วันนี้ที่โรงงานมีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ H3N2    

   ฟรี ! สำหรับพนักงาน...

   แต่มีน้อยคนนักที่จะรู้สึกชอบแม้จะเป็นของฟรี คงจะเหมือนคำพูดที่เล่าต่อๆกันมาว่า ของฟรีที่คนเราไม่ชอบมี 2 อย่างคือ ฟังเทศน์กับฉีดยา

   หลายคนหลังฉีดเสร็จจึงบ่นปวดบ้างแต่ก็มีหลายคนที่บอกอยากโดนฉีดอีกรอบเพราะพยาบาลสาวสวยถูกใจไอ้หนุ่มโรงงานเหลือเกิน

  ใครไม่กลัวเข็มฉีดยายกมือขึ้น !

   คงมีน้อยคนนักที่จะยกมือด้วยความอาจหาญ (อาจจะยกเว้นผู้มีอาชีพด้านแพทย์-พยาบาล) ผมคนหนึ่งล่ะที่กล้วเข็ม กลัวมาตั้งแต่เด็กจนถึงทุกวันนี้ และนับวันจะยิ่งกลัวมากขึ้นๆ แม้จะผ่านการฉีดยาติดต่อกันมาทุกวันศุกร์ 11 เข็มแล้วก็ตาม(ยังเหลืออีก37เข็ม)

  วันศุกร์มาถึงเร็วเหลือเกิน วันศุกร์จึงเป็นวันหนึ่งที่ผมไม่อยากให้มีอย่างที่เคยบอก ไม่อยากต้องมาเจอเข็มฉีดยาอันน่ากลัว ไม่อยากต้องคอยกังวลว่าอาการผลข้างเคียงใดบ้างจะออกฤทธิ์หลังการฉีด

   แต่สัปดาห์ที่ผ่านมาอาการปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ รู้สึกจะน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด จะมีบ้างอาการหงุดหงิด โมโหง่าย เบื่อหน่ายที่ยังคงมีอยู่(และผมพยายามตามอารมณ์เหล่านี้ให้ทัน) ซึ่งผมไม่อยากจะโทษผลข้างเคียงของยาแต่น่าจะเกิดจากด้านจิตใจมากกว่า อย่างที่เคยบันทึกชื่อ ผลข้างเคียงของใจ

   แต่ถึงยังไงอารมณ์ที่หลุดออกไปกับคนใกล้ชิดก็หวังว่าพวกเขาจะเข้าใจและให้อภัยกับอารมณ์อันไม่ได้ตั้งใจและตามไม่ทันนั้น

   อาการปวดหัว ปวดตามเนื้อตามตัว ที่ลดลงไปอาจจะมาจากกำลังใจที่ภรรยาและลูกสาวได้ให้แก่ผมก็ได้

   เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาขณะที่ผมกำลังเตรียมอุปกรณ์สำหรับฉีดยาพร้อมกับใจที่หวั่นๆกลัวๆ เตรียมสำลี แอลกอฮอลล์สำหรับเช็ด เตรียมยา+เข็มสำเร็จรูปที่มาพร้อมกัน

   "ลูก..ช่วยเป็นกำลังใจให้พ่อหน่อยเร้ว"ภรรยาผมพูดขณะเดินมาที่ผมพร้อมลูกสาว

   ทั้งสองคนช่วยนำสำลีชุบแอลกอฮอลล์เช็ดผิวให้ ช่วยตรียมเทปปิด ส่วนลูกสาวช่วยดูขั้นตอนการเตรียมให้ถูกต้อง

   ระหว่างที่ผมปักเข็มลงไปที่ผิวบริเวณโคนขา ผมค่อยๆกดไซริงค์เพื่อฉีดยาเข้าไป ลูกสาวบีบหัวไหล่ผมเบาๆ

   "สู้ๆ พ่อ..." ลูกสาวพูดให้กำลังใจ ขณะที่ภรรยายืนอยู่ข้างๆ

   หลังฉีดจนน้ำยาหมด ผมดึงเข็มออก ลูกสาวนำสำลีมาปิดตรงรอยเข็มนั้นพร้อมปิดเทปให้แน่น

   ผมน้ำตาคลอ ด้วยความกลัวเข็มที่มีอยู่เป็นทุนเดิม

   และ ด้วยความตื้นตันใจต่อกำลังใจที่ภรรยาและลูกมีต่อผม

   ......................