วันนี้เรามีคนถือ "หางเสือ"  รัฐนาวา เป็นนารีขี่ควายแดง  ที่มีเจ้าของคอกคอยโฟนอินสั่งการจากระยะไกล    (ไม่ใช่นารีขี่ีม้าขาวหรอกนะ อิหิหิ)  แล้วถามว่าประเทศเราจะหันไปในทิศใดหนอ 


ที่คิดเรื่องหางเสือได้ เป็นเพราะกำลังปั่นมือยิก   เขียนข้อเสนอโครงการกังหันลมเพื่อต่อยอดและฟื้นฟูกังหันลมเสื่อลำแพนไทยเดิมให้กลัีบมากระหึ่มประเทศไทยเหมือนในอดีต ตามคำเชิญของคณะที่ปรึกษาอาวุโสแห่งองค์กรแห่งหนึ่ง  ที่ได้ประชุมร่วมกันมาสามครั้งแล้ว  (ต้องกราบขอบพระคุณท่านที่ให้เกียรติครูบ้านนอกอย่างเราปานนี้)  


แต่เขียนๆ ไป  มาถึง คำว่า "หางเสือ"   ก็เลยสะดุด จนต้องเจียดเวลามาเขียนบันทึกคลายเครียดซะหน่อย 

เพราะกังหันลมนั้นปกติ ต้องมี "หางเสือ"  เพื่อให้มันกินลมตรงทิศทาง   ส่วนเรือ ก็ต้องมีหางเสือกะเขาด้วย เพื่อให้มันแล่นได้ตรงทิศที่ต้องการ  


สงสัยมากๆ ว่า คำว่า หางเสือ มันมีที่มาอย่างไร    แถมยังต้อง  "ถือหางเืสือ"   อีกด้วย    เอาเป็นหางหมา หางลิง ไม่ได้หรือไร  

คิดไปแล้ว น่าใช้่คำว่า หางปลา  หางนก  เสียมากกว่า  เพราะเวลาปลาว่ายทวนน้ำนั้น หางมันนั่นแหละที่แกว่งไปมาเพื่อกำหนดทิศทางให้ตรงกระแสน้ำ  รวมทั้งในการเลี้ยวตัว  (ปลาเป็นฝูงมันเลี้ยงตัวแบบเฉียบพลันได้อย่างไร?)  ส่วนเสือ มันมีหางไว้ปัดยุงเสียมากกว่ากำหนดทิศทาง 


แต่ปลากดว่า (และปลาอื่นก็คงว่าด้วย)  ว่าคำว่า หางปลา กลับเอาไปใช้เป็น  อุปกรณ์ที่ใช้ในการหมุนเกลียวน๊อตด้วยมือ ไปฉิบ   (รู้จักไหม หางปลา  ดูเหมือนว่าฝรั่งกว่า fish tail เหมือนกันนะ ถ้าจำไม่ผิด)  

ส่วนหางนกพิราบ (dove tail) ก็เป็นวิธีการเข้าไม้ประกบดัน  ในระบบการช่างไม้    รวมทั้งการเข้าใบกังหันเทอร์ไบน์เข้ากับขอบจานด้วย 

มีหางอะไรอีกไหม เช่น หางไก่ หางนกยูง  เป็นหัวหมาดีกว่าเป็นหางเสือ   หัวส่่ายหางกระดิก  ยกหูชูหาง  (เหมือนเอี้ยทั้งหลายใน  รบ. ไทยเรา ขณะนี้เลย อิหิหิ)  

...คนถางทาง (๒ พย. ๕๕)