เห็นหัวข้อ "ห้องเรียนกลับทาง" ทำให้คิดถึงตอนเรียนมหาวิทยาลัย ชั้นเรียน MBA ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีอยู่ Class หนึ่งที่ผมจำได้ไม่ลืม เพราะตั้งแต่เรียนมาไม่เคยมีห้องเรียนไหนที่รู้สึกตื่นตัว และเร้าใจเหมือนดูหนังบู้ ได้ตลอดเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงขนาดนี้ คำว่า ห้องเรียนกลับทาง ทำให้นึกถึงบรรยากาศในวันนั้นขึ้นมาทันที
เริ่มต้นจากอาจารย์ เสียงดังฟังชัด ดูมีอำนาจในน้ำเสียง ไม่ต้องใช้ไมค์ก็ได้ยินกันทั่ว มีพลังเสียงดีมาก การพูดฟังแล้วไม่มีที่ติเรื่องภาษาเลย ทั้งคำควบกล้ำ ไม่มีคำซ้ำซาก เอ่อ อ่า เนี่ย หรือ นะครับ ๆ ๆ มากเกินไป ส่วนนี้ผมว่าสำคัญทีเดียว ถ้าเสียงที่ส่งมามีคุณภาพ ชัดเจน ไพเราะ มีพลัง
เริ่มต้นด้วยเรื่องเล่า >> อาจารย์เล่าเรื่องประวัติชีวิตของอาจารย์ เรื่องลูก และครอบครัว ภายในเวลา 5 นาที ฟังแล้วได้แง่คิด ได้มุมมองของผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้ที่ประสบความสำเร็จ และรู้สึกว่าช่องว่างระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์น้อยลง (ใครก็ตามที่เล่าเรื่องส่วนตัวให้เราฟัง ผมว่าเราจะรู้สึกใกล้ชิดกับเขามากขึ้น)
..... จากนั้นเริ่มต้นการสอน ด้วยการเปิดประเด็น อาจารย์เป็นเหมือนประธานในที่ประชุม คอยตบ ๆ ปั้น ๆ ความคิดไม่ให้ฟุ้งกระจายออกไป และขมวดความคิดโดยอิงกับทฤษฎี ที่ตื่นเต้นอยู่ตรงที่อาจารย์จะคอยเดินไปเดินมาทั่วทั้งห้อง ให้เราหันดูอาจารย์ และลุ้นว่าอาจารย์จะถามความเห็นจากใคร
....สำหรับคนที่พูดไม่เก่ง พูดติดๆ ขัด หรือมีอาการประหม่า อาจารย์มีเทคนิคแก้ไขหลายวิธี มีทั้งให้เพื่อนช่วย,สอดแทรกมุข,ให้ความเป็นกันเอง ซึ่งแต่ละเทคนิคทำให้เราไม่รู้สึกเบื่อ
.....อาจารย์จะคอยสังเกตทุกๆ คนว่ามีปฎิกิริยาอย่างไรบ้าง ไม่มีทางเสียล่ะ ที่คุณจะหลับ (ไม่งั้นโดนสายตาทุกคู่จ้องมองแน่)
..... ปิดท้ายแต่ละประเด็นด้วยข้อคิด เกร็ดธรรมะ เน้นคุณธรรมคู่กับความรู้
ห้องเรียนกลับทาง สำหรับผม เป็นภาคต่อของ ห้องเรียนในฝัน ที่ไม่ไกลเกินฝันจริงๆ ครับ
กำลังจะเข้าห้องสอน
แวบมาอ่านได้มุมคิดดี ๆ นะครับ
ขอบคุณกำลังใจจากดอกไม้ทุกช่อครับ ขอบคุณ คุณครูยูมิ เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ
จะต้องให้ผู้เรียนมีโอกาสเป็นพระเอกบ้าง
ไม่ใช่ผู้ปลุกปั้นเป็นพระเอกตลอดกาลนะคะ..
พระเอกบ้านเรา ออกแนวเรียบร้อยหน่อยนะครับ^
อยากเรียนกับอาจารย์ท่านนี้จังค่ะ ;)))