... เวลาและวารี มิเคยมีจะคอยใคร เรือเมล์และรถไฟย่อมต้องไปตามเวลา โอ้เอ้และอืดอาด ย่อมไม่สมปรารถนา ชวดแล้วจะโศกา อนิจจา เราช้าไป ... ด้วยเหตุที่กล่าวนี้ มนุษย์จึงต้องแก่งแย่งแข่งขันกันตลอดเวลา และมากมายที่ช่วงชิงความได้เปรียบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ยิ่งผู้คนมากขึ้น ทรัพยากรน้อยลง การต่อสู้ก็ดุเดือดเป็นเท่าทวีคูณ กฎกติกาก็มีไว้เพียงเพื่อให้ฝ่าฝืน ผู้มีหน้าที่รักษาและบังคับใช้กฎกติกาจำนวนไม่น้อยก็เริ่มทรยศหักหลังจรรยาบรรณของตน ด้วยเหตุผลว่า ก็ต้องกิน ต้องใช้ และอยากมีชีวิตที่เปี่ยมล้นวัตถุนิยมที่ไม่น้อยหน้าใครๆ...
เมื่อมนุษย์เป็นเช่นที่กล่าว ธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตที่ล้วนแต่ตกอยู่ใต้กฎของอนิจจังไม่เที่ยง กล่าวคือ มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป ตามกฎไตรลักษณ์ ก็เท่ากับถูกเร่งเร้า โรมรัน ให้แปรผันไปมารวดเร็ว ถี่บ่อยขึ้น เป็นร้อยเท่าพันทวี นั้นคือ มนุษย์แม้จะร้อยไม่อยาก พันไม่อยากจะ พบเจอกับความเปลี่ยนแปลงใดๆที่ไม่คุ้นชิน ทั้งไม่รู้ล่วงหน้าว่าเปลี่ยนแล้ว ผลจะเป็นอย่างไร จึงร้อนรุ่มกลุ้มใจกระวนกระวาย ไร้ความสุขสงบ เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัย ทั้งๆที่ แท้จริงแล้ว ความเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นนิรันดร์ อย่างไรเสียก็ต้องพบเจอ จึงต้องทำใจให้ได้ ยอมรับให้ได้ และต้องอยู่กับมันให้ได้
ไม่ต้องกลัวความเปลี่ยนแปลง ในเมื่อเราควบคุมมันไม่ได้ เราก็ต้องควบคุมจิตใจและสติอารมณ์ของเราแทน ... ทำใจให้สบาย ไม่มีอะไรต้องกลัว.
ครับจะนำไปใช้ปฏิบัติลองดู