ถ้าเราใส่ใจทุกอย่างก็เปลี่ยนได้


พัฒนาความคิดเริ่มจากการคิดดี

             จากการที่ได้อ่านอุปนิสัยทั้ง 4 ของคุณประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร  ทั้งสี่เรื่อง เรื่องแรกคือ Be Proactive เป็นการให้กำลังใจตัวเอง  คิดในทางที่ดี  ไม่มองกลับหาปํญหา ไม่โทษตัวเอง ถ้าทุกคนปล่อยวางกับเรื่องไม่สบายใจ ทั้งหลายที่เกิดขึ้นได้คงจะดีไม่น้อยเลยว่าไหมค่ะ ส่วนเรื่องที่สอง Begin with the end in mind คือ การกำหนดเป้าหมายและวางแผนให้จัดเจน การที่เรามีฝันที่ชัดเจนจะทำให้เรามีแรงผลักดัน เพื่อตามหาฝันแล้วถ้าคนเราขาด Proactive แล้วเราจะมีกำลังสู้ได้อย่างไรจริงไหมคะ  เรามาดูอุปนิสัยที่เหลือกันเลยค่ะ อุปนิสัยที่สามกับที่สี่ คือ การแบ่งเวลาให้เหมาะัสมกับงานว่าอันไหนสำคัญมาก อันไหนสำคัญน้อย ในข้อนี้ต้องบวกกับความมีวินัยของเราด้วยนะคะว่ามีมากน้อยแค่ไหน  และการที่เรามีความสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่นก็เป็นการดีที่เราจะมีเพื่อนเพิมมากชึ้น  ถ้ามัวแต่คิดอยากจะเอาชนะคนอื่น ปฎิเสธคนอื่น แล้วเราจะมีความสุขได้อย่างไร 

อุปนิสัยที่ 1 Be Proactive

             การที่เราคิดในแง่บวกเป็นการมองโลกที่ดีอีกอย่างหนึ่ง  ถึงเราจะประสบความล้มเหลวในชีวิต ความพ่ายแพ้ความวุ้นวาย  หรือเรื่องที่ไม่สบายใจ  ถ้าเรามองปัญหานี้ในด้านดีเราจะผ่านมันไปได้ เพราะคนที่คิดแบบ Reactive เขาจะไม่มองไปข้างหลังหาความพ่ายแพ้  แต่เขาจะมองไปข้างหน้าพร้อมกับความหวังและประสบการณ์ดีๆที่เขาเคยได้รับ ซึ้งความผิดพลาดในครั้งนั้น เขาจะนำมาเป็นบทเรียนในการดำเนินชีวิต นำมาแก้ไขให้อนาคตดีขึ้น ไม่ปล่อยตัวไปตามอารมณ์ความรู้สึกที่ไม่ดี ต่างกับคนที่คิดแบบ proactive ที่จมอยู่กับความทุกข์ความรู้สึกผิดอยู่ตลอดเวลา คอยเก็บเอาเรื่องไม่สบายใจมาคิด ทำให้จิตใจเศร้าหมองอยู่ตลอดเวลา ถึงเวลาหรือยังที่เราจะเปลี่ยนความคิดใหม่ โดยการให้ให้โอกาสตัวเอง ไม่โทษตัวเอง มันจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดก็ได้

อุปนิสัยที่ 2 ก็คือ Begin with the end in mind

                การที่เราจะประสบความสำเร็จได้นั้น ไม่ว่าจะเป็นอะไรเราจะต้องกำหนดเป้าหมาย และวางแผนให้ชัดเจน ว่าเราต้องการอะไร เราฝันอยากจะเป็นอะไร ถ้าเรามีจุดมุ่งหมาย มีฝันที่ชัดเจนแล้วเราก็จะมีพลังในการสร้างฝัน  และบรรลุจุดประสงค์ที่เราหวังไว้

              -  กำหนดภาพเป้าหมายของเราให้ชัดเจน  เมื่อเรารู้แล้วว่าเราต้องการสิ่งไดเราก็จะมีแรงจูงใจมีพลังมีความมานะอุสาหะพากเพียนรพยามทำตามสิ่งที่เราฝันเราต้องการให้ได้

                - เริ่มต้นวางแผน    เมื่อรู้แล้วว่าใจเราต้องการสิ่งไดก็เริ่มลงมือทำในสิ่งนั้นการที่เราจะทำอะไรให้สำเร็จตรงตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
ก็ขึ้นอยู่กับตัวเราด้วย ว่าจะมีความพยามมุมานะมากแค่ไหนกับเป้าหมายที่เราตั้งไว้เมื่อเราพยามทุกวันไม่ผลัดวันประกันพรุ่งแล้วทำไปเรื่อยๆมันก็จะสำเร็จ

               - เริ่มต้นลงมือทำทุกวัน  ข้อนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการจะทำอะไรก็ตามคือการให้กำลังใจตัวเองคิดในสิ่งที่ดีและสร้างมุมมองใหม่ๆให้กับตัวเองจะทำให้เรามีกำลังใจที่จะสู้ต่อไปกับเรื่องต่างๆ

                   การที่เรามีเป้าหมายในการดำเนินชีวิตทำให้เราใช้เวลาในแต่ละวันได้คุ้มค่าไม่เสียเวลาเปล่าและไม่หลงทางไปกับเรื่องไร้สาระถ้าคนเราไม่วางแผนการใช้ชีวิตไม่กำหนดจุดมุ่งหมายก็จะทำให้เราเสียเวลาเสียโอกาสไปโดยเปล่าประโยชน์

  อุปนิสัยที่ 3 คือการทำสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน  Put first things first

                   ในข้อนี้เราต้องดูก่อนว่าอันไหนสำคัญมาก อันไหนสำคัญน้อย และอันไหนไม่ค่อยสำคัญ ทำตามลำดับความสำคัญก่อนหลัง ในข้อนี้ต้องพึ่งการมีวินัยของตัวเราด้วยที่เราจะทำอะไรก็ตามให้สำเร็จได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวเราด้วยถ้าเราขาดวินัยขาดความรับผิดชอบมัวแต่ผลัดวันประกันพรุ่ง และงานจะเสร็จสมบูรณ์ได้อย่างไร  ในบางครั้งคนเราก็เผลอเล่นมากเกินไปจนลืมจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของเรา เรามัวแต่ยุ่งกับเรื่องไร้สาระจนลืมไปว่าเป้าหมายของเราคืออะไร  และมีอีกหลายคนที่ชอบพูดว่า”เหนื่อยมาทั้งวันแล้วไว้แค่นี้ก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อนทำต่อ”เชื่อได้เลยว่าถ้าทำแบบนี้จนติดเป็นนิสัยเชื่อได้เลยว่างานที่ได้รับมาไม่เสร็จแน่นอน ถึงจะเสร็จก็เสร็จไปงั้นๆ ถ้าคนเราลดภารกิจที่ไม่ค่อยสำคัญลงบ้างและมีความพยามสักนิดกับการทำงานและบวกกับการสร้างกำลังใจเพื่อไปถึงจุดมุ่งหมายให้กับตัวเองเป็นการสร้างความสำเร็จให้เราได้

              อุปนิสัยที่ 4  การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น

การที่เราจะสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับเพื่อนร่วมงานหรือใครก็ตามเราควรจะมีสติก่อนทุกครั้ง ที่จะพูดอะไรทำอะไร และที่สำคัญที่สุดของความเป็นมนุษย์เรา คือเราควรคิดถึงใจเขาใจเราบ้าง เเคร์ความรู้สึกของคนอื่นบ้าง ถ้ามัวแต่คิดอยากจะเอาชนะคนอื่น ปฎิเสธคนอื่น มองคนอื่นไม่ดี ยึดความต้องการของตัวเองเป็นหลัก เราควรจะเปิดใจยอมรับ คนอื่นอย่างที่เขาเป็น เปิดใจยอมรับ ยินดีกับผู้อื่น และวางตัวให้เหมาะสมกับโอกาสและสถานการณ์

            จากการที่ได้อ่านอุปนิสัยทั้ง 4 ก็ทำให้ข้าพเจ้าคิดอะไรได้หลายอย่าง ว่าการที่เราจะทำอะไรก็ตามที่ขาดไม่ได้เลย คือการให้กำลังใจตัวเอง พลักดันตัวเองให้ไปถึงจุดมุ่งหมายที่เราวางไว้ งานทุกสิ่งทุกอย่างมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันเลย ถ้าขาดกำลังใจ ไม่มีฝัน ไม่มีจุดมุ่งหมาย ไม่มีเป้าหมายในชีวิตแล้วชีวิตจะมีประโยชน์อะไร ที่คอยพึ่งพาเเต่คนอื่น  มีหลายข้อที่ข้าพเจ้าทำไม่ได้ และหลายข้อที่ข้าพเจ้าคิดว่ามันไม่สำคัญเท่าไรนักแต่มันกลับสำคัญมากด้วยซ้ำ  ตลอดเวลาที่ผ่านมาข้าพเจ้าใช้เวลาโดยเปล่าประโยชน์ ไปกับเรื่องไร้สาระมากมาย ต่อจากนี้ข้าพเจ้าจะเอาอุปนิสัยเหล่านี้มาเป็นเครื่องกระตุ้นเป็นแรงผลักดันในการใช้ชีวิต จะตั้งเป้าหมายในชีวิต และจะพยายามทำให้บรรลุจุดมุ่งหมาย ที่ฝันไว้ให้ได้