ฝรั่งเขานิยมศึกษาอดีตกันมาก จนเอามาหลอกขายให้เราไปเที่ยวเมืองโบราณของเขาได้มากหลาย แม้มีอายุเพียง สองสามร้อยปี แต่ของเราอายุหลายพันปีกลับไม่มีคนไทยไปเที่ยวสักคน (เช่น บ้านธารปราสาท เมืองเสมา ศรีเทพ บ้านเชียง พิมาย และ เก้ารอสิบ.....ที่ว่ามารู้จักกันบ้างไหม)

สุดยอดปัญญาไทย (ตอนที่  n+๑....สถาปัตยกรรมไทยปลายสอบ) 


ช่วง ๑๕ ปีที่ผ่านมา ผมได้เขียนเรื่องมหัศจรรย์แห่งมันสมองของวิศวกรไทยโบราณมา n เรื่อง จนมากหลายจำไม่ได้แล้ว  ....วันนี้จะมาต่อตอนที่ n+๑


ส่วนใหญ่ที่ผ่านมาผมเขียนด้านเครื่องกล  อากาศยาน เคมี  การควบคุม  โยธา  ...วันนี้จะมาพูดเรื่องโยธาและอาคารต่อสักหน่อย  เรื่องมีอยู่ว่า ทำไมบ้านเรือนไทยจำนวนไม่น้อยจึงต่างจากบ้านเรือนในโลกนี้

เพราะในโลกนี้เขาสร้างหน้าต่าง ประตู เป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า  ที่มีเส้น ab เป็น ฐาน  cd เป็นยอด  โดยที่ความยาว ab=cd  ซึ่งทำให้สะดวกต่อการออกแบบ การผลิต การประกอบ  (จะเอาหัวสลับหางก็เหมือนกัน) 


แต่สำหรับไทเรา ในระดับที่มีระดับสักหน่อย  ab > cd เสมอ 


กล่าวคือ  ยอดจะเล็กกว่าฐาน  จะมีการ “สอบ” เข้า เสมอ  ..... ไม่ว่าจะเป็นเสาบ้าน  ฝาบ้าน  ประตู  หน้าต่าง  ตู้ (เช่นตู้พระไตรปิฎก) ...ตระกูลไทยจะเป็นเช่นนี้คล้ายกันหมด  จากอุทัยธานี ถึงเมืองแถน (เดียนเบียนฟู)  แม้วกกลับมาที่อังกอร์ราช (โคราช)  ก็ตาม


 ....เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก  แต่นิสัยลูกหลานคนไทยวันนี้ไม่มีใครสังเกตมองเห็นแม้แต่สักหนึ่งเบ้าตา  (อาจยกเว้นผม  อิหิหิ)  โดยผมได้ทำการสัมภาษณ์ช่างไม้หลายคน  คนขายของเก่าที่ฉลาดๆหลายคน  ผู้นำชุมชนหลายท่าน   ในช่วง ๑๕ ปีที่ผ่านมา  แต่ต่างก็ยอมรับว่าไม่รู้ว่ามันมีเหตุผลอะไร 


ทำให้วันนี้ผมต้องมานั่งทำการบ้านการเมืองการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมต่อ ตามที่ได้รับัญชามา  และตามประสาคนชอบคิด ....ได้ความว่า  มันเป็นปุราณกรรม  ที่ล้ำยิ่งกว่านวัตกรรมเสียอีก 


ฝรั่งเขานิยมศึกษาอดีตกันมาก  จนเอามาหลอกขายให้เราไปเที่ยวเมืองโบราณของเขาได้มากหลาย  แม้มีอายุเพียง สองสามร้อยปี  แต่ของเราอายุหลายพันปีกลับไม่มีคนไทยไปเที่ยวสักคน  (เช่น บ้านธารปราสาท  เมืองเสมา ศรีเทพ  บ้านเชียง  พิมาย และ เก้ารอสิบ.....ที่ว่ามารู้จักกันบ้างไหม) 


หลักวิศวกรรมในการนี้  เท่าที่คาดเดาคือ ด้านบนเล็กด้านล่างใหญ่ จะเกิดแรงกด บีบรัด  มากกว่าแรงดึง   (เท่าที่สังเกต ของแข็งมากจะทนแรงกดได้มากกว่าแรงดึง ส่วนของอ่อนจะทนแรงดึงได้มากกว่าแรงกด  หยิน หย่าง หญิง  ชาย  เหล็ก ยาง เป็นของธรรมดา ไม่ใช่เรื่องประหลาดอะไร) 


แล้วมันกดทยอยจากชิ้นสู่ชิ้นไปเรื่อยๆ จากนอกสู่ใน  ซึ่งทำให้โครงสร้างสามารถรับแรงได้มากกว่าปกติ  (ไม่เชื่อพวกเรียนวิดวะ ลองแตกแรงกันดู  ดิฟ อินทีเกรตกันเข้าไป พร้อมเข้าใจสมบัติวัสดุ   แล้วไปคิดคำนวณกันดูสิว่า เนื้อไม้ หิน  โบราณนั้น รับแรงกด กับแรงดึง  อันไหนรับได้มากกว่ากัน  ถ้าใช่ มากกว่ากันกี่เท่า) 


สำหรับประตูและหน้าต่างนั้น มีขนาดเล็ก แรงกด ดึง ดังกล่าวคงไม่มีปัญหาต่อโครงสร้างมากนักหรอก แต่มันกลับทำให้สวยประหลาด  ...เป็นศิลปะ


 และยังมีข้อดีโดยอ้อมตามมาหลายประการ  เช่น  ทำให้ประตู หน้าต่าง ปิดได้สนิทกว่าปกติ  (สนิทอย่างไร ลองทายกันดูสิ  ให้เฉลยหมด เดี๋ยวหมดหนุก  อิหิหิ) 


คนถางทาง (๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕)


ปล. เรื่องนี้ทำเป็นวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกด้าน ประวัติศาสตร์วิศวกรรมศาสตร์ไทย  ได้เลย  (Historical Engineering ...ว่าเข้านั่น)  เสียแต่ว่าเมืองไทยเรา ถ้าเสนอหลักสูตรนี้เมื่อไร ก็คงโดนโห่เมื่อนั้น  จากพวกผู้มีอำนาจที่เห่อแต่เทคโนฯฝรั่งสมัยใหม่