ตอนผมจบปริญญาเอกวิศวกรรมเครื่องกลใหม่ๆ ได้รับการบรรจุเข้าทำงานที่แผนก “ระบบขับเคลื่อนยานแบบความเร็วเหนือเสียงมาก” (หรือ ไฮเพปอร์โซอนิคพรอปเพิลชันแบรานช์ ) แห่งศูนย์วิจัยแลงรีย์ นาสา เวอร์จิเนีย สรอ. ผมเข้าไปรายงานตัววันแรก ถือหนังสือสัญญาจ้างเข้าไปหาหัวหน้าแผนก เพื่อให้เซ็นรับทราบ
เลขาหน้าห้องรายงานว่าท่านไปประชุมต่างจังหวัด แต่เธอบอกว่าไม่เป็นไร ไอจะเซ็นรับยูเข้าทำงานเอง
ว่าแล้วเธอ (ผู้ซึ่งเป็นหญิงวัยกลางคน ประมาณ ๓๕ จบเพียง ม . ๖) ก็ลงนามเซ็นรับวิศวกรปินยาเอกเข้าทำงานหน้าตาเฉย พร้อมเย้ยอีกว่า แม้เจ้านายใหญ่อยู่เธอก็ต้องเป็นคนเซ็นอนุมัติอยู่ดี เพราะมันเป็นหน้าที่และอำนาจของเธอ ตามปกติอยู่แล้ว (ทำนองว่า เจ้านายใหญ่ท่านไม่มาทำงานต่ำๆ อะไรแบบนี้หรอก)
อยู่ต่อมา ..ผมต้องเดินทางไปประชุมวิชาการอีกฟากหนึ่งของประเทศ มีค่าเดินทางโดยเครื่องบิน ค่าที่พัก ลงทะเบียน เบี้ยเลี้ยง จิปาถะ ผมกรอกข้อมูลขอเดินทาง พร้อมงบ ส่งขึ้นไป เดินเอาไปส่งเลขา หวังว่าเธอคงนำส่งหัวหน้าแผนก เพื่อส่งต่อหัวหน้ากอง กรม เซ็นอนุมัติต่อไป ตามลำดับชั้น
หนึ่งชม. ต่อมา เธอเดินเอาสำเนาเอกสารมาให้ ลงนาม อนุมัติ โดยเธอเซ็นเอง ทั้งหมด และบอกด้วยว่า จะโอนเงินทั้งหมดที่ขอไปเข้าบัญชีผมในวันนี้
ผมเลยมาได้คิดว่า อ้ายกัน ท่านเก่งด้านการบริหารจริงๆ เรื่องอะไรที่มันอยู่ใต้กรอบระเบียบอยู่แล้ว เขาฝึกให้ “เสมียน” อนุมัติได้หมด ....ทำไมต้องมาเสียเวลา ดร. นักวิจัยการบริหารให้มาทำงานด้านนี้ด้วยเล่า มันเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์แท้ๆ
ส่วนประเทศไทยเรา เสมียน มีหน้าที่เพียง จัดกระดาษเข้าแฟ้มนำเสนอหัวหน้าแผนก ส่วนหน.ผน. ก็เกษียนผ่านว่า เรียน หัวหน้ากอง เพื่อพิจารณา ....หน.กอง ก็เกษียนต่อไปรองอธิบดี ... อธิบดี ....บางทีถึงรองปลัด (หรือรองอธิการบดีไปโน่น) กะอีเรื่องเพียงแค่ขอเดินทาง ตามกรอบระเบียบที่มีรองรับอยู่แล้ว
นาสาเขาฝึกคนล่างๆให้รับผิดชอบ ส่วนเราฝึกคนบนๆ ให้ไม่รับผิดชอบ (เซ็นผ่านขึ้นไปให้นายใหญ่อนุมัติลูกเดียว)
...คนถางทาง (๒๙ ตค ๒๕๕๕)
บ้านเราอย่าว่าแต่เซ็นเลยค่ะอาจารย์ ทำงานยังต้องมีหนังสือสั่งการ เป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าไม่มีทำไม่เป็น ขนาดงานจิต อาสายังต้องมีคำสั่งให้อาสา ชลัญล่ะเซ็ง เจ้านายก็พอกันขนาดลูกน้องทำเรื่องดีๆยังตำหนิว่า ไม่มีคำสั่ง ไม่ต้องทำเกินที่สั่ง บ๊ะตกลงลูกน้องนี่มีวิจารณญาณ บ้างไม่ได้หรือไงก็ไม่รู้ จริงชลัญเคยคิดนะ ทำงานทุกวันนี้ไม่ต้องเสียเวลาเรียนจบ ป.ตรี ป.โท หรือ ป.ดร.หรอก เพราะเวลาทำงานไม่ต้องใช้สมองทำงานเท่าไหร่น่ะ
It is about "open rules book", once people know the rules they can exercise their power within the rules, isn't it?
In my years at work, I found that "delegation" was a great tool for managers. Perhaps, there are not many managers in Thai public service?
According to Collins Dictionary, this is "... usually considered to occur approximately between the ages of 40 and 60". The current edition of the Oxford English Dictionary gives a similar definition but with a shorter span: "The period of life between young adulthood and old age, now usually regarded as between about forty-five and sixty." The US Census lists middle age as including both the age categories 35 to 44 and 45 to 54, while prominent psychologist Erik Erikson sees it ending a little later and defines middle adulthood as between 40 and 65. (http://en.wikipedia.org/wiki/Middle_age)
อ.วิ ครับ ผมเขียนแบบ หลวมๆ น่ะ ไม่ได้ซีเรียสอะไรมาก ฝรั่งนั้นจะถือว่าเข้าสู่วัยกลางคนที่ประมาณ ๔๐ แต่ไทยเรามีประบบเบญจเพศ ๒๕
ฝรั่งว่าวัยกลางคนจะมีปัญหา เรียกว่า midlife crisis ส่วนไทยจะมีัปัญหาเมื่อ เบญจเพศ
ผมนั้นมีปัญหาทั้งเบญจเพศ และ มิดไลฟ์ ตอนนี้กำลังมีปัญหาที่ end of life อีกแล้ว อิหิหิ หนุกดี