เมื่อวันที่ชีวิตเดินมาเข้าถึงจุดเปลี่ยน..ในที่สุดก็ได้ลองปั่นจักรยาน "Kaizen" ..
มีจักรยานยี่ห้อนี้ด้วยหรือ ? เปล่าหรอกคะ ไม่ใช่จักรยานมีล้อ แต่เป็นอะไรเดี๋ยวเฉลยทีหลัว
อนึ่ง..ช่วงนี้ ข้าพเจ้าต้องขออภัยที่ผลุบๆ โผล่ๆ ก็ด้วยเพิ่งปรับตัวบนจักรยานอย่างเก้ๆ กังๆ เพื่อไปสู่จุดหมายในระยะเวลา 6 เดือน (ตั้งแต่ 1 พย.ปีนี้ไปจนถึงราวกลางเดือน เม.ย ปีหน้า) การเข้า social network ต่างๆ ( Facebook, youtube และ Gotoknow) จะเข้าได้เฉพาะวันจันทร์แต่ละสัปดาห์คะ
###
เคยไหม "สิ่งที่คิดว่าจะทำ" เพื่อให้ชีวิตไปข้างหน้า
แต่เราก็จะบอกตัวเองว่า "ยังไม่พร้อม"
...
คุณแม่ท่านหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า ลูกสาวอยากปั่นจักรยานเป็น
จึงซื้อจักรยานใหม่เอี่ยมให้
แต่พอบอกให้หัด..ลูกสาวก็จะบอกยังไม่พร้อม ขอเริ่มปีหน้า
ปีแล้วปีเล่าผ่านไป ลูกสาวก็ยังตั้งความหวังว่าจะปั่นจักรยานเป็น "สักวัน"
เธอกลัวน่องเจ็บ..เธอกลัวจะโดยเฉี่ยวล้ม
คุณแม่คนเก่ง จึงยกหลักวิทยาศาสตร์ "momentum"
"ถีบแรก" เราต้องออกแรงมากหน่อย แต่ถีบถัดๆ ไปเราจะรู้สึกใช้แรงน้อยลง..อาจไม่เหนื่อยมากอย่างที่เรากลัว
ถ้าเราตั้งเป้าจะปั่นจากเชียงใหม่ ไป กทม.รวดเดียว น่องก็โป่งแน่นอน
ขณะเดียวกัน หากเราปั่นไปนิดนึง ก็หยุด ถีบๆ หยุดๆ ก็ต้องออกแรงมากบ่อยๆ
แต่ถ้าเราปั่นไปพอควร แล้วพัก พักแล้วไปต่อ..อาจอัศจรรย์ในความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นของน่องเรา
ดังนั้น ..เริ่มถีบแรกเสีย..ถีบแรกนี้เอง จะทำให้เราไปข้างหน้า
...
เมื่อกว่าสองปีก่อน ข้าพเจ้าเคยคิดสอบเพื่อศึกษาต่อยอดทางคลินิก
แต่ก็ล้มพับไป เพราะคิดว่า "ยังไม่พร้อม" "ไม่มีเวลา"
จนสามวันก่อน ข้าพเจ้าก็ตัดสินใจ "ถีบแรก" ฝีนความรู้สึกไม่พร้อม ไม่มีเวลา
ข้อสอบมีทั้งแบบ กรณีศึกษา และแบบปรนัย ใช้เวลาทำมาราธอนสองวัน
หนทางที่ยาวไกล ถูกซอยย่อยออกเป็นระยะสั้นๆ
2 เดือนสำหรับกรณีศึกษา, 3 เดือนสำหรับปรนัย, 1 เดือนสำหรับทบทวน
.
2 เดือน กับการฝึกรักษาผู้ป่วยจำลอง 52 ราย -> แบ่งเป็น 26 รายใน 1 เดือน -> ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมงต่อวัน
หากทบทวนช่วงสมองปลอดโปร่งที่สุดคือ 1 ชั่วโมงในช่วงเช้าหลังตื่นนอน กับ หลังออกกำลังกายช่วงเย็น
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ก็ยิ้มออกว่า มันไม่น่ากลัวอย่างที่คิดเลย
ยังมีเวลาทำงานตามปกติ (รวมทั้งร่วมกิจกรรม GFGAP และ Happy Ba) คะ
แต่ก็จำต้องลดสิ่งที่เป็น "comfort zone" ลงไป
.
ผ่านไป 3 วัน ไม่รู้ผลท้ายจะเป็นอย่างที่หวังหรือไม่
แต่สำคัญคือ ได้เริ่ม (เสียที) ก็ดีแล้ว :]
John C. Maxwell กล่าวไว้ว่า
" You cannot change destination in one night
.. but you can change direction in one night"
===================
อะไรคือ Kaizen ?
Kai เป็นภาษาญุี่ปุ่น = เปลี่ยนแปลง , Zen = ดี ; Kaizen = เปลี่ยนแปลงเพื่อดีขึ้น มีผู้เขียนอ่านง่ายๆ ที่นี่
Kaizen ในความเข้าใจข้าพเจ้าหลังลองปฎิบัติ คือ
1. START : ไม่รอให้พร้อมก่อนจึงเริ่มเรียนรู้ เพราะการเริ่มเรียนรู้ต่างหากที่ทำให้พร้อม
2. SMALL : งานที่ถูกแบ่งย่อยเป็นขั้นเล็กๆ ให้รอดสายตาเจ้าความความกลัวได้ทุกวัน
3. SIMPLIFY : ลดทอนสิ่งที่่ไม่จำเป็น ไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายหลัก มีโฟกัสทำสิ่งนั้นให้เสร็จก่อนจึงทำอย่างอื่น
..
ขอเวลาไปฝึกฝนตนเองต่อ แล้วพบกันใหม่วันจันทร์หน้าคะ :))
สวัสดีครับ
ตอนแรกนึกว่าเป็นจักรยานอะไรประมาณนั้น
แต่พอมาอ่านก็รู้แล้วไม่ใช่แล้ว แต่เป็นการเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ดีกว่านั้นเอง
คนเรากลัวการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด แต่คนที่กล้าเปลี่ยนความคิดคือคนที่ประสบความสำเร็จ
ขอบคุณครับ
งั้น "ชนข้าวซอย" ก็ควรเป็นวันจันทร์สิครับ ;)...
ว๊าวๆๆ.. คุณหมอ พี่ก็อยากกินข้าวซอยตวยเน้อ ..สักวันคงได้พบกับอาจารย์ที่ชอบข้าวซอยนะคะ ...บันทึกที่ให้ข้อคิดดีมาก ขอบคุณมากค่ะที่แบ่งปัน
ผมอ่านจักรยาน kaizen เป็น "จักรยานคลายเส้น" นะครับ 555
เป็นกำลังใจให้ค่ะ น้องหมอป.เริ่มต้นดีเท่ากับมีชัยไปกว่าครึ่งแล้วนะคะ แม้ว่าครึ่งที่เหลืออาจจะยาวหน่อย แต่ก็ดูมีวี่แววว่าจะสำเร็จแน่นอน
ขอให้อาจารย์หมอประสบผลสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ครับ...Kaizen...กับจักรยานจริงๆ ครับ....ช้าหน่อยไม่เป็นไร ครับ...เพราะถึงช้าแต่เราก็ได้ชื่นชมกับธรรมชาติรายทางครับ....
ชอบ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ข้าวซอย
เอ๊ย !!!! ไม่ใช่ ซอยเป้าหมายย่อย ๆ
ขอบคุณมากค่ะ
อ้าว ! วันอังคารนี้ว่าง ว่าจะไปเชียงใหม่...ก็ไม่พบกันซิคะ
เป็นกำลังใจให้มากๆ ทุกๆวันนะคะ เพื่อความสำเร็จที่ตั้งใจไว้นะคะ
ขอบคุณทุกท่านคะ อ่านความเห็นแล้วก็อมยิ้มอิ่มใจ หายหัวหมุนไปได้ชั่วขณะ...วันนี้ขอแหกกฎตัวเอง เพื่อทักทายก่อนไป "กิ๊บก๊าบ + Happy Ba" พรุ่งนี้คะ
พี่อ้อมาเชียงใหม่หรือคะ :) เสียดายมาวันอังคารหากมาวันเสาร์อาทิตย์จะเชิญมาร่วมกิจกรรม GFGAP + Happy Ba ด้วยคะ..หากมีเวลาว่างสักนิด ไปทานอาหารเที่ยงกันไหมคะ
มาให้กำลังใจคุณหมอทำ Kaizen ให้สำเร็จนะคะ....