ประกันสังคมแจงตัวเลขผู้ว่างงานถือเป็นภาวะปกติที่เกิดขึ้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสถานะกอบทุนประกันสังคมกว่า 2 แสนล้านบาทแต่อย่างใด

         จากข่าวกรณีผู้ประกอบการบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก จำนวน  8,350 แห่ง เลิกส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม โดยอ้างว่าเพราะประสบปัญหาขาดทุน ส่งผลกระทรงให้ลูกจ้างประกันตน 80,000 คน ได้รับความเดือดร้อน เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ชี้แจงว่า "เหตุดังกล่าวถือเป็นการเข้าออกงานตามภาวะปกติสำหรับบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก ด้วยกฎหมายประกันสังคมกำหนดให้สถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่  1 คนขึ้นไปต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคม ดังนี้นการเข้า-ออกของพนักงานจากบริษัทขนาดดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในทุกปี ด้วยสาเหตุที่บริษัทจำเป็นต้องยุบหรือควบรวมกิจการเพื่อให้การดำเนินงานของแต่ละบริษัทเกิดความคล่องตัว หรือบางรายเลิกกิจการและไปจดทะเบียนการค้าในชื่อใหม่ ฯลฯ ดังนั้นตัวเลขการแจ้งเข้า-ออกของจำนวนผู้ประกันตนในสถานประกอบการต่างๆ ถือเป็นภาวะปกติ"

          ปกติแล้วในแต่ละเดือนจะมีผู้เข้าออกงานระหว่าง 60,000-100,000 คน และได้กลับคืนสู่ระบบประกันสังคมประมาณ  80%  ส่วนการให้บริการประกันสังคมกรณีว่างงาน จะพบว่าจำนวนผู้ประกันตนว่างงานยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนในทุกเดือนเป็นปกติในช่วงครึ่งปี 2548 (ม.ค.-มิ.ย.) มีผู้ว่างงานจำนวน 22,778 ราย เงินทดแทนที่สั่งจายกว่า  300 ล้านบาท แสดงว่า สปส.สามารถดูแลและจ่ายประโยชน์ทดแทนให้ผู้ว่างงานได้ไม่ส่งผลกระทบแต่อย่างใด "อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ส่งผลกระทบต่อสถานะของกองทุนประกันสังคมแต่อย่างใด และผู้ประกันตนไม่ต้องตกใจกับตัวเลขที่ปรากฎ สำนักงานประกันสังคมยังคงให้ความคุ้มครองและดูแลผู้ประกันตนให้ได้รับสิทธิประโยชน์ได้เช่นเดิม ในขณะนี้สำนักงานประกันสังคมอยู่ระหว่างการแก้ไขกฎหมายประกันสังคมเพื่อให้เกิดประโยชน์กับทุกผ่ายที่เกี่ยวข้อง"