479. "ศาสตร์" ที่ทำให้ "ศาสตร์" เป็น "ศิลป์"

reflection

เคยเรียนอะไรใหม่ๆ เจออะไรใหม่ๆ ตื่นเต้นครับ...พอไปทำจริง ทำไปไม่ตลอดทาง..ที่สุด ก็รู้สึกว่าศาสตร์นั้นใช้ไม่ได้ ไหมครับ..

 หรือ ตอนเรียน ได้รู้อะไรมัน "โอว ช่าง ลึกซ้ึ้งนัก" 



ว่าแล้วก็คิดการณ์ใหญ่ จะเอาศาสตร์นี้ไปทำเรื่อง โน่นนี่นั่น...


สุดท้าย ก็ไปไม่รอด...


ปีหน้า ไปเรียนใหม่..ไปซึ้งใหม่...แต่ไปไหนไม่รอด..อีหรอบเดิม...


....

ในด้านการพัฒนาองค์กร หรือวงการ OD (Organization Development ออร์แกนไนเซชั่นดีเวลล๊อปเม๊นต์) เรามีศาสตร์หนึ่งเราเรียกว่า "Reflection รีเฟล็กชั่น" 

....

เวลาทำงานร่วม หรือเข้าไปอยู่ในแวดวงของคนทำ OD ทั้งทางการไม่ทางการเราจะมีการทำ Reflection เสมอ...ใน Appreciative Inquiry จะอยู่ใน D ตัวที่ 4 คือ Destiny เดสตินี่..

....

ใน AI เราจะถามว่า..เรียนรู้อย่างไร...ตรงนี้แหละคือการทำ Reflection...

....

เช่นตอนผลอ่านหนังสือ AI ครั้งแรก ตื่นเต้นครับ..แค่นิยามก็สุดๆแล้ว...ดูตัวอย่างก็ดี...พอเอาไปใช้วันแรก..ลูกศิษย์.. เขียนจดหมายกลับมา..

....

"อาจารย์คะ..หนูเอาชุดคำถาม เพื่อไปหา Discovery ดิสโคฟเวอรรีย์...คนไม่เข้าใจ ตอบคำถามไม่ได้ค่ะ อาจารย์ทำไงดีคะ"

...

ผมนั่งคิดนั่งใคร่ครวญ (Reflection) ที่สุดก็ตกผลึกว่า..ลักษณะชุดคำถามที่ฝรั่งคิดนี่ตอบยาก..เพราะมันยาวมาก..ต้องจุดจินตนาการกันก่อน..ไม่ได้แน่นอน..ต้องปรับหน่อย..ลองให้สั้นลง..


ที่สุดทดลองใช้คำถามเริ่มต้นสั้นๆ แต่ใช้การ "ซัก" เอา ไม่เข้าใจก็ซักอยู่นั่นแหละจนเห็นภาพ..ที่สุดค้นพบครับ..ว่า ไอ้ที่เราแปลมาจากตำรานี่ เอามาใช้กับคนไทยไม่ได้..มันยาว เยิ่นเย้อ เกินไป...ต้องปรับให้สั้น ต้องมีการใช้เทคนิกการซัก


เช่น ถ้าถามว่า..ประสบการณ์ที่ดีที่สุดตอนมาใช้บริการที่นี่ (สมมติ..ร้านกาแฟ) 


ร้อยทั้งร้อย ในหมูู่คนไทยจะตอบอะไรแบบกลางๆคือ "บริการดีค่ะ" จบข่าว...


คำตอบอย่างนี้เอาไปทำอะไรไม่ได้ครับ..

เราต้องซักต่อหน่อยว่า "ดีจัง..ไหนลองเล่าต่อเป็นฉากๆ สิครับ..ว่า..จุดเปลี่ยน จากคุณรู้สึกเฉยๆกับร้านนี้ มาเป็นชอบนี่น่ะ มันเกิดขึ้นตอนไหน..เล่าเป็นฉากๆ เลยครับ


นี่แหละครับ..ที่สุดเราก็ทำงานกันต่อได้..หาไปสิครับ..ลองค้นหาตำรา AI ที่ตอนนี้มีนับเป็นสิบๆเล่ม..ก็ไม่มีสิ่งที่ผมได้พูดไว้นี้แน่นอน..


ชาว Gotoknow จะคุ้นเคยดีกับคำว่า BAR (Before Action Review)...คล้ายๆกันครับ..แต่ในวง OD เราจะเน้นใช้ถามความรู้สึก...รู้สึกอย่างไรกับการประชุมครั้งนี้...นี่แหละครับ Reflection คนจัดก็จะเอาข้อมูลไปปรับปรุงให้การประชุมครั้งหน้า กลมกล่อมมากขึ้น..


(เล่มนี้ เขียนเรื่อง Reflection ที่ใช้ในการทำ OD/Action Research/AI ได้ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาครับ)


ส่วน AI จะถามว่า..AI ครั้งนี้ที่ทำน่ะ..ชอบตรงไหน..อะไร work นี่ถามแบบบวกๆ...ตอนหลังมีการพัฒนาต่อยอดมาเป็น Appreciative Evaluation แอพพรีชิเอทีฟ อีแวลูเอชั่น ครับ..เป็นอีกศาสตร์ไปเลยครับ...

...

ทดลองดูนะครับ..จะ Reflection จะ BAR จะ Destiny จะ Appreciative Evaluation ก็ได้..ดีทั้งนั้น...ได้คำตอบแล้ว ก็เอามาปรับปรุง "ศาสตร์" ของคุณให้มันเป็น "ศิลป์" มากขึ้น..

...

แล้วจะมีคนบอกคุณว่าคุณมีทั้งศาสตร์และศิลป์ คุณจะกลมกล่อมกับสิ่งที่คุณทำมากขึ้นครับ..








บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (0)