หมอ เพื่อ คนไข้ ในศตวรรษที่ 21
เพื่อนผมคนหนึ่ง ได้เขียนแนะนำตัวเขาไว้ว่า
“แม่ที่ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อลูกที่ได้รับความเสียหายจากการทำคลอดมาต่อเนื่องยาวนานถึง
21 ปี
แต่ไม่เคยได้รับความเป็นธรรม
ผู้ก่อตั้งเครือข่ายฯ ผู้เสียหายทางการแพทย์
ช่วยเหลือเพื่อนผู้เสียหายโดยไม่เคยเรียกรับผลประโยชน์ตอบแทน มานานเกือบ 10
ปีแล้ว
แกนนำผู้เสียหายฯ ในการเคลื่อนไหวเรียกร้อง ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสา่ธารณสุข
พ.ศ.. ที่จะมีกองทุนชดเชยความเสียหาย โดยคนไข้ไม่ต้องฟ้องร้องบุคคลากรทางการแพทย์นานนับ
10 ปีอีกต่อไป
สตรีปกป้องสิทธิมนุษยชนดีเด่นปี 2551
อโชกาเฟลโลว์ปี 2551
65 WOMEN OF INFLUENCE IN CONTEMPORARY THAILAND / BANGKOK POST / 65TH
ANNIVERSARY 2011 (65 ผู้หญิงที่มีพลังในด้านต่าง ๆ ของสังคม ไทยเนื่องในวันครบรอบ
65 ของหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์)
20 WOMEN WHO MAKE A DIFFERENCE-THAILAND TATLER 2011(20 ผู้หญิงผู้สร้างความแตกต่างในสังคมไทย
เนื่องในวันครบครอบ 20 ปีของนิตยสาร ไทยแลนด์ แทตเลอร์)
อ่านข้อมูลของเธอที่นำเสนอก็พบว่า
การแพทย์ก็วิกฤต มากถึงมากที่สุดกว่า
การศึกษา
เพราะว่า มีการทำให้โรงพยาบาลของรัฐอ่อนแอ เพื่อที่จะเอื้อให้โรงพยาบาลเอกชนที่ต้องใช้เงิน
ในการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย
นอกจากนั้นแล้วคุณภาพการรักษา ก็ปรากฏว่าเพื่อนของผมคนนี้
กำลังผลักดัน พรบ คุ้มครองความเสียหายจากการรับบริการทางสาธารณสุข
ซึ่งจะเป็นผลหรือไม่เป็นผล
ซึ่งก็มีต้นทางมาจากความวิกฤติดังกล่าว
ดังนั้น หมอเพื่อคนไข้ ใน ศตวรรษที่ 21
จะต้องทำอย่างไร ???
สุนทรียะสนทนากับคนไข้ไหม
แต่จะสุนทรียะได้อย่างไร เมื่อคนไข้ต่อหมอ หนึ่งต่อ ห้าพันคน
แค่ซักถามอาการ และสั่งยา หนึ่งนาที ต่อคน ก็ถือว่าใช้เวลามากไปแล้ว
ไม่งั้นก็ทำแผนการรักษา ให้แผนการรักษา
นั้นสนุกสนาน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คนไข้หายจากโรค
เขียนแผนแล้วทำการรักษารายบุคคล ให้ผู้ป่วยหรือคนไข้หายอย่างมีความสุข
หรือ
เป็นเพราะการที่มีหมอในโรงพยาบาลของรัฐน้อยเกินไป อันมาจากการพยายามคุมกำเนิดแพทย์
เป็นเพราะว่าเครื่องไม้เครื่องมือ ตลอดจนงบประมาณ
ของโรงพยาบาลมีความแตกต่างกันสุดเอื้อม
โรงพยาบาลเอกชนใหญ่ โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย มีอะไรครบ แต่ห่างออกไปในตำบล ในอำเภอ
กลับมีเครื่องไม้เครื่องมือน้อยไม่เท่าเทียมเสมอกัน จำนวนแพทย์ของโรงพยาบาลในเมือง
แตกต่างกัน
อย่างสุดขั้ว คุณภาพของการรักษาพยาบาลขึ้นอยู่กับสภาพการลงทุน โรงพยาบาลเอกชนดีที่สุด
มาจากการจ้างแพทย์ด้วยราคาแพง เครื่องไม้เครื่องมือซื้อได้ทุกระดับ แต่เป็นการแสวงหากำไร
ผู้ใช้ก็ต้องจ่ายแพงที่สุด รองลงมาคือ
โรงพยาบาลตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ แม้จะมีหมอมืออาชีพ
จำนวนมาก แต่ก็รับใช้โรงพยาบาลเอกชนนอกเวลาเป็นส่วนมาก และอันดับสุดท้ายก็คือโรงพยาบาล
ไกลปืนเที่ยงทั้งหลาย แม้มีองค์ความรู้ในการรักษา แต่เมื่อขาดอุปกรณ์และมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก
และเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง
แพทย์ใช้ทุนจึงมาเร็ว ไปเร็ว
ดังนั้นจึงเห็นได้ว่า การรวมตัวของแพทย์
ชนบท นั้นจึงมีเครดิตที่ดีที่สุด เมื่อเทียบกับคนทำงานในชนบทอาชีพอื่น และปัจจุบันโรคเรื้อรัง
ที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค ได้แก่ มะเร็ง เบาหวาน ฯลฯ เกิดเป็นทางตันในการรักษา
ต่อให้เขียนแผน
การรักษาเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพก็ตามเถอะ
ดังนั้น หมอ เพื่อ คนไข้ ใน ศตวรรษที่ 21 ที่ท้าทาย จะ PBL ที่ไหนดี
ทำโรงพยาบาลให้เท่าเทียมกันกันก่อนดีไหม โรงพยาบาลนั้นเหลื่อมล้ำกันมาก
โรงพยาบาลไกลปืนเที่ยง จะต้องสร้างหมอจากคนในชนบท
เลิกคุมกำเนิดหมอ
ให้หมอมาจากพยาบาล หรืออื่น ๆ และศึกษาต่อยอด
เช่นคนเป็นแพทย์จะได้ปริญญาวิทยาศาสตร์บัณฑิตก่อน
แพทยศาสตร์ ก็เทียบพยาบาล หรือ อื่น ๆ
เป็นวิทยาศาสตร์บัณฑิต แล้วจึงไปต่อแพทยศาสตร์
จัดอัตราเงินเดือนให้กับโรงพยาบาลไกลปืนเที่ยงมากกว่าโรงพยาบาลในเมือง ลงทุนด้านครุภัณฑ์ที่ทันสมัย
แบบไม่ต้องส่งต่อ หรือให้งบประมาณโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ
ให้เข้มแข็ง กว่าโรงพยาบาล
คนก็จะไม่แห่ไปให้แน่น โรงพยาบาล หรือไม่ก็เริ่มปลูกฝังคนยุคใหม่ไม่ให้พึ่งพาแพทย์
หันไปรักษาตัวเอง
หรือจะทำเทคนิค สุนทรียสนทนาในหนึ่งนาที หรือเขียนแผนการรักษารายบุคคล
ฯลฯ
จะแก้แบบไหน อย่างไร (PBL) ???
โดยคนไทยทุกคน เป็น stakeholder ทางการแพทย์ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ใช่เลยค่ะ....เราทุกคน...รู้บางอย่าง...และไม่รู้บางอย่าง
ขอบคุณมากค่ะ
เรียนท่านอาจารย์
เห็นด้วยกับคุณมนัสดา วันนี้ไปหาหมอ หมอตรวจทางคอมพิวเตอร์จริงๆ ดุข้อมูลแล้สั่งยา