ยึดถือความไร้สาระของชีวิตเอาไว้

   ความเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งปอดระยะสุดท้ายของคุณหมอ Richard Teo น่าจะทำให้คุณหมอกระวนกระวายฟุ้งซ่านสุดระงับ แต่ทว่าตรงกันข้าม ความสลด สังเวชใจ กลับเข้ามาสมานใจ ให้คุณหมอสงบระงับไปได้ เหมือนน้ำที่เริ่มนิ่ง ย่อมมองเห็นฝุ่นตะกอน ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในใจ ได้เวลาทบทวนเรื่องราวต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิต และเห็นความเปลี่ยนแปลงดำเนินไปตามช่วงจังหวะชีวิต

   คุณหมอแปลกใจที่ตนเองได้รับการสั่งสอนให้เป็นแพทย์ที่ต้องเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ต้องเห็นทุกข์ เห็นไข้ของคนที่มาหา แต่คุณหมอกลับเห็นแต่ความหมกมุ่นของตัวเอง ที่คิดแต่จะสะสมความมั่งคั่ง จนมองเห็นคนไข้เป็นถังเงิน ที่ต้องรีดเงินให้มากที่สุด จนลืมจริยธรรมของตน บ่อยครั้งที่คนในแวดวงเดียวกันกลับให้ร้ายเพื่อนร่วมอาชีพ ทั้งนี้เพื่อตัดกำลังคู่แข่งราวกับการทำธุรกิจที่ใหญ่โต ใจที่มองเห็นการบำบัดรักษาคนไข้เป็นเชิงธุรกิจ จนได้เห็นสถานพยาบาลหลายแห่ง แนะนำให้คนไข้ผ่าตัด ทั้งที่ไม่มีข้อบ่งชี้ หรือให้คำแนะนำในการตรวจรักษาที่เกินความจำเป็น และคุณหมอได้พูดถึงเรื่องเหล่านี้ ขณะมีชีวิตอยู่ เป็นปี ค.ศ.2012 นี่เอง

 


      ใจคนเราสามารถมืดบอดและขาดความละเอียดอ่อนไปเรื่อยๆ เมื่อคิดว่าตนเองนั้น มีอัตตาสูงเหนือกว่าใคร เป็นบุคคลระดับยอดปิรามิดของสังคม ที่มีคนปีนป่ายไปถึงไม่มากนัก ตามกฎนิยมของสังคมปัจจุบัน ทุกเทศกาลที่ต้องไปปรากฏตัวต่อหน้าญาติพี่น้อง และเพื่อนฝูง คุณหมอถือเป็นโอกาสอันดี ที่จะได้นำสมบัติชิ้นใหม่ราคาแพงโอ้อวดเขาเหล่านั้น และหลงคิดไปคนเดียวว่า ใครๆก็คงชื่นชมกับความสำเร็จ ความร่ำรวย และร่วมมีความสุข จนราวกับเขาเป็นผู้วิเศษที่อยู่บนโลกใบเดียวกันนี้ มาบัดนี้ คุณหมอกลับได้ย้อนกลับเข้าใจความรู้สึกของหมู่ญาติที่ด้อยกว่าเหล่านั้น เขาคงนึกอิจฉาริษยา และไม่อยากมองเห็นความร่ำรวยล้นฟ้า ที่มาปรากฏให้เห็นทุกเทศกาลอย่างนี้ มันคงทำให้ใจเขาห่อเหี่ยวไปอย่างมากมาย

   เขาเคยเห็นภาพเพื่อนรักคนหนึ่ง ที่เวลาเดินไปด้วยกัน ถ้าเธอพบเจอหอยทากบนทางเท้า เธอจะหยิบมันไปวางให้พ้นทางเดิน  กลัวว่ามันจะโดนใครๆเหยียบแตกสลายตายได้ เขาดูถูกค่าชีวิตของสิ่งอื่นที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือมีความสามารถน้อย ว่าก็สมควรตายไปตามนั้น การจะเอื้อมมือไปหยิบย้ายให้ความปลอดภัยต่อสัตว์เหล่านั้น เป็นเรื่องสกปรก เสียเวลา แต่เขาเพิ่งเข้าใจสัมผัสความละเอียดอ่อนของเพื่อนรักในบัดนี้ แม้กับสิ่งที่ไม่ได้ให้ประโยชน์กับเธอ เธอก็ยินดีช่วยเหลือ เขาเองก็มาซาบซึ้งกับพลังแห่งความเมตตา ที่เพื่อนๆและญาติมิตรมอบให้เขา ให้วาระที่เขาเองหรือใคร ก็ไม่สามารถจะมาต่อชีวิตเขาต่อไปได้ เขาก็รู้ค่าพอๆกับเห็นค่าชีวิตของหอยทากที่กำลังเดินไปสู่อันตรายอย่างไม่รู้ตัวนั่นเอง

   ก็ยังดี ที่เขายังมีโอกาสสุดท้าย ได้ตรึกระลึก และแลเห็นสิ่งสวยงามของใจของคน  ขณะเดียวกันก็เห็นความความมืดบอดที่ครอบงำจิตใจ ที่ทำให้เขาเองกลายเป็นคนไร้สาระมากมายขนาดหนักถึงป่านนี้ ขณะนั้นทำให้คุณหมอเกิดแรงบันดาลใจ ที่จะเอาประสบการณ์ของชีวิตของเขา มาเผยแพร่สะกิดใจโดยเฉพาะคนในวงการเดียวกัน หรือใครก็ตาม ที่กำลังยึดถือความไร้สาระของชีวิตเอาไว้ ด้วยความหวงแหน แบบที่คุณหมอเข้าใจผิดมาก่อน  เรื่องราวของคุณหมอจะได้เป็นอุทาหรณ์สอนใจคนต่อไป แม้ว่าคุณหมอจะลาลับโลกนี้ไปแล้ว

 เรื่องของคุณหมอยังมีให้ติดตามอีก นะคะ