ผู้เขียนได้Tablet มาโดยที่ลูกชายมีคูปองพืเศษมา ให้ไปซื้อ Ipad จะมีส่วนลด 9,000 บาท และเขาอยากซื้อให้แม่ โดยเพิ่มเงินให้ ผู้เขียนก็ได้Tablet มาเป็นสมบัติตั้งแต่วันนั้น

 แรกๆก็เคอะเขิน กับคนรุ่นเรา ต้องมาหนีบ Tablet เหมือนวัยรุ่น นึกจะถ่ายภาพ ตามประสาสคนชอบถ่ายรูป ก็ดูเงอะงะ เพราะมันต้องยกกล้องขึ้นมาทั้งแผ่นใหญ่ๆ ดูคนที่ถูกเราถ่ายภาพ ก็เขินๆไปด้วย จะแอบถ่ายให้ได้ภาพธรรมชาติ ก็เลยเป็นอันหมดโอกาสไป

 ผู้เขียนเอาTablet มานอนข้างๆ ชาร์ต แบทเตอรี่ไปอย่างนั้น ไม่ได้สนใจเม่าไหร่ สู้นั่งเล่นหน้าคอมพิวเตอร์ก็ไม่ได้ ผุ้เขียนเฉยๆกับipad ที่นอนนิ่งข้างๆเรามาหลายวัน

  จนกระทั่งวันหนึ่ง คิดว่าลองๆเล่นดูซิทำอะไรได้บ้าง ใช้นิ้วสัมผัส แหวก ขยุ่ม ให้ภาพเล็ก ใหญ่ได้ตามต้องการ เอ..ก็ดีเหมือนกันนะ ภาพก็คมชัดดี เสียงก็ใช้ได้ เอาไว้ฟังเพลงก่อนนอนยังได้เลย เข้าเวบ gotoknow เขียนบันทึกได้สบายๆ มีความไวในการเล่นเน็ต พอๆกับคอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่ เปิดเครื่องรวดเร็ว เพียงสไลด์จุดล็อคหน้าจอ ทุกไอคอน ก็ปรากฏรอท่า ให้แตะๆๆๆๆ ได้ไม่รู้จบ

  ชอบตรงที่เวลาจะสนทนากับใครเป็นการส่วนตัวดี ไม่ต้องเกรงใจ หรือไม่ต้องห่วงว่าใครจะมาเห็นข้อความหราบนหน้าจอ เหมือนคอมพิวเตอร์

 ผู้เขียนสนิทกับTablet เพื่อนใหม่ตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่ทราบ รู้แต่ว่าทุกคืน เราต้องได้ราตรีสวัสดิ์กัน หลังจาก ที่เขาพาเราท่องไปในโลกกว้างตามที่ต้องการ หรือนอนเล่นๆ เกิดนึกอะไรขึ้นมา ก็เปิดหาในTablet ทันที เช้าขึ้นมา เช็คเมล์ได้ทันใจ

 Tablet อาจมีประโยชน์มากมายต่อคนหลายๆคน บางคนต้องอาศัยเขียนโปรแกรม บางคนอาศัยค้นคว้าหาความรู้ บางคน อาจเห็นว่าเขา เป็นเพื่อนสนิท ติดตามตัวทำได้เกือบทุกอย่าง แต่สำหรับผู้เขียน ยอมรับว่าTablet ก็เป็นสมองกล ที่คนยุคนี้ ต้องได้สัมผัส ได้เกี่ยวข้องไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เหมือนที่เราต้องมีโทรศัพท์มือถือติดตัวกันเกือบทุกคน จนเป็นเรื่องธรรมดา

   Tablet ช่วยถนอมสายตา ช่วยฝึกสัมผัสมือ และสมองของเรา อำนวยความสะดวกให้ได้ใกล้ชิดเกาะติด เทคโนโลยี่ หากเมื่อยล้ากับเขาเมื่อใด เพียงแค่พับกรอบปิดหน้าจอ เขาจะเข้าใจและหลับอย่างรวดเร็วไปกับเรา  ยังไงก็ชอบTablet ไปแล้วละค่ะ