GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เยือน Kunming : ตอน วิถีชีวิตที่เร่งรีบของชาวเมือง

"กลับไปเมืองไทยคราวนี้ คงต้องฝึกภาษาจีนไว้บ้าง เอาไว้มาต่อราคาสินค้าหรือไม่ก็ถามทางกลับที่พัก"

          หลังจากได้พักผ่อน ณ โรงแรม Kunming แล้ว  วันที่สองของการเดินทาง พวกเราได้ไปยังมหาวิทยาลัยที่จะต้องไปศึกษาดูงานและร่วมสัมมนา  ระหว่างทางก็สังเกตบรรยากาศและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาว Kunming   เห็นได้ว่า เมือง Kunming   เป็นเมืองที่มีอากาศเย็น  แต่ไม่ถึงกับหนาวจัด (วัดจากความรู้สึกของตัวเอง)  อาจจะด้วยเหตุว่า มีเพียงอุณหภูมิที่ต่ำอย่างเดียว  มีหมอกให้เห็นบรรยากาศแบบสบายๆ แต่ไม่มีลมพัดเหมือนบ้านเราก็เป็นได้ 

          ก่อนไปทราบข่าวจาก ดร.ทิพรัตน์ ว่าให้เตรียมเสื้อกันหนาวไปด้วย เพราะอุณหภูมิที่ Kunming   ตรวจสอบแล้ว ประมาณ 15-17 องศาเซลเซียส  ทำให้ดิฉันอดวิตกไม่ได้ เนื่องจากตัวเองเป็นคนกลัวอากาศเย็น  หากเจออากาศเย็นจัดอาจจะมีปัญหา  แต่ก็เตรียมเสื้อกันหนาวไหมพรมไปถึง 3 ตัว ไม่รวมเสื้อคลุมอีก 1 ตัว   พอไปถึงจริงๆ กลับผิดคาด อุณหภูมิต่ำจริงๆ ประมาณ 15-16 องศาฯ  แต่กลับไม่หนาวเหมือนหน้าหนาวบ้านเรา  คงเป็นเพราะไม่มีลม  อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นนั่นเอง  ยังถูกพรรคพวกกันแซวว่า  สงสัยจะต้องหอบเสื้อกันหนาวไหมพรมมาใช้ที่เมืองไทย  คงต้องเป็นอย่างนั้น  อากาศของ Kunming  กำลังเย็นสบาย ใส่เสื้อสูท (ซึ่งเป็นชุดสำหรับไปศึกษาดูงานอยู่แล้ว)  คลุมเพียงตัวเดียว  ก็ปกติแล้ว  อากาศไม่ร้อนเพราะแดดไม่จัด  ตอนไปเจอฝนพรำๆ ด้วยซ้ำ  จึงไม่ร้อนไม่หนาว  นับว่าโชคดีอย่างยิ่ง

          วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเมือง Kunming  นับว่าเร่งรีบ  คงจะเป็นเหมือนกันหมดทั้งประเทศ เพราะเห็น ดร.รุจโรจน์ เล่าให้ฟังว่า ไปเมืองปักกิ่ง ก็เหมือนกัน ประชาชนก็จะเร่งรีบเหมือนที่ Kunming  การเดินทางไปไหนมาไหนไกลๆ  ดูจะเป็นเรื่องเล็กสำหรับชาวเมือง Kunming  เดินกันเก่งและเร็วจริงๆ  ขนาดน้องพาฝัน ซึ่งเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยในเมือง Kunming  และเคยมาเรียนภาษาไทยที่มหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งเป็นผู้หญิงและอาสาเป็นไกด์พาพวกเราเที่ยวเมือง Kunming  ในครั้งนี้  ยังเดินเร็วจนพวกเราแทบต้องวิ่งตาม  มาวิเคราะห์ดู อาจเป็นเพราะ เมืองจีนอากาศค่อนข้างเย็น  ชาวเมืองจึงต้องเดินให้เร็ว เพื่อจะได้อบอุ่นขึ้นมาบ้าง  หรืออีกทีนึงก็คือ เมืองเขากว้างขวางมาก การเดินทางจากที่แห่งหนึ่งไปยังที่อีกแห่งหนึ่ง  ต้องใช้เวลาสำหรับการเดินทางในระยะทางที่ไกล  การเดินอย่างเร่งรีบจะช่วยให้พวกเขาถึงจุดหมายปลายทางได้เร็วขึ้น ก็เป็นได้   หนึ่งป้ายรถเมล์บ้านเขา  เกือบจะสองป้ายรถเมล์บ้านเราได้กระมัง

          สิ่งที่แปลกตาจากที่อยู่เมืองไทยอย่างหนึ่ง สำหรับการเยือน Kunming   ในครั้งนี้ ก็คือ หันไปทางไหน แทบไม่มีรอยยิ้ม  ทั้งๆ ที่เราพยายามจะสบตาแล้วยิ้มให้  แต่สีหน้าของชาวเมือง Kunming    นิ่งจริงๆ ไม่มียิ้มแย้ม  ทุกคนเหมือนอยู่คนเดียว ณ ที่แห่งนั้น  ต่างเร่งรีบเพื่อเดินทางสำหรับไปทำธุระของตัวเอง  อดพาลให้นึกถึงเมืองไทย สยามเมืองยิ้มของเราไม่ได้

           ใครที่คิดว่า ภาษาอังกฤษของตนเอง จะช่วยให้ตัวเองสามารถไปต่างเมืองได้ โดยไม่อดข้าวหรือไม่หลงทาง  อาจจะต้องคิดผิด  เนื่องจากคน Kunming  ส่วนใหญ่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษเลย  มีเพียงนักศึกษาบางคนเท่านั้นที่พอจะพูดได้  ขนาดพนักงานโรงแรม ซึ่งเป็นที่พักของชาวต่างชาติ  ยังพูดภาษาอังกฤษได้แบบต้องใช้เวลานานหน่อยกว่าจะรู้เรื่องกัน  หากหลงทางกับพรรคพวกที่ไปด้วยกัน  แล้วจะให้รถแท็กซี่ไปส่ง จะต้องทราบว่าที่ๆ เราจะไป เรียกเป็นภาษาจีน ว่าอะไร เพราะบอกเป็นภาษาอังกฤษ รับรองได้หลงวนอยู่ในเมือง Kunming  แน่นอน   ถึงขนาด ดร.ทิพรัตน์ ออกปากว่า กลับไปเมืองไทยคราวนี้ คงต้องฝึกภาษาจีนไว้บ้าง เอาไว้มาต่อราคาสินค้าหรือไม่ก็ถามทางกลับที่พัก  เห็นด้วยค่ะอาจารย์  ถ้าคิดว่าจะกลับไปอีก อาจารย์คงต้องฝึกภาษาจีนค่ะ...     

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 50973
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)