เคยเรียนอะไรใหม่ๆ เจออะไรใหม่ๆ ตื่นเต้นครับ...พอไปทำจริง ทำไปไม่ตลอดทาง..ที่สุด ก็รู้สึกว่าศาสตร์นั้นใช้ไม่ได้ ไหมครับ..
หรือ ตอนเรียน ได้รู้อะไรมัน "โอว ช่าง ลึกซ้ึ้งนัก"

ว่าแล้วก็คิดการณ์ใหญ่ จะเอาศาสตร์นี้ไปทำเรื่อง โน่นนี่นั่น...
สุดท้าย ก็ไปไม่รอด...
ปีหน้า ไปเรียนใหม่..ไปซึ้งใหม่...แต่ไปไหนไม่รอด..อีหรอบเดิม...
....
ในด้านการพัฒนาองค์กร หรือวงการ OD (Organization Development ออร์แกนไนเซชั่นดีเวลล๊อปเม๊นต์) เรามีศาสตร์หนึ่งเราเรียกว่า "Reflection รีเฟล็กชั่น"
....
เวลาทำงานร่วม หรือเข้าไปอยู่ในแวดวงของคนทำ OD ทั้งทางการไม่ทางการเราจะมีการทำ Reflection เสมอ...ใน Appreciative Inquiry จะอยู่ใน D ตัวที่ 4 คือ Destiny เดสตินี่..
....
ใน AI เราจะถามว่า..เรียนรู้อย่างไร...ตรงนี้แหละคือการทำ Reflection...
....
เช่นตอนผลอ่านหนังสือ AI ครั้งแรก ตื่นเต้นครับ..แค่นิยามก็สุดๆแล้ว...ดูตัวอย่างก็ดี...พอเอาไปใช้วันแรก..ลูกศิษย์.. เขียนจดหมายกลับมา..
....
"อาจารย์คะ..หนูเอาชุดคำถาม เพื่อไปหา Discovery ดิสโคฟเวอรรีย์...คนไม่เข้าใจ ตอบคำถามไม่ได้ค่ะ อาจารย์ทำไงดีคะ"
...
ผมนั่งคิดนั่งใคร่ครวญ (Reflection) ที่สุดก็ตกผลึกว่า..ลักษณะชุดคำถามที่ฝรั่งคิดนี่ตอบยาก..เพราะมันยาวมาก..ต้องจุดจินตนาการกันก่อน..ไม่ได้แน่นอน..ต้องปรับหน่อย..ลองให้สั้นลง..
ที่สุดทดลองใช้คำถามเริ่มต้นสั้นๆ แต่ใช้การ "ซัก" เอา ไม่เข้าใจก็ซักอยู่นั่นแหละจนเห็นภาพ..ที่สุดค้นพบครับ..ว่า ไอ้ที่เราแปลมาจากตำรานี่ เอามาใช้กับคนไทยไม่ได้..มันยาว เยิ่นเย้อ เกินไป...ต้องปรับให้สั้น ต้องมีการใช้เทคนิกการซัก
เช่น ถ้าถามว่า..ประสบการณ์ที่ดีที่สุดตอนมาใช้บริการที่นี่ (สมมติ..ร้านกาแฟ)
ร้อยทั้งร้อย ในหมูู่คนไทยจะตอบอะไรแบบกลางๆคือ "บริการดีค่ะ" จบข่าว...
คำตอบอย่างนี้เอาไปทำอะไรไม่ได้ครับ..
เราต้องซักต่อหน่อยว่า "ดีจัง..ไหนลองเล่าต่อเป็นฉากๆ สิครับ..ว่า..จุดเปลี่ยน จากคุณรู้สึกเฉยๆกับร้านนี้ มาเป็นชอบนี่น่ะ มันเกิดขึ้นตอนไหน..เล่าเป็นฉากๆ เลยครับ
นี่แหละครับ..ที่สุดเราก็ทำงานกันต่อได้..หาไปสิครับ..ลองค้นหาตำรา AI ที่ตอนนี้มีนับเป็นสิบๆเล่ม..ก็ไม่มีสิ่งที่ผมได้พูดไว้นี้แน่นอน..
ชาว Gotoknow จะคุ้นเคยดีกับคำว่า BAR (Before Action Review)...คล้ายๆกันครับ..แต่ในวง OD เราจะเน้นใช้ถามความรู้สึก...รู้สึกอย่างไรกับการประชุมครั้งนี้...นี่แหละครับ Reflection คนจัดก็จะเอาข้อมูลไปปรับปรุงให้การประชุมครั้งหน้า กลมกล่อมมากขึ้น..

(เล่มนี้ เขียนเรื่อง Reflection ที่ใช้ในการทำ OD/Action Research/AI ได้ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาครับ)
ส่วน AI จะถามว่า..AI ครั้งนี้ที่ทำน่ะ..ชอบตรงไหน..อะไร work นี่ถามแบบบวกๆ...ตอนหลังมีการพัฒนาต่อยอดมาเป็น Appreciative Evaluation แอพพรีชิเอทีฟ อีแวลูเอชั่น ครับ..เป็นอีกศาสตร์ไปเลยครับ...
...
ทดลองดูนะครับ..จะ Reflection จะ BAR จะ Destiny จะ Appreciative Evaluation ก็ได้..ดีทั้งนั้น...ได้คำตอบแล้ว ก็เอามาปรับปรุง "ศาสตร์" ของคุณให้มันเป็น "ศิลป์" มากขึ้น..
...
แล้วจะมีคนบอกคุณว่าคุณมีทั้งศาสตร์และศิลป์ คุณจะกลมกล่อมกับสิ่งที่คุณทำมากขึ้นครับ..
