(ต่อจาก  ๒  บันทึกที่แล้ว)


หลังอาหารกลางวัน  คลายเหนื่อยด้วยผลัดกันนวดผ่อนคลาย  แหม.....ผ่านไปเร็วจริง  กำลังสบายเชียว


ภาคบ่ายแบ่ง  ๖  กลุ่ม  ปลาหมึก  ม้าน้ำ  แมงกะพรุน  หอยแครง  ปู  เต่า  ได้รับมอบหมายให้จัดการภายในกลุ่ม  ไปศึกษาเจาะลึกจากเพื่อนเจ้าของแผงตลาดนัด  ที่รับนัดหมายเตรียมเรื่องราวแสนพิเศษน่าสนใจจากการทำงานกับชุมชน  นำเรื่องราวดี ๆ ที่ภาคภูมิใจ  เตรียมมาเล่าแจ้งแถลงความคิดเบื้องหลังงานแต่ละชิ้น  กระบวนการทำงานในชุมชนอย่างต่อเนื่อง  ความสัมพันธ์กับชุมชนที่ดีมากน้อยแตกต่างในแต่ละระยะ  ผลลัพธ์ที่ส่งผลต่อสุขภาพด้านบวก  หรือลบลดลง  จนถึงความกลมเกลียวแน่นแฟ้นเข้มแข็งพึ่งตนเองได้ของชุมชน...เพื่อสุขภาวะ


ทีมวิทยากรได้รับมอบหมายแบ่งงานกัน  ไปเก็บรายละเอียดเรื่องราวจากเจ้าของร้านด้วย  บางร้านทำมา  ๑  ปี  ๓  ปี  ต่อเนื่องยาว  ๑๐  ปี ก็มี  เจาะลึกถึงแรงบันดาลใจ  กระบวนการทำงาน  เคล็ดลับการทำงาน เช่น วิธีการก้าวข้ามอุปสรรค  การสร้างเสริมพลังของตนเอง  ทีมงานและชุมชน


หมดเวลาศึกษาร้านที่ได้รับมอบหมายในตลาดนัด  ๒  รอบ  สมาชิกกลุ่มกลับมารวมตัว  แลกเปลี่ยนกันในกลุ่ม  ย้ำใช้ทักษะการฟังอย่างตั้งใจ  การจับประเด็น  การทำงานเป็นทีมบนพื้นฐานความสัมพันธ์ฉันท์น้องพี่  ที่พวกเราผ่านการจัดการความรักมาแล้วในช่วงเช้า  ก่อนจะเริ่มการจัดการความรู้ต่อไป

(เคล็ดนี้ได้จากการถอดบทเรียนของเครือข่ายทันตแพทย์ผู้นำสร้างเสริมสุขภาพช่องปาก  เมื่อ  ๓  ปี ก่อน  ที่อยุธยา  โดย อ.จตุพร  วิศิษฐ์โชติอังกูรและคณะ)


น่ารักจริง  ขอต่อเวลาประชุมกลุ่ม  แสดงว่าเรื่องราวที่เล่าขานแลกเปลี่ยนกันจากใจถึงใจ  น่าสนใจจริง ๆ


จับฉลากให้ออกมาเล่าเพียงกลุ่มละ  ๒  เรื่อง  บางเรื่องขออนุญาตตั้งชื่อใหม่  ตามที่โดนใจในมุมมองธิรัมภานะคะ


๑)   ๑๐ ปี ยั่งยืนสู่วิถีพึ่งตนเอง : กว่าจะปลอดภัยจากฟลูออไรด์


เจ้าของเรื่อง  พี่อัจฉรา  อินต๊ะสุวรรณ  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพสต.) ห้วยแก้ว  อำเภอภูกามยาว  และคุณพยอม  วงศ์ไชยา  ประธานอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.)  บ้านสันป่าบง  ตำบลสันป่าม่วง  อำเภอเมือง  จังหวัดพะเยา


พี่อัจฉราเล่าก่อน  เดิมคนในชุมชนเชื่อว่า  ฟลูออไรด์ทำให้ฟันขาว  แข็งแรง  ช่วงปี ๒๕๔๓  มีปรากฏการณ์ชาวบ้านวัยผู้ใหญ่กระดูกแขนขางอผิดรูป  ปวดตามข้อ  เด็ก ๆ ฟันตกกระ  ได้รับความรู้และการวินิจฉัยจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพิ่มเติม  เพราะได้รับฟลูออไรด์มากเกินระดับที่เป็นคุณ  จนเป็นโทษต่อร่างกาย  ผู้ที่สะสมนานเกิน  ๑๐  ปี  ส่วนเกินเกาะกระดูก  ที่ผิดปกติแค่ฟัน  เพราะไปจับกับแคลเซี่ยมเปลี่ยนแปลงผลึกฟัน  ผิวเคลือบฟันไม่สมบูรณ์ 



รณรงค์เพิ่มเติมถึงผลกระทบของฟลูออไรด์  จนชาวบ้านรับรู้  เข้าใจและตระหนักมากขึ้น  โดยเฉพาะที่ส่งผลต่อความฉลาด  ไปแทนที่ไอโอดีน (ตอนมัธยมหากจำตารางธาตุได้  F  และ  I  อยู่หมู่เดียวกัน)  โอกาสเป็นเอ๋อเพิ่มขึ้น  หญิงตั้งครรภ์มีโอกาสแท้งเพิ่มขึ้น



พื้นที่ร่วมกันทำงาน คือ  ๕  หมู่บ้านเริ่มแรกที่ชุมชนเห็นว่าเป็นปัญหาในระดับที่ต้องแก้ไข  ชวนผู้นำชุมชน  ผู้ดูแลระบบประปาหมู่บ้าน  หมู่บ้านละ  ๕  คน  ผู้นำฝ่ายท้องถิ่น  เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)  เจ้าหน้าที่ รพ.สต.  นักวิชาการจากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ (สสอ.)  สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.)  ทีมวิชาการแข็งปึ๊ก  ไปเชียงใหม่กัน  เรียนรู้ร่วมกันที่ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ  หนองหอย


รับทราบข้อมูลเพิ่มเติม  ฟลูออไรด์ที่ฝังลึกในดินยังผุดขึ้นมาต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน  เนื่องจากมีรอยเลื่อนแผ่นดินไหว....แป่ว  แล้วจะทำอย่างไรต่อดี

^_,^


กลุ่มผู้นำกลับมาประชุมชาวบ้าน  ทำอย่างไรจะปรับพฤติกรรมการใช้น้ำได้  ห้ามนำน้ำที่ฟลูออไรด์สูงเข้าปาก  ล้างถ้วยชามได้  แต่ห้ามแช่ข้าวก่อนนึ่งข้าว


เริ่มศึกษาว่าแหล่งน้ำบริโภคในชุมชนตนเองที่มีฟลูออไรด์สูง  คือ  แหล่งใดบ้าง  เช่น  บ่อบาดาล  ประปาหมู่บ้านที่แหล่งน้ำดิบมาจากบ่อบาดาล  น้ำบริเวณบ่อน้ำพุร้อน  ช่วยกันเก็บตัวอย่างน้ำ  ระยะแรกส่งตัวอย่างน้ำไปตรวจปริมาณฟลูออไรด์ในน้ำที่ศูนย์ทันตสาธารณสุขระหว่างประเทศ  เชียงใหม่ (ขณะนั้น) 


จัดเวทีชุมชนหลายต่อหลายครั้งต่อเนื่อง  ให้ความรู้  ใช้คู่มือที่ได้รับและสนับสนุนวิชาการจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข  ศูนย์ทันตฯ ระหว่างประเทศ  แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชุมชน  วิเคราะห์ปัญหา  หาแนวทางแก้ไขร่วมกัน


เมื่อรู้ข้อมูลปริมาณฟลูออไรด์ในแหล่งน้ำแต่ละแหล่งของชุมชนตนเองแล้ว  รู้แล้วว่าแหล่งใดปลอดภัย  แหล่งใดไม่ปลอดภัย  ร่วมกันตัดสินใจว่าจะดึงเอาฟลูออไรด์ออกจากน้ำจนมีปริมาณปลอดภัย  โดยใช้วิธีเผาถ่านกระดูกสัตว์   แต่มีตัวอย่างพื้นที่อื่นว่าวิธีนี้ส่งกลิ่นเหม็นมาก 


โชคดีบริบทด้านสิ่งแวดล้อมของอำเภอภูกามยาวยังดีมาก  ไม่มีโรงงานอุตสาหกรรม  ชุมชนร่วมกันตัดสินใจเลือกวิธีอื่น  คือ  เปลี่ยนมาบริโภคน้ำฝน


บ้านที่ยังไม่มีภาชนะเก็บน้ำฝนให้พอบริโภคทั้งปี  ชุมชนช่วยเหลือกัน  ใช้เงินกองทุนสุขาภิบาลอาหารเริ่มต้นให้ยืมเพื่อซื้อโอ่ง  ๘๐๐  บาท ต่อหลังคาเรือน  ๑  โอ่งพอเพียงสำหรับ  ๑  คน 



ศูนย์ทันตฯ ระหว่างประเทศพัฒนาชุดตรวจฟลูออไรด์ในน้ำอย่างง่าย ๑  ชุด ตรวจได้  ๕๐  ตัวอย่าง  เฉลี่ยตัวอย่างละ  ๑  บาท  ทำได้เองโดยผู้ที่ผ่านการฝึกฝน  อสม.จึงมีบทบาทสำคัญ  ตรวจคัดกรองเบื้องต้น  หากอยู่ในระดับสงสัย  ส่งไปตรวจซ้ำ  หากปริมาณปลอดภัยใช้บริโภคได้  แหล่งน้ำนั้นก็เป็นที่พึ่งของชาวบ้าน


ค่อย ๆ แก้ไขไป  อปท.ทยอยตั้งงบซื้อโอ่งให้แต่ละบ้าน


ในโรงเรียน  ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก  รพสต.ใช้ถังเก็บแบบ ฝ ๙๙  โดยงบท้องถิ่น


ขณะเดียวกันความสะดวกจากน้ำประปา  เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ชุมชนเห็นว่ายั่งยืนกว่า  ส่วนท้องถิ่นจึงจัดทำระบบประปาใหม่  โดยใช้น้ำจากแม่กวงซึ่งมีฟลูออไรด์ต่ำ  และยังต้องติดตามการดำเนินงานต่อไป


ปัจจุบันคนในชุมชนที่มีปัญหาสุขภาพได้รับการแก้ไขแล้ว  ปัญหาฟันตกกระลดลง  เด็กรุ่นใหม่ไม่เป็นฟันตกกระ  ชุมชนสามารถถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้ผู้อื่นได้

^_,^


จากเรื่องเล่าของพี่พยอม  เจ้าของเรื่องอีกคนหนึ่ง  เรารับรู้ได้ถึงความสุขและความภาคภูมิใจ  ที่คณะ อสม.มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังปริมาณฟลูออไรด์ในแหล่งน้ำของชุมชน  พี่พยอมเล่าการอบรม  ฝึกทักษะตรวจน้ำ  ความขยันทุ่มเทต่อเนื่อง  ประชุมชาวบ้าน  นำข้อมูลต่าง ๆ เล่าให้ชาวบ้านฟัง  การนัดหมายผู้ใหญ่  ผู้สูงวัยที่มีปัญหากระดูกมารับการตรวจและรักษา  จากคณะอาจารย์และทีมหมอ  ใช้รถเข็นนั่งผ่อนแรงการรับน้ำหนัก  ให้ใช้ชีวิตต่อไปได้  การเกื้อหนุนสนับสนุนจากผู้นำชุมชน  คือ พ่อหลวง ที่เป็นสามีนั่นเอง 

จนเห็นผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพของคนในชุมชน

(ความเข้าใจลึกซึ้งต่อคำเมืองของผู้ฟังอย่างผู้เขียนที่มาจากอีสาน....เป็นข้อข้องขัดทางวัฒนธรรมเล็กน้อย)

^_,^


เป็นธรรมชาตินะคะ  เรื่องแรกยาวนิดหนึ่ง  อีก  ๑๐  เรื่องคงจะสั้นลง ๆ  แฮ่ะ ๆ

ราตรีสวัสดิ์ค่ะ