จากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ทางด้านชีวเคมีพบว่า  รอยัลเยลลีนั้นมีส่วนประกอบต่างๆ  ซึ่งเป็นสารอาหารทึ่สมบูรณ์มาก  องค์ประกอบทางเคมีของสารต่างๆ  เหล่านั้นในรอยัลเยลลี  ได้แก่

               คาร์โบไฮเดรต  ประมาณ  10-12 %

               โปรตีน   ประมาณ  14-15 %

               ไขมัน  ประมาณ  3-5 %

               เถ้าหรือธาตุอื่นๆ  1-2 %

               น้ำ  ประมาณ  67-70 % 

                นอกจากนี้ก็พบว่าในรอยัลเยลลีนี้จะมีวิตามินอยู่หลายชนิดด้วยกัน  ในรอเยลลี 1 กรัม  จะประกอบด้วย

               วิตามินบี 1 (thiamine)                                   5     ไมโครกรัม

               วิตามินบี 2 (riboflavin)                                  9     ไมโครกรัม

               วิตามินบี 6 (pyridoxin)                             3-50     ไมโครกรัม

               วิตามินบี 5 (niacin)                                   100     ไมโครกรัม

               ไบโอติน (biotin)                                        1.7     ไมโครกรัม

               อินโนสิตัล (inositol)                                 100     ไมโครกรัม

               กรดโฟลิค (folic  acid)                               0.2     ไมโครกรัม

               กรดแพนโทเธนิค (pantothenic  acid)      200     ไมโครกรัม

               จะเห็นว่าพบวิตามินอยูหลายชนิดด้วยกัน  แต่ไม่พบวิตามินอีเป็นส่วนประกอบอยู่ด้วยเลย

                ส่วนประกอบอื่นๆ ที่พบด้วยเช่น  ฮิสตามิน (histamin)  สารมีฤทธิ์คล้ายอะซิทิลโคลิน (acethylcholine)  และสารมีฤทธิ์คล้ายอินซูลิน (insulin)  ตลอดจนฮอร์โมนและเอนไซม์บางชนิด

               จากส่วนประกอบต่างๆ ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงเหล่านี้จึงได้มีการนำเอารอยัลเยลลีมาเป็นส่วนประกอบของผลผลิตทางอาหาร  และเครื่องสำอาง  ซึ่งในปัจจุบันได้มีการศึกษากันมาก  มีรายงานว่าสารไขมันที่เป็นกรด  10-hydroxy-2-decenoic  ที่พบในรอยัลเยลลีสามารถต่อต้านการขยายตัวของเซลล์มะเร็งได้  โดยทดลองงกับเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว  มะเร็งในต่อมน้ำเหลืองและมะเร็งเต้านม (ทดอลงในหนู)   สารพวกกรดไขมันในรอยัลเยลลีนั้นมีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อแบคทีเรียต่างๆ  และเชื้อที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะทั่วๆ ไป

                เนื่องจากรอเยลลีเป็นสิ่งที่หายาก  ผลิตได้เพียงวันละ 1.5-3.3 กรัมต่อรังเท่านั้น (ผึ้งงานมากกว่า 60,000 ตัว/รัง)  การทำรอยัลเยลลีเพื่อการค้านั้นจะเก็บทุก 3 วัน (5-10 กรัมต่อรัง)   เพราะเป็นระยะที่ผึ้งงานทำรอยัลเยลลีมาเก็บไว้ในเซลล์ให้ตัวหนอนผึ้งนางพญากินมากที่สุด  ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ราคาแพงมาก  และต้องเก็บไว้ในตู้แช่แข็งอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซีบส  มิฉะนั้นจะเสื่อมคุณภาพได้อย่างรวดเร็วถ้าถูกแสงแดด  หรือ้ก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง  ปัจจุบันได้มีการผลิตออกมาขายในรูปของแคปซูล  หรือผสมน้ำผึ้งเรียกว่า  นมน้ำผึ้ง  เพื่อง่ายต่อการรับประทานและไม่ทำให้เสียง่าย

               สรรพคุณของรอยัลเยลลี  สืบเนื่องมาจากความเชื่อของคนจีนโบราณต้องการมีอายุยืนยาวเหมือนผึ้งนางพญาเพราะผึ้งนางพญาตัวอ่อนกินรอยัลเยลลีมากกว่าผึ้งทั้งหมดในรังผึ้ง  ทำให้ผึ้เงนางพญามีลักษณะตัวใหญ่  สวยงาม  มีอายุยืนกว่าผึ้งงานและผึ้งตัวผู้หลายเท่า  นอกจากจะเป็นยาอายุวัฒนะ  ทำให้ร่างกายสดชื่นแล้ว  ตำราจีนยังเชื่อว่ามีผลต่อการรักษาในโรคทางเดินอาหาร  เบื่ออาหาร  บำรุงประสาท  บำรุงไขข้อ  และบำรุงตับสำหรับคนเป็นโรคตับอักเสบอีกด้วย  อย่างไรก็ตามยังไม่พบการยืนยันทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ในประเทศไทย

               สำหรับ เรื่องของ Royal  Jelly  ก็จบเพีงแค่นี้แหละค่ะ