น้องโอปอลลูกสาวของผมเอง.. ด้วยหน้าตาอย่างนี้ การตอบโต้ บุคลิกภาพแบบนี้ ก็ทำให้เราไม่คาดหวัง ไม่มีแรงบันดาลใจอะไรที่จะสนใจมุ่งเน้น สักเท่าไหร่
ด้วยอุปนิสัย การกระทำ การตัดสินใจแบบนี้ของโอปอ จึงเป็นจุดในการทำบาปของผม การตัดโอกาสของลูกไปอย่างไม่รู้ตัว แบบไม่มีเจตนา
ด้วยว่าตัวเราเองนั้นยังเผลอไปกับการแสดงออกของเขา คนอื่นนั้นก็มั่นใจได้เลยครับ ว่าไม่มีใครฝากความหวังหรือเลือกเขาให้เป็นตัวแทนอย่างแน่นอน
แล้วเรารู้สึกตัวว่าเราตัดโอกาสลูกตอนไหนล่ะ
ก็ด้วยว่า เมื่อวันที่ 18 พย.2555 ที่ผ่านมานั้น เขามีการจัดการสอบโดยวันทูวันนะ ซึ่งผู้ปกครองจะต้องสมัครและเดินทางจากพิจิตรไปสอบที่โรงเรียนโรจนวิทย์มาลาเบี่ยงจังหวัดพิษณุโลกเอง
ตรงนี้เป็นการเพิ่มภาระให้แก่ครอบครัว อีกทั้งยังต้องมีค่าใช้จ่ายด้วย ประกอบกับประสบการณ์ที่ผ่านมาคือการพาลูกไปสอบ สสวท. แล้วแห้ว ผิดหวังเนื่องจาก ความรู้ของลูกที่มีนั้นต่ำกว่าระดับการทดสอบของข้อสอบ ครั้งนั้นเลยเป็นที่มาของไนน์ทีนหรือสิบเก้าข้อ ที่ลูกสาวไม่ได้ทำนะครับ ด้วยทั้งหมดนั้นก็ทำให้คุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจว่าจะไม่ไปสอบ แต่ด้วยสังหรณ์ใจนิดๆ ก็เลยอ่านรายละเอียดใบสมัครอีกครั้งและปรึกษากับคุณครูก้อยซึ่งเป็นครูประจำชั้นว่าคิดเห็นอย่างไร ปรากฏว่าคุณครูก็ถามว่า
“คุณพ่อลำบากหรือเปล่าค่ะ ไม่ไปสอบก็ได้ค่ะ แต่หนูก็อยากให้โอปอไปทดสอบดูนะ” คุณครูแนะนำ...
ผมเองก็มีแนวโน้มเห็นด้วยนะ ก็มาชั่งใจ ทบทวน จุดตัดสินอีกครั้ง ก็คือ หากเราไม่ให้โอกาสลูก ในครั้งนี้เขาก็จะหมดสิทธิ์ไปด้วย หากเราให้ ลูกก็จะได้โอกาสพิเศษซึ่งผู้ปกครองหลายคนก็คิดท้ออย่างผมนี่แหละ และก็ทำให้เราได้สร้างความเป็นตัวแทน ความเป็นผู้นำเล็กๆ ให้กับลูก การได้เป็นกลุ่มนักเรียนตัวแทนด้วยการตัดสินใจของเรา เมื่อคิดได้อย่างนั้นเห็นว่าคุ้ม ก็ได้ตัดสินใจสมัครและก็เดินทางไปสอบ
การสอบแข่งขันแบบนี้ก็เป็นครั้งแรกของโอปอ หลายอย่างก็ดูไม่แน่นอนไปหมด หากแต่เขาก็ได้เข้าสอบ และได้ทำข้อสอบตั้งแต่เวลา 9.00 – 10.30 น. ในระหว่างนี้เราผู้ปกครองก็ไปชมการเรียนคณิตศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นวิดิทัศน์ จากการชมก็ทำให้รู้ว่า คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับคณิตศาสตร์มากๆ เวลาที่จัดให้กับลูกในการฝึกฝนด้านคณิตศาสตร์เขาฝึกกันหนักมากตั้งแต่ปอหนึ่งจนถึงปอหกเลยและเมื่อถึงการสอบเพื่อเข้าเรียนมัธยมต้นนี่ก็ต้องแข่งขันกัน ข้อสอบที่ใช้ในการทดสอบนี่ก็อย่างยากสุดๆ คนเตรียมตัวมาดีก็จะสามารถผ่านเข้าไปเรียนในโรงเรียนเอกชนของเขาได้ ด้วยเนื้อหาการเรียนของญี่ปุ่นเขาเรียนกันอย่างหักโหมในสมัยก่อน หากแต่ด้วยการทำวิจัยและพัฒนาควบคู่ของเขา ปัจจุบันได้มีการเรียนที่ผ่อนคลายมากขึ้น และการปรับหลักสูตรต่างๆนั้น ก็มีการจดบันทึกผลว่าส่งผลให้เด็กซึ่งเป็นผลผลิตของหลักสูตรนั้นดีขึ้นหรือเลวลงด้วย
และด้วยเรื่องราวดีๆอย่างนี้ ปัจจุบันก็เดินทางมาถึงบ้านเราแล้ว นี่ก็อยู่ที่ผู้ปกครองแล้วว่าจะตัดสินใจอย่างไร เราชมวิดิทัศน์จบดูกิจกรรมอื่นๆ นิดหน่อยก็ถึงหมดเวลาสอบ พวกเราก็ไปรับน้องโอปอ จากนั้นเราก็ได้พักผ่อนกัน ทานอาหาร และเดินทางกลับบ้าน
ในวันจันทร์หลังเลิกเรียนอินเทนซีฟ ห้าโมงเย็นขณะกำลังจะไปขึ้นรถ เราได้ใช้เวลาช่วงนี้โทรไปที่วันทูวันเพื่อสอบถามผลการสอบของโอปอว่าเป็นอย่างไร เสียงตอบจากปลายสายคือ
“น้องชั้นอะไรคะ ชื่ออะไรคะ” คุณแม่เขาตอบไป “ ด.ญ. พชรศร ค่ะ ”
“อ้อ ค่ะ น้องได้สี่สิบสองคะแนน เก่งนะเนี่ยเรียนปอหนึ่งเอง และก็ไม่ได้เรียนที่นี่ด้วย ”
เราก็ขอบคุณเขาไป คุณแม่ก็หันมาบอกเบาๆ แก่ผมว่า “เก่งนะเนี่ย ได้สี่สิบสองแนะ”
แบบนี้ก็ทำให้ตรงนี้ พวกเรายิ้มกันและผมเองก็แปลกใจมากๆ ว่าทำได้ด้วยเหรอ
นี่เราก็ยังไม่เลิกทำร้ายเขาต่ออีก..

<p> </p>
<p> </p>
<p> </p>
น้องน่ารักมากๆ สำเนาถูกต้องครับ 555
สวัสดีครับอาจารย์ขจิต ดีใจจังที่แวะมาทักทายนะครับ มีความสุขทุกวันกันนะครับ
การศึกษานี้ละที่เรามอบโอกาสให้แก่ลูกได้นะครับ
สวัสดีครับอาจารย์ยูมิ สบายดีนะครับ ใช่ครับเราคงให้ได้เยอะก็การศึกษานี่แหละครับ ขอบคุณครับ มีความสุขทุกวันนะครับ
สวัสดีครับ คุณไอดิน กลิ่นไม้ คำแนะนำที่เล่ามามีประโยชน์มากๆ ครับ การแข่งขันแบบไม่สร้างความเครียดนี่คือสุดยอดของศาสตร์จริงๆ ครับ ขอบคุณนะครับ สุขสันต์วันอังคารครับ
มีลูกที่เป็นอภิชาติบุตรก็ถือว่าได้เป็นคนมีบุญ
น้องๆ ยิ้มแย้ม มีความสุขมากค่ะ ;))
ขอบคุณคุปริม นะครับ
ขอบคุณคุณปภินวิช pap2498 ถนอมวงศ์ นะครับ
ถ้าเป็นความตั้งใจของน้องเขา เราก็ควรสนับสนุนแต่ก็อย่างที่หลายๆท่านให้ความเห็นโดยเฉพาะคุณพี่ไอดิน-กลิ่นไม้ น่ะค่ะว่า เราต้องช่วยชี้แนะให้ลูกมองเห็นการทดสอบเหล่านี้ให้เป็นการทดสอบตัวเอง อย่าไปแข่ง ไปทดสอบเพื่อจะเอาชนะใครๆ ทำได้แค่ไหนก็พอใจในผลงานของตัวเอง รู้ตัวว่าพลาดอะไร อ่อนตรงไหน แก้ไขได้หรือไม่ ต้องทำอย่างไรจึงจะดีขึ้น แล้วลูกจะมีความเชื่อมั่นในตัวเองได้โดยเกณฑ์ทั้งหลายเป็นเพียงตัวชี้วัดในการประเมินตัวเอง ไม่ใช่เครื่องตัดสินความเก่ง ไม่เก่งกว่าใคร พี่โอ๋เห็นมาแล้วจากลูกชายสามหนุ่มของตัวเอง ว่าเขาไปสอบแข่งอะไรที่ไหนก็ด้วยความตั้งใจที่จะสนุก ทดสอบตัวเอง หาเพื่อนไม่คิดที่จะเอาชนะใคร เพราะฉะนั้นผลเป็นอย่างไรก็เป็นกำไรชีวิตทุกครั้ง ไม่มีความเครียด ไม่ต้องดีใจเสียใจ แค่สนุกหรือไม่สนุก ชีวิตสบายๆกว่าคนที่คิดจะแข่งเพื่อเอาชนะคนอื่นเยอะเลยค่ะ
สวัสดีครับพี่โอ๋ ผมเองก็สบายๆ น่ะครับ การแข่งกันตนเองนั้นดีต่อตนเองและกระทบต่อผู้อื่นน้อย ก็เป็นอะไรที่สร้างความประหลาดใจให้กับใครหลายคนนะ ว่าคนคนนี้ทำไมถึงได้ขยันจัง จริงๆ แล้วเค้าทำตามฝันในกายเขานั่นเอง ขอบคุณมากๆ ครับสำหรับคำแนะนำ มีความสุขกับวันพฤหัสกันนะครับ