จากการศึกษาทางด้านภูมิศาสตร์และทางสังคม วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชาวอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ และจากตราสัญลักษณ์ของโรงเรียน ที่มี พญานาค 2 ตัว และดอกบานชื่น จึงพบว่า อำเภอนี้เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของพื้นที่เวียงพิงค์ทางด้านตะวันออกของเมือง
จึงเป็นที่มาว่าทำไมหมู่บ้านในสันทรายทำ " ข้าวแต๋น" กันมากมาย มีข้าวสารเหนียวไว้ทุกบ้าน มีผืนนาที่กว้างใหญ่มหาศาล ( สมัยก่อนนั้น) มีหมู่บ้านชื่อ "บ้านข้าวแท่นน้อย ข้าวแท่นหลวง " คงมาจากหมู่บ้านที่ทำข้าวแต๋นมานาน เพราะทุกวันนี้ยังทำกันทุกวัน
และทางหมู่บ้านตำบลแม่แฝกออกไปทางทิศเหนือมีการทำ " ข้าวต่อ" ที่เป็นขนมชื่อมงคล และใช้แบ่งปันกันในเทศกาลต่างๆ ปัจจุบันทำกันไม่มากเพราะมีอุปกรณ์ที่สำคัญที่หายาก คือ " ครกมอง" ใช้การตำแบบกระดานหก"ครกกระเดื่อง" ใช้เทคนิคในการตำข้าวสุกให้ละเอียดเหนียว จึงขอเล่าตามภาพนะคะ
ใช้ข้าวเหนียวนึ่งสุกนะคะ
นำข้าวสารเหนียวที่แช่แล้วไปนึ่งให้สุก(นึ่งไข่ไปด้วย)
เคี่ยวน้ำอ้อยเพื่อใช้ผสมในข้าวให้สีและรสชาติกลิ่นหอม
นำข้าวสุกร้อนๆไปตำด้วย "ครกมอง" ครกกระเดื่อง
ใส่น้ำอ้อยที่เคี่ยวไว้คนและตำต่อไปให้เป็นเนื้อเดียวกัน
นำขึ้นมาเตรียมรีดเป็นแผ่น
ก่อนจะรีดใช้ไข่แดงสุกผสมน้ำมันหมูทาที่รองและมือไม่ให้ติดไม้คลึง(ไข่ใบที่นึ่งในไหข้าว)
ร
รีดคลึงเป็นแผ่นบางพอสมควร
นำออกตากแดด 2 ชั่วโมง
เมื่อแห้งนำมาตัดเป็นชิ้นๆ
นำออกตากแดดให้แห้ง
เตรียมคั่วด้วยทรายหยาบ การคั่วทรายให้ร้อน ( เตาภูมิปัญญาจริงๆ ปิ๊บคือปล่องควัน)
ตักทรายที่ร้อนใส่หม้ออลูมิเนียมใส่ข้าวต่อในหม้อทรายร้อน
เขย่าๆๆ...เทคนิคเฉพาะตัว ทำให้ข้าวต่อพองตัว
ลูกๆก็หัดจนได้ ประทับใจครู อิอิ
ว๊าวๆๆ..ออกมาแล้วโดนทรายร้อนข้าวต่อก็พองผุดออกมาน่าอัศจรรย์ใจ
ยกหม้อเทลงตะกร้าให้ทรายหลุดออกไป ข้าวต่อยังอยู่ในตะกร้า ( รู้จักทำจริงๆ ไม่มีทรายติดนะคะ สะอาดมากๆ ร้อนๆ
ต่อจากนั้นนำไปบรรจุในถุงที่ปิดปากแน่นไม่ให้ดดนอากาศ งั้นก็จะไม่กรอบ มีรสดั้งเดิม แต่ๆๆๆ... ( กำลังดัดแปลงทำรสชาตินะคะ)
ขอขอบคุณพี่คนดีบ้านแม่แต ตำบลแม่แฝก อ. สันทราย จ. เชียงใหม่ มากๆนะคะ
แล้วในสถานศึกษาจะต้องคิดต่อไปว่าจะสืบทอดภูมิปัญญานี้ไว้แบบใดบ้าง และทำอะไรที่จะช่วยชาวบ้านไม่ให้ทิ้งอาชีพทำข้าวต่อไปกลัวสูญหาย
จะมีน้อยมากที่คนจะรู้จักข้าวต่อ บางคนรู้จัก ข้าวแคบ ข้าวแต๋น ข้าวควบ แต่ ข้าวต่อ ยัง งงๆๆ...ต่อไปไม่ งง นะคะ
ข้าวแคบ ดูแล้วน่ากินไม่แพ้ขนมถุงที่ใส่สองสีสดใสเลยนะคะ :) ไปสันทรายจะได้ชิมไหมหนอ
มาให้กำลังใจไวแท้นนะคะคุณหมอ ค่ะข้าวแคบจะเป็นแผ่นกลมมีทุกสีสมัยนี้นะคะ แต่ข้าวต่อหาดูและหากินยากมีในตลาดชุมชนบ้านนอกเมืองนะคะ ได้เตรียมผลิตภัณฑ์จากข้าวทุกชนิดมานำเสนอในงาน "GFGAP" แล้วค่ะ และมีให้ชิมและเป็นของฝากมากมายค่ะ
นักเรียนนำเสนอผลิตภัณฑ์จากข้าวที่มีคุณค่าทางโภชนาการ นะคะ
สุดยอดมาก ภูมิปัญญาขั้นเทพ ... โดโซะ ข้าวพองญี่ปุ่นคงต้องหลบไปก่อน ค่ะพี่สาว เยี่ยม ๆๆๆ
มหัศจรรย์มากครับ...ขอบคุณบันทึกของคุณครูที่ทำให้ผมได้รู้ถึงคุณค่าของขนม...ภูมิปัญญา...และความงดงามของกระบวนการ...ผู้คน...และวิถีชีวิตมากครับ...เป็นมากกว่าขนมจริงๆ ครับ
อยากทานจังเลยค่ะ
ขั้นตอนก่อนจะได้กิน ภูมิปัญญาเยี่ยมมากค่ะ อยากชิมมาก พี่ดายังไม่เคยได้ชิมเลยอยู่เชียงใหม่มาตั้งนานหลายสิบปี เวลามีงานไม้ดอกไม้ประดับ ฝากบอกปีนี้ทำมาขายที่ซุ้มของอำเภอสันทรายหน่อย น่าจะมาแสดงให้นักท่องเที่ยวชมมากๆ นำภาพมาก็ได้ แล้วทำสำเร็จมาขายเลย
ขอบคุณมากนะคะนำสิ่งที่ดีๆหาชมไม่ได้แล้วมาให้ชมกันชัดๆอย่างนี้
ได้เลยค่ะพี่ดา ได้ขอให้ขยายกำลังการผลิตมากขึ้นเพื่อรองรับการนำมาเผยแพร่ แบบนี้แหละค่ะ จะพัฒนากระบวนการ การจัดการตลาด ให้ คุณพี่ก็ยินดีมากค่ะ จะนำมาให้ลองชิมแน่นอนค่ะ "ที่สันทรายวิทยาคม" หรือเวลาพบกันนะคะ แบบนี้คือข้าวแคบ ยังทำตลอดทุกวันที่บ้านแม่ปูคา สันกำแพงค่ะ
สวัสดีค่ะKrutoom
เข้ามาติดตามอ่านด้วยความสนใจเพราะไม่เคยรู้จักขนมชนิดนี้ค่ะ และเมื่ออ่านก็พบความถึงคุณค่าของภูมิปัญญา ที่แยบยล ทั้งวัสดุและวิธีการทำ กว่าจะเป็นขนม ...ข้าวต่อ.... ขอบคุณที่นำเสนอได้ชวนติดตาม และขอร่วมภูมิใจ ขนมไทยของเราด้วยค่ะ :-))
-สวัสดีครับ
-เข้ามาทำความรู้จัก"ข้าวต่อ"
-บ่เกยหันซักเตื่อครับ
-น่าสนใจ๋ดีขนาด
-เหมือนกับที่ศิษย์พี่หนูรีบอกไว้ ขนมญี่ปุ่นหลบไปก่อน
-ขอบคุณภูมิปัญญาดี ๆ แบบนี้ด้วยนะครับ
ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย น่าสนใจมากครับ
ว่างๆ จะแวะไปชิมนะครับ พี่ตูม
เคยได้ลิ้มลองตอนเด็กๆ ค่ะ
ดูเหมือนทรายจะเม็ดโตมากๆ เป็นทรายอะไรคะพี่ตูม :)
เด็ก ๆ สนุกสนาน...ต่อยาวได้แน่นอน
มาร่วมชมกรรมวิธีทำข้าวต่อของชาวเหนือที่น่าสนใจ..ขอบคุณที่ช่วยกันเผยแพร่ค่ะ..
ดูเหมือนข้าวเกรียบเลยครับ น่ากินมากๆๆๆๆ
เคยเห็นของญี่ปุ่นเหมือนกันค่ะ กินอร่อย เพิ่งรู้ว่าบ้านเราก็มีแถมวิธีทำสุดยอด ถ้าเรียกชื่อ"ข้าวต่อ"มาคราวนี้จะได้รู้จัก ต้องหาทางช่วยกันรักษาไว้นะคะ ขอบคุณน้อง
มากๆเลยค่ะที่เก็บมาเล่าเอาไว้ เยี่ยมจริงๆ พี่โอ๋ว่าคนไทยอีกเยอะน่าจะยังไม่รู้นะคะนี่
น่ากินค่ะ บันทึกพร้อมภาพถ่ายทำตัดต่อดูน่าสนุกน่าสนใจจนอยากทำ ข้าวต่อ เป็นบ้างค่ะ