มีญาติคนไข้ เป็นหญิงวัย  45+  ปี  มักมาหาข้าพเจ้าที่ แผนกผู้ป่วยนอก หลายครั้ง  มาเมื่อไหร่หลายคนมักจะสงสัยว่า  ข้าพเจ้าต้องให้เงินทุกครั้ง อาจครั้งละประมาณ  200-500 บาท  แล้วก็มีคนมาบอก  ข้าพเจ้าว่า 

  “ยัยคนนี้อักแล้ว  ลูกนอน รพ. ก็ไปหาขอตังค์พยาบาล ประจำ”  โจ้ก็ใจดีให้เขาจังได้ใจเดี๋ยวก็กลับมาขออีก

  ข้าพเจ้าไม่พูดต่อ  แต่คิดในใจ  ถ้ามีมากกว่านี้ หรือเขาขอมากกว่านี้ข้าพเจ้าก็ให้  เพราะถ้าชีวิตเป็นแบบผู้หญิงคนนี้ ข้าพเจ้าคงทำได้ไม่เท่าเธอแน่  อยากกราบหัวใจเธอด้วยซ้ำ

  ข้าพเจ้าจำภาพได้ดี เมื่อนานมาแล้ว  เมื่อครั้งที่เห็นเธอวิ่งไล่จับลูกชายที่มีอาการจากทางจิตเวช  แถมปัญญาอ่อน  ที่กำลังอาระวาด  ทุบตีแม่ที่พยายามกล่อมมาฉีดยาเพื่อควบคุมอาการทางจิต  เป็นภาพที่สลดจริง 

  เคยถามเธอว่า ลูกเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เกิดใช่มั๊ย  เธอตอบใช่  ไม่เคยคิดเอาไปไว้สถานสงเคราะห์หรือ  เธอตอบว่า เคยเอาไปไว้สถานสงเคราะห์ แต่ไปเยี่ยมแล้วรับไม่ได้  เพราะเขาล่ามลูกไว้ที่ขา กับเสา  เนื้อตัวเปื้อนอุจจาระ สกปรก ก็เลยขอลูกกลับมาคืน  ยังไงก็จะดูแลเอง  เล่าแค่นี้ข้าพเจ้าก็ใจหายแว๊บแล้ว  แล้วล่าสุด ลูกชายคนนี้เกิดอาการหอบ  มารพ.  แพทย์ ใส่ท่อช่วยหายใจ ช่วยชีวิตคืนมาได้  แต่อนิจจา  กลายเป็นเจ้าชายผัก  นอนให้อาหารทางสายยาง  แต่เธอก็ยังดูแลลูกชายวัย 20 ที่ไม่เคยได้ทำอะไรให้เธอได้ชื่นใจเลยตั้งแต่เกิดมา  แต่เธอกลับมีความสุขในการดูแลเขามาจนถึงทุกวันนี้   น่านับถือมากกว่าน่ารำคาญ

  ล่าสุดที่ข้าพเจ้าเจอ เจ้าชายผักคนนี้  ร่ายกายเต็มไปด้วยแผลกดทับใหญ่ทีเดียว  คงยากจะเยียวยา  แต่แม่คนนี้ก็ยังหมั่นพาลูกมาหาหมอ  กับอาชีพรับจ้างกินทั้งสามีภรรยา แล้มีลูกชายอีกคนที่กำลังเรียนต่อมัธยม  เป็นภาระที่หนักพอควร  ข้าพเจ้าได้แต่สงสาร  ที่บ่งปันเงินให้เล็กๆน้อยๆ  นั้น ก็ ให้เธอ ได้ เป็นค่าใช้จ่ายในการ ซื้อ  ผ้าอ้อมสำเร็จรูปให้ลูกเจ้าชายผักของเธอนั่นเอง 

  จึงเป็นที่มาว่าใครๆ ว่าข้าพเจ้าทำให้คนไข้เคยตัว 

  ข้าพเจ้าได้แต่สงสัยว่า  คุณไม่อยากให้ก็ไม่ต้องให้  เราให้เพราะเราสงสารและอยากแบ่งปันทุกข์ของเขานั่นเอง  มันก็สิทธิ์ของเรา  การให้  นั้นมันจะต้องรู้สึกสักแค่ไหน  ก็การให้แบบนี้มันไม่ออกอากาศ หรือไงก็ไม่รู้  เพราะข้าพเจ้า เห็นเธอคนนั้นที่บอกว่าข้าพเจ้าทำให้คนไข้เคยตัว ก็ขยันทำบุญ บริจาค มีชื่อ ในใบประกาศทีละเป็นหมื่นด้วยซ้ำ  เขากลับภาคภูมิใจในสิ่งที่เขาทำ  ข้าพเจ้าว่าแปลก

   ถึงได้ถามคำถามนี้ในใจตัวเองว่า  “ การให้ แบบไหนถึงพอดี....หรือถือว่าดี” นั่นเอง 



ภาพคนไข้ที่ข้าพเจ้าถ่ายรูปไว้ เมื่อครั้งที่เธอพาลูกมาหาหมอ


ชลัญธร  ตรียมณีรัตน์