ห้องเรียนในฝัน

    วันนี้คนที่บ้านมาคุยให้ฟังว่า ลูกสาวของพี่ที่สำนักงานมาบ่นให้คุณแม่ฟังว่า เรียนหมอ..ทำไมต้องเรียนฟิสิกส์ด้วย ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย ไม่อยากเรียนแล้ว อยากเรียนบัญชีมากกว่า ทำให้นึกถึงวันเก่า ๆ เกี่ยวกับการเรียนการ สอน ในสมัยที่ผู้เขียนเป็นนักเรียนขึ้นมาไม่ได้

     สมัยเด็ก ๆ การเรียนการสอนยังไม่ซับซ้อนหรือต้องทำมาตรฐานมากมายเหมือนในปัจจุบัน วิชาที่เรียนก็คือ เลข  คัด เลิก หมายความว่า ภาคเช้า เรียนคณิตศาสตร์ ภาคบ่ายเรียนคัดลายมือ แล้วก็เลิกเรียนกลับบ้าน แต่ในความจริง จะมีมากกว่านี้แน่นอน วิชาที่นำมาใช้และจำได้ในปัจจุบัน ก็คือ วิชาที่เป็นทักษะชีวิต  ที่จำเป็นต้องใช้ในการดำรงชีวิต เช่น ่ การปลูกพืช การเลี้ยงสัตว์ การประดิษฐ์ของเล่น ของใช้ การซ่อมแซม มารยาทไทย  การเล่นขายของ การเล่นเพื่อออกกำลังกายประเภทต่าง ๆ

     ๔๐ ปีผ่านไป ผู้เขียนก็ยังจำได้และนำมาใช้อยู่ทุกวันนี้ แม้สถานการณ์จะเปลี่ยนไปก็ยังสามารถดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัยได้ เช่นคุณครูจะให้ขุดแปลงผัก ก็จะต้องขุดขนาด 1x3 เมตร (ทำไม่ต้องให้ขุดขนาดนี้ก็ไม่ทราบ) การเพาะเมล็ดผัก การย้่ายกล้าปลูก การดูแล รดน้ำพรวนดิน และเก็บเกี่ยวไปรับประทานที่บ้านและแจกพี่ป้าน้าอา ( พร้อมรับคำชมด้วยความยินดี) ปัจจุบันแม้สถานที่จะน้อย ต้องประยุกต์มาใช้วัสดุอื่น ๆ เช่น ใช้รองปูนมาปลูก หรือปลูกในกระถาง ปลูกแนวตั้ง ก็สามารถประยุกต์ได้ การทำลูกข่าง  การทำอาหาร การนวด การเดินป่า และอีกจิปาถะที่สุดแสนจะสนุกสนานและน่าจดจำ

     ผู้เขียนจึง อนุมานเอาว่า ห้องเรียนในฝัน จึงน่าจะเป็นห้องเรียนที่นักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีความหมาย  เป็นห้องเรียนที่ได้เรียนรู้แล้วนำเอาไปใช้ประโยชน์ได้ ( มากกว่าห้องเรียนที่นักเรียนแอบมาพูดลับหลัง เรียนไปก็ปวดหัว มี.....ดีกว่า ) ห้องเรียนที่สร้างแรงบันดาลในการเรียนรู้ให้กับนักเรียน ห้องเรียนที่นักเรียนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข

     เฮ้อ! ...แค่ความคาดหวังสุดท้าย คุณครูก็บ๊าย..บาย เออลี่กันเป็นทิวแถว...แล้วห้องเรียนในฝันของผู้เขียนจะเป็นความจริงมั้ยเนี่ย?