เกือบหนึ่งปีหลังจากที่รัฐบาลได้ให้คำมั่นสัญญากับเด็กไทยตามนโยบายแท็บแล็ต 1 เครื่องต่อนักเรียน 1 คน ซึ่งโครงการนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่าประเทศชาติจะไม่ได้อะไรเลยนอกจากสูญเสียเงินภาษีไปโดยเปล่าประโยชน์
ดร.โอฬาร ไชยประวัติ ที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจและการศึกษาของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเป็นผู้หนึ่งที่ริเริ่มโครงการนี้ กล่าวว่า นี่เป็นการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์สำหรับระบบการศึกษาไทย ตัวแท็บเล็ตเองเป็นเครื่องมือที่ดีสำหรับการศึกษา แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง ที่จะเป็นผู้คอยอำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำการใช้ที่ถูกวิธีให้กับเด็ก รัฐบาลต้องใช้งบประมาณ 2.4 พันล้านบาท ให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 สำหรับแท็บเล็ต 860,000 เครื่องในล็อตแรก ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศแรกในโลกที่แจกแท็บเล็ตเกือบ 1 ล้านเครื่องให้กับเด็ก
ดร. โอฬาร กล่าวปฏิเสธว่าโครงการนี้ไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ของพรรคการเมืองและเป็นการเอาเปรียบผู้เสียภาษี แต่จะเป็นการปฏิรูประบบการศึกษาไทย สามารถปรับวิธีเรียนเปลี่ยนวิธีสอนให้เด็กได้เรียนรู้ตามที่เขาสนใจ โดยไม่ยึดติดอยู่ในกรอบที่ครูเป็นศูนย์กลางในการจัดการความรู้ให้กับเด็ก แต่จะเป็นการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จากเดิมระบบการศึกษาเป็นการสื่อสารทางเดียวคือนักเรียนต้องจดจำตำราเพื่อทำข้อสอบให้ผ่าน โดยเด็กๆ ไม่ได้ใช้ความคิดของเขาเอง
แท็บเล็ตหน้าจอสัมผัสเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับทุกเพศทุกวัย โดยผู้ใช้จะเข้าถึงเนื้อหาโดยไม่มีข้อจำกัด ในขณะที่อุปกรณ์อื่นๆ เช่นโน้ตบุ๊ค ผู้ใช้ต้องมีความรู้หรือทักษะระดับหนึ่งสำหรับพิมพ์คีย์ข้อมูลเพื่อการค้นหา นอกจากนี้หน้าจอสัมผัสจะช่วยให้เด็กๆมีความสุขและสนุกสนานกับการเรียนรู้ไปกับแบบฝึกหัดกว่า 200 เรื่อง ในวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ยังเด็กเกินไปหรือไม่สำหรับการใช้เทคโนโลยี แต่ในทางการศึกษาพบว่า เด็กอายุหกถึงเจ็ดปีมีพัฒนาการทางสมองที่พร้อมสำหรับการเรียนรู้ภาษาใดภาษาหนึ่ง และสามารถเก็บรักษาข้าวของของตนเองได้ และโครงการนี้ยังเปิดโอกาสให้ครูทั่วประเทศที่สนใจเข้ารับการอบรมทักษะการใช้แท็บเล็ต 900 คน ดร. โอฬารกล่าวในที่สุด
จากที่กล่าวมาข้างต้นชี้ให้เห็นว่าแท็บเล็ตเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับนำมาใช้ในการศึกษา แต่จะใช้ได้ผลเพียงไรขึ้นอยู่กับครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง ที่จะต้องร่วมมือกันในการอำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำที่เหมาะสม เด็กๆจะสนุกสนานไปกับการเรียนรู้ด้วยวิธีการใช้มือสัมผัสหน้าจอ ได้ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองในสิ่งที่เขาสนใจ และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เป็นวัยที่สมองกำลังพัฒนา เด็กชอบค้นคว้าอยากรู้อยากเห็นในสิ่งใหม่ๆ เมื่อได้รับคำแนะนำจากครูที่มีทักษะในการใช้เครื่องมือชนิดนี้คอยอำนวยความสะดวกให้ โครงการแท็บเล็ตเพื่อการศึกษา ก็จะพัฒนาการศึกษาให้กับเด็กไทยได้สมดังเจตนารมณ์
ที่มา http://www.bangkokpost.com/business/telecom/299701/tablet-plan-defended
News from the Bangkok Post