาที่สุด และน่าอ่านเป็นที่สุด เมื่อมีหลายบทมีหลายตอนมีทั้งตอนที่ดีและตอนที่ไม่ดี และอ่านได้ยากที่สุด คงยากที่จะอ่านให้จบไปได้เพราะชีวิตไม่มีวันจบ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วทำไมเราไม่เลือกอ่านเฉพาะบางบทบางตอนที่น่าสนใจ และเลือกเอาตอนที่ดีที่สุดมาอ่านมาศึกษากันเล่า ใยเราจะไปมั่วเสียเวลาไปนั่งอ่านบทที่ไม่ดีนั้นไปทำไม เพื่ออะไรกันเล่า ในเมื่อมันมีหลายบทหลายตอนให้เราเลือกอ่านเลือกใช้ให้เหมาะสมกับชีวิตตน
เสน่ห์ของคนอยู่ที่การยอมลำบากเพื่อให้ผู้อื่นมีความสุข อยู่ที่การเสียสละประโยชน์ตนเพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวม คนที่ทำได้เช่นนี้แล้วย่อมเป็นบุคคลที่เจริญด้วยจิตเมตตา คนที่ยอมเสียสละตนเพื่อผู้อื่น ย่อมได้รับการยกย่องและเชิดชู้ไว้ให้เป็นคนดี สำหรับฉันแล้วค่าของคนไม่ได้อยู่ที่ผลของงาน แต่ค่าของคนจะอยู่ที่คนมีจิตใจที่ดีงามนั้นเอง ความมีน้ำใจที่คอยช่วยเหลือแบ่งปัน ยอมเสียสละตน ยอมลำบากตนเพื่อให้ผู้อื่นได้มีความสุข แม้จะเหนื่อยแสนเหนื่อยอย่างไรก็ไม่เคยบ่นไม่เคยท้อ เพราะย่อมรู้อยู่แก่ใจเสียแล้วว่าตัวเองได้มีความสุขไปเสียแล้วที่ได้เสีย สละและแบ่งปัน มีความสุขไปเสียแล้วในขณะที่ได้เป็นผู้ให้มากกว่าที่จะรอเป็นผู้รับ ซึ่งไม่ต่างไปจากผ้าขี้ริ้วเช่นกันที่ยอมสละตนเพื่อให้ตัวเองได้สกปรกเพื่อ รักษาสิ่งอื่นให้สะอาดเช่นกัน
เมื่อชีวิตเราดุจดังผ้าขี้ริ้วไปเสียแล้ว เราอย่าลืมซิว่ามันยังมีคุณสมบัติพิเศษของผ้าขี้ริ้วอยู่ตรงที่ว่า แม้จะสกปรกสักแค่ไหนแต่ก็ยังสะอาดได้เช่นกัน คนเราก็เช่นเดียวกันเมื่อชีวิตพานพบกับปัญหาและอุปสรรคของชีวิตที่ทำให้เกิด ความทุกข์แล้ว ทำไมเราไม่สลัดความทุกข์นั้นทิ้งไปเช่นผ้าขี้ริ้ว ทำไมเราไม่ทำตัวเองให้เบาสบายเหมือนผ้าขี้ริ้ว ถึงแม้ผ้าขี้ริ้วจะรับเอาแต่เรื่องราวที่สกปรกมาใส่ตัวเองสักเท่าไร แต่คุณสมบัติพิเศษเมื่อนำไปชะล้างแล้วยังคงสะอาดขึ้นมาได้อีกครั้ง คนเราแม้พบกับความผิดพลาดของชีวิต เราก็ยังแก้ไขใหม่ได้เฉกเช่นเดียวกันกับผ้าขี้ริ้ว
เปลี่ยนความคิดเปลี่ยนหัวใจของเราเสียใหม่ ให้มองชีวิตเราเป็นดั่งผ้าขี้ริ้วให้จงได้ ที่สามารถรับเอาเรื่องราวต่าง ๆ ที่หนักได้ ไม่อ่อนแอต่อจิตใจของตัวเอง สู้เหมือนผ้าขี้ริ้วที่ถูกใช้งานอย่างหนัก ยอมสกปรกเพื่อให้สิ่งอื่นสะอาด เป็นการเสียสละตนที่ยิ่งใหญ่เสียเหลือเกิน หากเราพึงทำตัวเองเหมือนผ้าขี้ริ้วไปเสียแล้ว เราคงรู้ว่าหน้าที่ของเราคือการทำเพื่อผู้อื่นเช่นกัน เหนื่อยยากแค่ไหน หนักอย่างไร มันก็มีความสุขไปเสียแล้วที่ได้ทำ ทำเพื่อผู้อื่นและได้ชื่อว่าเป็นผู้เสียสละตนอย่างแท้จริง
คนส่วนใหญ่มักยอมรับกับความเจ็บปวดของชีวิตไม่ได้ เวลาชีวิตพบกับปัญหาและอุปสรรคได้แต่แบกทุกข์เอาไว้ ไม่ยอมปล่อยวางแต่กลับปล่อยให้มาเกาะอยู่ที่ใจ เมื่อยิ่งแบกไว้ก็ยิ่งหนักทำให้ทุกข์เข้าไปหลายทวีคูณ จนกลายเป็นความมืดมนสกปรกจนมองไม่เห็นความสะอาดที่เป็นแสงสว่างของหัวใจ ทำไมเราไม่มันไปซักในเมื่อชีวิตเราคือดุจดั่งผ้าขี้ริ้วที่ย่อมจะสะอาดได้ เช่นกัน ทำไมต้องปล่อยให้ความทุกข์ให้ความสกปรกมาเกาะกัดกร่อนหัวใจเรา มาทำลายความสุขของเรา ในเมื่อเรายังมีคุณสมบัติพิเศษที่พร้อมที่จะสาดได้เช่นกัน ชีวิตเป็นเรื่องหนัก ๆ หากเราเข้าใจธรรมชาติของชีวิตแล้ว ที่ได้ตระหนักรู้อยู่ตลอดเวลาว่าชีวิต คือ การเปลี่ยนแปลงตลอดกาล เราต้องมาฝึกใจของเราฝึกความคิดของเราให้ผ่านด้วยการ Change”
เพราะไม่มีการเปลี่ยนแปลงไหนที่จะทำให้เราได้ เข้าถึงแก่นแท้ของชีวิตได้ดี เท่ากับการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มมาจากตัวเราเอง และให้รู้จักการเปลี่ยนแปลงชนิดที่เรียกว่า เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก เปลี่ยนจนได้ดี Change การเปลี่ยนแปลงที่เริ่มมาจากตัวเราด้วยการเข้าใจถึงธรรมชาติของชีวิตที่มี การเปลี่ยนแปลงตลอดกาล ดุจดังผ้าขี้ริ้วที่สกปรกแล้วเปลี่ยนเป็นสะอาดได้ชีวิตคนเราก็เช่นกันไม่ ต่างกับผ้าขี้ริ้ว
ชอบการเขียนแนวนี้มากนะคะพี่มณีเทวาเป็นกำลังใจให้นะคะ รับไปเลยค่ะดอกไม้สวยๆๆอิอิ...
อ่านบันทึกนี้ทำให้มีกำลังใจขึ้นเยอะเลยครับ ขอบคุณครับ