เรื่องล้างพิษซึ่งกันและกันนี้ผมเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่เคยมีใครคิดกันมาก่อน คือถ้าเรากินอาหารอะไรที่เราชอบเป็นประจำ (แม้ข้าวกล้องที่ว่าดีกันเหลือเกินนั้นก็ตาม) ผมว่ามันจะสะสมสารพิษไปวันละน้อย พอกหางหมูไปเรื่อยๆ


สูตรอาหารห้าหมู่แบบฝรั่งนั่น ผมได้เตือนมาหลายครั้งแล้วว่าอย่าไปเชื่อเด็ดขาด เพราะฝรั่งมีเมตะโบลิซึม (การย่อยและดูดซึมสารอาหาร) ต่างจากเรา น้ำย่อยก็ต่าง และสภาพภูมิอากาศก็ต่าง 


เช่นฝรั่งบอกว่าคนต้องกินวันละ ๒๐๐๐ แคล ให้ครบห้าหมู่ แต่ผมเคยคำนวณแล้วยืนยันว่าคนไทยเฉลี่ยกินเพียง ๘๐๐ แคลเท่านั้นก็เทียบเท่าฝรั่งกิน ๒๐๐๐ แคล โดยเฉพาะฝรั่งมีการสูญเสียความร้อนจากการระเหยน้ำออกสู่ลมหายใจมากกว่าเรามหาศาล วันละประมาณ ๘๐๐ แคลเข้าไปแล้ว เพราะเขาเป็นเมืองหนาวแถมอากาศแห้งกว่าเรามาก

ดังนั้นจึงไม่แปลกอะไรที่คนไทยวันนี้อ้วนกันมาก เพราะไปกิน แคล ตามฝรั่ง (ตามที่หมอไทยแนะนั่นเอง) 

เรื่องกินแป้งแล้วอ้วน ผมก็เตือนมาแล้วว่าอย่าไปเลียนแบบฝรั่ง ของเรากินแล้วไม่อ้วนหรอก  เพราะเราเมตะโบลิซึมที่เหมาะกับแป้งมากกว่าฝรั่ง  ส่วนนมสิ ไปกินตามฝรั่งแต่น้ำย่อยไม่เหมือนเขา ระวังจะย่อยไม่หมด แล้วตกตะกอนเป็นสารพิษสะสมในเซ็ลร่างกาย ตายกันเป็นเบือ


วันนี้จะมานำเสนอการกินอาหารแบบ ๓/๓/๓  ที่ง่ายต่อการจำ ทำให้ครบห้าหมู่แบบไม่ต้องไปยุ่งยากแบบฝรั่ง  และยังทำให้สนุกอีกด้วย  คือ ให้แบ่งอาหารเป็นสามกลุ่ม

๑ กลุ่มเนื้อเป็นแป้ง เช่น ข้าว ข้าวโพด มัน เผือก ฟักทอง  ลูกเดือย

๒ กลุ่มเนื้อมีเส้นใย เช่น ผักคะน้า ผักบุ้ง ผักกาด หัวไชเท้า และผักอื่น และเห็ดต่างๆ

๓ กลุ่มเนื้อมีน้ำมันมาก เช่น ถั่ว งา เมล็ดต่างๆ (เช่น ทานตะวัน  ฟักทอง) รวมไปถึงมะพร้าว น้ำมันพืช นม เนย  ไข่ เนื้อสัตว์


อาหารหนึ่งมื้อควรมี ๓ กลุ่มนี้สัก ๙๐% (สัดส่วน ๔๐ ๓๐  ๒๐ ตามลำดับ โดยประมาณ หรือมากน้อยกว่านัี้้นตามจริต แต่อย่าให้มากน้อยกว่ากันมากนัก) ที่เหลืออาจเป็นพวกเครื่องเทศ ปรุงรส (เช่น พริก ตะไคร้ ใบมะกรูด มะนาว  ก็ว่ากันไป  แล้วแต่จริต)    (เช่น ข้าว ๔ ถ้วยตะไล ผัดผักรวม ๓ ถ้วยตะไล  ซุปถั่วอีก ๒ ถ้วยตะไล คนตัวใหญ่ก็เอาถ้วยใหญ่น้อย ตัวเล็กก็ถ้วยเล็กหน่อย ตามน้ำหนักตัว)  


ในแต่ละกลุ่มนี้อาจมีได้มากกว่าหนึ่งชนิดเช่น ในกลุ่ม ๑ ในหนึ่งมื้ออาจเลือกข้าว ผสมกับมันเทศเหลือง ก็ได้  (ยิ่งดีด้วยซ้ำ) มื้อต่อไปอาจสลับเป็นข้าวโพดผสมลูกเดือย  ลูกเดือยผสมมันม่วง  วนกันไปให้หลากหลาย


จากนั้นเราต้องมาดูเรื่อง รส ให้ได้สามรสด้วย  คือ จืด เปรี้ยว หวาน มัน เค็ม ขม ขื่น ฝาด


จากนั้นต้องมาดูเรื่องสีให้ครบสามสี  เช่น เหลือง(ฟักทอง ถั่วเหลือง มันเหลือง ข้าวโพด)   แดง(มันเทศ ถั่วแดง ข้าวแดง)   ม่วง(มันม่วง กระหล่ำม่วง)  ขาว เขียว ส้ม(แครอท มะเขือเทศ)  ดำ(เห็ดตับเต่า เห็ดหอม งาดำ)  ทฤษฎีการกินอาหารให้ครบสี มันมีอยู่นะ เป็นของคนจีน  ผมก็เลยเอามาผสมเป็นทฤษฎีใหม่นี้ไง


สรุปเลยมันก็มี ๓ ๓ ๓  แต่ละมื้อสนุกดีต้องเลือกประเภทใหญ่ แล้วซอยย่อยให้ครบสามย่อยอีกด้วย

เช่นกลุ่ม ๑ เลือก ข้าว กับ มันเหลือง (รสหวานอ่อน)

กลุ่ม ๒  เลือก ผักบุ้ง เห็ดหอม

กลุ่ม ๓ ถั่วแดง  งาดำ


แบบนี้เราได้ครบ ๓ กลุ่มหลัก 

 ๓ รส (ข้าว จืด มัน (หวาน) ถั่ว งา (มัน) ) 

 ๓ สี (ข้าว ขาว มันเหลือง ถั่ว แดง งา ดำ ..เกิน ๓ ไม่เป็นไร แต่ขาดไม่ดี)


จะเห็นว่ากินตามสูตนี้แม้เลือกสะเปะสะปะอย่างไร มันจะครบห้าหมู่ฝรั่งโดยอัตโนมัติ โดยประมาณ

ส่วนการครบรส ครบสีนั้นเป็นของแถม เพื่อให้เกิดความหลากหลาย และความสนุก  ไม่ต้องซีเรียสมากก็ได้ เพียงแต่ให้มีสติ สลับรส สีบ้าง  เพื่อให้มันเกิดการคานอำนาจของกรดด่าง หยินหย่างกันเอง  เป็นการล้างพิษซึ่งกันและกัน


เรื่องล้างพิษซึ่งกันและกันนี้ผมเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่เคยมีใครคิดกันมาก่อน  คือถ้าเรากินอาหารอะไรที่เราชอบเป็นประจำ (แม้ข้าวกล้องที่ว่าดีกันเหลือเกินนั้นก็ตาม) ผมว่ามันจะสะสมสารพิษไปวันละน้อย พอกหางหมูไปเรื่อยๆ จนเกิดโรคได้   แต่ถ้าเราสลับหันไปกินข้าวโพด ลูกเดือย หรือ มันอันหลากหลายแทนข้าวบ้างก็จะช่วยล้างพิษได้


ทฤษฎีล้างพิษซึ่งกันและกันนี้ผมต่อยอดมาจากเรื่องที่หลวงพ่อที่เป็นอาจารย์ผมเล่าให้ฟังสมัยผมไปบวชอยู่กับท่านว่า สมัยท่านเป็นพระป่าอยู่คนเดียวกลางป่าดิบเป็นแรมปีต้องเก็บใบไม้กิน ท่านไม่รู้จักใบไม้ ท่านก็เลยใช้วิธีเก็บใบอะไรมาก็ได้ (แบบว่าหลับตาเก็บได้เลย) แต่ให้มีจำนวน ๒๐ ชนิด จากนั้นเอามาห่อโรยเกลือเผาไฟ กินได้เลย ไม่มีตาย

...คนถางทาง (๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๕)