.
สำนักข่าว BBC ตีพิมพ์เรื่อง Jobless 'face increased heart attack risk =
"(ภาวะ)ตกงานเพิ่มเสี่ยงโรคหัวใจกำเริบ", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
.
การศึกษาใหม่จากสหรัฐฯ (ตีพิมพ์ใน Archives of Internal Medicine) ทำในกลุ่มตัวอย่างคนตกงานอายุ 50s (= 50-59 ปี) & 60s (= 60-69 ปี) จำนวนมากกว่า 13,000 คน ติดตามไปเกือบ 20 ปี
.
ผลการศึกษา พบว่า การตกงานเพิ่มเสี่ยงโรคหัวใจมากพอๆ กับการสูบบุหรี่ โดยเพิ่มตั้งแต่ 3 เดือนแรก และเพิ่มเสี่ยงมากขึ้นตามระยะเวลา คือ ยิ่งตกงานนาน-ยิ่งเสี่ยงโรคหัวใจ
.
การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า งานเครียดๆ (stressful job) เพิ่มเสี่ยงโรคหัวใจได้

มูลนิธิโรคหัวใจอังกฤษ (BHF) แนะนำว่า ความเครียดไม่ได้เพิ่มเสี่ยงโรคหัวใจโดยตรง
.
ทว่า... น่าจะเพิ่มเสี่ยงทางอ้อม เช่น "เครียด-เศร้า-เหงา-เซง" ทำให้กินมากขึ้น นอนน้อยลง ออกแรง-ออกกำลังน้อยลง นั่งนานขึ้น
.
การศึกษาใหม่พบว่า ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่เพิ่มเสี่ยงโรคหัวใจได้แก่
- สูบบุหรี่
- น้ำหนักเกิน
- ออกแรง-ออกกำลังน้อย หรือไม่ออกกำลังเลย
- สูงอายุ
- ความดันเลือดสูง
- เบาหวาน
.
ถ้าตัดปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ออกไป, การตกงานเพิ่มเสี่ยงโรคหัวใจดังนี้
- ตกงานครั้งแรก > เพิ่มเสี่ยง 27%
- ตกงานครั้งที่ 4-5 > เพิ่มเสี่ยง 63%
ถ้าตัดปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ออกไป, การสูบบุหรี่เพิ่มเสี่ยงโรคหัวใจ = 44%
.
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ทักษะอย่างหนึ่งที่คนเราควรพัฒนาไว้ ไม่ว่าจะตกงานหรือไม่ คือ การออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ เช่น เดินให้บ่อย เดินให้เร็วขึ้น ปั่นจักรยาน ขึ้นลงบันไดตามโอกาส ฯลฯ
.
![]()
.
การออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ ยังคงเป็นวิธีคลายเครียดที่ดีมากในคนส่วนใหญ่ ทำได้ง่าย และทำได้ทุกวันด้วย
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.

- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 20 พฤศจิกายน 55. ยินดีให้ท่านนำบทความไปใช้ได้ โดยอ้างที่มา และไม่จำเป็นต้องขออนุญาต... ขอบคุณครับ > CC: BY-NC-ND.
- ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง จำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.
>