ความรู้=ระดับการศึกษาที่จบ(ในระบบ) เป็นความรู้สึก ของคนทั่วไปที่มีต่อการเป็นบัณฑิต หรือผู้รู้ที่แสดงออกทาง  ใบประกาศนียบัตร ของสถาบันต่างๆที่ เอามาอวดกัน

          แต่กรณีของเกษตรกรคนหนึ่งที่ผมทำงานด้วย  ในช่วงที่ผมเข้าไปเก็บข้อมูล เรื่อง การแก้ไขปัญหาหนี้สิน ทางออกของชาวบ้าน  เกษตรกรคนนี้ ไม่จบ ป.4 ซึ่งหมายความว่า ไม่ได้เรียนหนังสือ เป็นคนไทย อ่าน เขียน หนังสือไทยไม่ได้  มีลูก มีภรรยา มีที่นา 2 ไร่ มีหนี้สินพอประมาณ (50,000) ไม่มีปํญญาใช้หนี้ เพราะทำนา ไม่แล้ง ก็นำท่วมทุกปี แต่เขามีข้อดี คือขยันมาก

          ผมได้แนะนำเขาเข้ามาเรียนรู้ กับศูนย์การเรียนรู้ ของปราชญ์ชาวบ้าน ในเรื่อง "การทำอยู่ ทำกิน" (ไม่ได้ทำขาย) และกินทุกอย่างที่ปลูก ปลูกทุกอย่างที่กิน สงสัยไป ทดลองไป (วิจัย) ทุกเรื่องที่อยากรู้ อยากทำ

            เวลาผ่านไป 3 ปี เหมือนคนละโลก เลยครับ จากคนที่ไม่ได้เรียนหนังสือ อ่านไม่ออก  ..ก็กลับมาเป็นครู สอน(อธิบาย) คนอื่น  ตั้งแต่เด็กข้างบ้าน  พ่อแม่ของเด็กข้างบ้าน เด็ก และครูโรงเรียนในชุมชน ตลอดจนอาจารย์ จากมหาวิทยาลัย  นักศึกษาจากวิทยาลัยพยาบาล และวิทยาลัยสาธารณสุข ขอนแก่น  มาเป็นลูกศิษย์ เขาหมด

             " เขาเป็นนักค้นหาความรู้  เป็นนัปฏิบัติขนานแท้ เป็นนักเรียนรู้ตลอดเวลา " เป็นคำพูดของ คนที่ไปดูงาน ของคุณสำเริง เย็นรัมย์ เกษตรกร นักจัดการความรู้  ที่มี คติประจำใจคือ ททท. คือ ทำทันที  โดยไม่กลัวผิด

               องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นกับตัวเขาที่สำคัญ เช่น การไล่หนูนาโดยใช้ งูหลาม การใชดินตะกอนจากหนองนำ มาปรับปรุงดิน การจัดการแปลงเกษตร ปราณีต 1 ไร่ ที่ทุกตารางนิ้วชใช้ประโยชน์ได้หมด

                เป็นตัวอย่างของเกษตรกรที่ มีหัวใจ ของเกษตรกรตัวจริง  รักและ ยึดมั่นในอาชีพ ตัวเอง เรียนรู้ตลอดเวลา  มีความเพียงพอ  และพอเพียง ในมิติของตัวเอง  น่าชื่นชมมากครับ