ทุกคนๆก็รู้จักดอกมะลิหรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า” Jasminum Sambac”  ดอกมะลิสีขาวและมีกลิ่นหอม  ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้คนนำมาสักการะสิ่งที่เคารพ และเป็นสัญลักษณ์ของวันแม่  ในช่วงเทศกาลสำคัญดอกมะลิเป็นที่ต้องการของตลาดดอกไม้มาก เมื่อมีความต้องการมาก จึงทำให้ดอกมะลิราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 500 – 800 บาท จากปรกติกิโลกรัมละ 250 – 300 บาท

                 เมื่อดอกมะลิมีความต้องมากจึงทำให้ผู้คนหันมาจับการปลูกดอกมะลิขายเพราะมีรายได้ค่อนข้างดี  และเป็นต้นไม้ที่ดูแลไม่ยาก  ก่อนที่เราจะปลูกเราก็ต้องศึกษาก่อนว่าดอกมะลิพันธุ์อะไรให้ผลผลิตดี และคุ้มค่ากับการลงทุน ซึ่งดอกมะลิมีอยู่ด้วยกับหลายพันธุ์ เช่น 

                 พันธุ์ราษฏร์บูรณะ  มีลักษณะเป็นพุ่มเล็ก ค่อนข้างทึบ  มีใบเล็กบาง สีเขียวไม่เข้ม รูปใบเรียว  ดอกมีลักษณะ เล็กเรียวแหลม มี 1-2 ชุด ๆ ละ 3 ดอก  ซึ่งจะให้ดอกดก

                 พันธุ์แม่กลอง  มีลักษณะเป็นพุ่มต้นใหญ่หนาดกและทึบ เจริญเติบโตเร็ว มีใบ  ใหญ่หนา สีเขียวเข้มจนดูออกดำ รูปใบค่อนข้างกลม ปลายใบมน ดอกมีลักษณะใหญ่กลม 1 ชุดมี 3 ดอก  ซึ่งจะให้ดอกไม่ดก

                 พันธุ์ชุมพร  มีลักษณะคล้ายพันธุ์ราษฎร์บูรณะ แต่ดูโปร่งกว่าเล็กน้อย มีใบคล้ายราษฏร์บูรณะ แต่เรียวน้อยกว่า สีอ่อนกว่าและบางกว่า  ลักษณะดอกเล็กเรียวแหลม มีมากกว่า 2 ชุด ๆ ละ 3 ดอก ซึ่งจะให้ดอกดกมากแต่ทิ้งระยะห่างเป็นช่วง ๆ

                 ต่อไปเมื่อเรารู้จักสายพันธุ์ดอกมะลิแล้วเราก็มาเลือกสายพันธุ์ที่ต้องการ คือ พันธุ์ราษฏร์บูรณะ  เพราะให้ดอกดก  เราก็ทำการไปหาซื้อต้นมาปลูกแต่ต้นกล้าต้นมะลิมีราคาต้นละ 7 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ไม่สูงมากนัก แต่การที่เราไปซื้อที่ร้านไม่ได้หมายความว่าเราจะได้สายพันธุ์ที่เราต้องการมาเพราะร้านอาจจะนำ “ไหล” มาผสมแล้วปักรวมกัน ทำให้เราได้สายพันธุ์ที่ไม่ดีหรืออาจจะกลายพันธุ์  ซึ่งทำให้เราเสียทั้งเวลาและต้นทุนในการผลิตด้วย ซึ่งดิฉันจะแนะนำวิธีการที่ทำให้ทุกคนได้ประหยัดต้นทุนในการซื้อต้นกล้า คือ การปักชำ”ไหล”ต้นมะลิ  พันธุ์ราษฏร์บูรณะ  “ ไหล คือส่วนของก้านต้นมะลิที่งอกออกมาจากโคนต้นมะลิ มันจะเลื้อยอยู่ติดกับดิน ซึ่งบ้างคนจะมองข้ามมัน  แต่หารู้ไหมเลยนั้นคือ เงิน “ ซึ่งเราจะนำส่วนนำมาปักชำ โดยมีวิธีการปักชำดังต่อไป

การเตรียมอุปกรณ์

               1. ไหลต้นมะลิสายพันธุ์ราษฏร์บูรณะ 

               2. ขี้เถ้าแกลบ (ทำให้รากออกเร็ว และง่ายต่อการขนย้ายเพราะมีน้ำหนักเบา)

               3. ถุงดำสำหรับเพาะต้นกล้าขนาด 3*5 นิ้ว

วีการปักชำ

               1. ตัดไหลต้นมะลิสายพันธุ์ราษฏร์บูรณะ ให้ยาวประมาณ 5 นิ้ว หรือประมาณ 3 ข้อ โดยตัดเอียงทำมุม 45 องศา แล้วเด็ดใบออกให้เหลือไว้คู่หนึ่งข้างบนเพื่อลดการคลายน้ำ

               2. นำขี้เถ้าแกลบมาบรรจุใส่ถุงดำที่เตรียมไว้ปริมาณเกือบเติมถุงเหลือไว้ประมาณครึ่งนิ้วจากปากถุง

               3. นำไหลต้นมะลิสายพันธุ์ราษฏร์บูรณะ มาปักลงในถุงดำที่ใส่ขี้เถ้าแกลบเสร็จแล้ว โดยปักทำมุม 45 องศา และปักให้จมข้อ 1-2 ข้อ เพราะรากจะออกทางข้อของไหล

               4. นำไหลต้นมะลิที่ปักลงถุงดำเรียบร้อยมาเก็บไว้ในตู้เก็บความชื้น ซึ่งตู้ความชื้นก็ทำไม่ยากเลย แค่เรานำไม้ไผ่มาผ่าเป็นซี่ขนาดตามใจ แล้วงอให้เป็นรูปตัว U คว่ำ แล้วนำไม้ไผ่ที่ผ่าไว้มาทาบเพื่อให้มันอยู่แล้วทำการรัดด้วยสายลวด หลังจากนั้นนำพลาสติกที่ความหนามาคลุม  ก่อนคลุมเราก็ต้องรดน้ำให้ไหลมะลิชุ่มก่อน แล้วทำการคลุม โดยนำชายทั้งหมดยึดติดกับพื้นดิน 

               5. หลังจากนั้นไม่ต้องรดน้ำอีกเพราะตู้ที่เราทำสามารถเก็บความชื้นได้ดี  รอจนถึง 15 วัน รากก็จะงออกออกมา ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์การติดรากถึง 90 % แล้วเรานำไปปลูกในที่ที่เราเตรียมแค่นี้ก็เสร็จ

              ทุก ๆ คนเห็นไหมว่าวิธีการปักชำต้นมะลิไม่ใช่เรื่องยากสำหรับทุกคน ซึ่งจะทำให้เราประหยัดค่าใช้จ่าย ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ได้อีกด้วย ต้นกล้ามะลิที่ได้ก็มีคุณภาพตรงตามที่เราต้องการ ทุกๆคนลองศึกษาดูเผื่อสามารถนำมาปรับใช้กับท่านได้