ลดปุ๋ยเคมี หันมาใช้อินทรีย์เคมี หรือจะอินทรีย์ทั้งหมดยิ่งดีกับดิน กับพืช และกับคุณ

 

นายทองพูน  เสวิสิทธิ์ ตำแหน่ง ประธานกลุ่ม

ความเป็นมา ข้อมูลของหมู่บ้าน ปัญหาที่ต้องการแก้ไขและแนวทางการแก้ไข

บ้านหัวด่าน เป็นหนึ่งในแปดหมู่บ้านที่อยู่ในตำบลนามาลา  มีพื้นที่ทางการเกษตรประมาณ 1,200 ไร่ ลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบเชิงเขา มีประชากรในหมู่บ้านทั้งหมด 347 คน จำแนกเป็นชาย 175 คน เป็นหญิง 172 คน กิจกรรมของกลุ่มคือการผลิตไวน์ ผลิตสุรากลั่น และผลิตน้ำกระชายดำจำหน่าย เกษตรกรส่วนใหญ่มีอาชีพปลูกไร่ข้าวโพด และทำนา ตลอดระเวลาที่ทำนา ทำไร่ เกษตรกรจะพบปัญหารายได้ไม่พอกับรายจ่ายเพราะราคาปุ๋ยเคมีจะเพิ่มขึ้นในทุกๆปี แต่ผลผลิตที่ได้เท่าเดิม ในปี 2549 กลุ่มได้รับการสนับสนุนการก่อสร้างโรงงานปุ๋ย จากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ตามโครงการ “หนึ่งอำเภอหนึ่งโรงปุ๋ย” ประธานกลุ่มดำเนินการผลิตปุ๋ยสูตร วว. เริ่มต้นจากการให้สมาชิกนำไปใช้ ขยายพื้นที่ไปทั่วหมู่บ้าน และตำบลใกล้เคียง ทำให้เกษตรกรลดต้นทุนในการทำไร่อย่างเห็นได้ชัด

              ในปี 2549 หลังจากที่กลุ่มได้รับการสนับสนุนโรงงานผลิตปุ๋ยและเครื่องจักร จากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ในโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งโรงปุ๋ย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย(วว.)  วว.จึงได้เข้ามาให้การอบรมเรื่องการผลิตปุ๋ยตามหลักวิชาการที่ถูกต้องทั้งใน

ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ประธานกลุ่มและสมาชิกจึงสามารถร่วมกันบริหารกลุ่ม และสามารถผลิตปุ๋ยโดยผลิตตั้งแต่ปี 2549-2554 ได้ปริมาณปุ๋ยรวม 250 ตัน มีรายได้จากการจำหน่ายปุ๋ย  450,000  บาทซึ่งกระบวนการผลิตได้มีการพัฒนาปรับปรุงในด้านคุณภาพและปริมาณเพื่อสนองตอบความต้องการของผู้ใช้ปุ๋ยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

อาชีพหลัก  ทำการเกษตร ทำไร่ ทำนา 

อาชีพเสริม  ทำน้ำยาเอนกประสงค์ ทำถ่านอัดแท่ง เป็นต้น

จุดเด่นของกลุ่ม

ประธานกลุ่มและสมาชิกเข้มแข็ง นอกจากนี้ทางชุมชน ยังได้ใช้วิทยาศาสตร์ในการส่งเสริมอาชีพให้แก่ชุมชนอีกหลายอย่าง อาทิ การผลิตไวน์ การผลิตเครื่องดื่มกระชายดำ กลุ่มเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการผลิตปุ๋ยจนประสบผลสำเร็จ และเป็นกลุ่มที่มีองค์ความรู้การผลิตปุ๋ย สามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่หมู่บ้านใกล้เคียง เพื่อขยายผลความสำเร็จไปยังชุมชนดังกล่าว  ผลจากการนำวิทยาศาตร์มาใช้ทำให้ปัจจุบันคนในชุมชนบ้านหัวด่านมีงานทำตลอดปี ไม่มีแรงงานรับจ้างนอกหมู่บ้าน เนื่องจากในหมู่บ้านมีการเกษตรทำไร่ข้าวโพดตลอดทั้งปี  มีการจ้างแรงงานผลิตไวน์สุรากลั่น และน้ำกระชายดำ  มีการจ้างแรงงานผลิตปุ๋ย กิจกรรมข้างต้นสามารถสร้างงานภายในชุมชนได้อย่างยั่งยืน 

การดำเนินการของกลุ่ม

ความต้องการผลิตปุ๋ยของกลุ่มในครั้งแรก เพื่อนำมาใช้กับผลผลิตทางการเกษตรของสมาชิกกลุ่ม เนื่องจากพื้นที่ในตำบลนามาลา มีการทำการเกษตรในการปลูกข้าวโพด ทำนาเป็นส่วนใหญ่ มีการนำปุ๋ยไปใช้ เห็นผลผลิตที่แตกต่างจากเดิม ซึ่งเป็นผลมาจากปุ๋ยที่ผลิตได้นำไปใช้ให้เหมาะสมกับพืช โดยนำหลักการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับเคมี ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาปรับปรุงการผลิตจากเดิม ทำให้ปุ๋ยของกลุ่มตอบสนองต่อการทำการเกษตรของชุมชนเป็นอย่างมาก ชุมชนมีความพึงพอใจ ทำให้ปริมาณการผลิตมีการปรับเพิ่มเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการในพื้นที่มากขึ้น ซึ่งยังมีปัญหาอุปสรรคอีกหลายประการที่ต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐทุกๆหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมอาชีพเกษตรกร และการพัฒนาศักยภาพชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง และเป็นแบบอย่างให้แก่ชุมชนอื่นๆ 

บทบาทแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

“หมู่บ้านเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์” กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรบ้านหัวด่าน หมู่ 2  ต. นามาลา อ.นาแห้ว จ.เลย เป็นหนึ่งในหมู่บ้าน ซึ่งได้รับคัดเลือกจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ (วท.) ในการยกระดับจาก“หมู่บ้านเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์”    มาเป็น “หมู่บ้านแม่ข่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ทั้งนี้ เนื่องจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่ม

เกษตรกรบ้านหัวด่าน เป็นหมู่บ้านที่มีความเข้มแข็ง ประกอบกับประธานกลุ่มมีความรู้ความสามารถในการบริหารการจัดการมีประสบการณ์การทำงานร่วมกับชุมชนไม่น้อยกว่า 10 ปี จึงสามารถบริหารกลุ่ม และสามารถผลิตปุ๋ยได้ปีละไม่ต่ำกว่า 50 ตัน/ปี นับตั้งแต่ได้รับโครงการเป็นต้นมา มีรายได้หมุนเวียนในหมู่บ้าน เป็นเงิน  384,167 บาท/ปี

เทคโนโลยีหลัก การผลิตปุ๋ยอินทรีย์

กลุ่มได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงจาก วว. ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถทำได้ง่าย ไม่ซับซ้อน เพราะจะใช้มูลสัตว์เพียงอย่างเดียว โดยปกติชาวบ้านก็เลี้ยงสัตว์กันอยู่แล้ว จึงทำให้มีวัตถุดิบมาผลิตปุ๋ยอย่างต่อเนื่อง ในด้านวิชาการ วว.ได้ผลักดันและส่งเสริมให้กลุ่มทำปุ๋ยให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ  โดยใช้เกณฑ์มาตรฐานเป็นข้อกำหนด  ทำให้ชาวบ้านที่ใช้ปุ๋ยมีความเชื่อมั่น และไว้วางใจมากขึ้น  ปัจจุบันมีปริมาณการใช้ปุ๋ยสำหรับการเกษตรเพิ่มมากขึ้น มีชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามาซื้อปุ๋ยที่กลุ่มผลิต ทางคณะกรรมการจึงได้วางแผนการดำเนินงานในด้านการเตรียมวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า

ผลความสำเร็จ

           ปี 2549-2554 ได้ปริมาณปุ๋ยรวม 250 ตัน(5,000กระสอบ) เกิดรายได้จากการจำหน่ายปุ๋ยเป็นเงิน 450,000 บาท มีรายได้จากการจำหน่ายมูลสัตว์ 80,000 บาท มีค่าจ้างแรงงานภายในชุมชน 375,000 บาท และกลุ่มสามารถลดค่าใช้จ่ายจากการซื้อปุ๋ยเคมี 1,400,000 บาท คิดเป็นเงินหมุนเวียนในชุมชน 2,305,000 บาท หรือ 384,167 บาท/ปี   ความสำเร็จที่เกิดขึ้น คือการที่สมาชิกและลูกค้าต่างก็ให้ความเชื่อมั่นในคุณภาพปุ๋ยของกลุ่ม ปัจจุบันมีกลุ่มเกษตรกรที่ต้องการใช้ปุ๋ยที่กลุ่มผลิตมีพื้นที่ขยายจนถึงระดับอำเภอ ทำให้กลุ่มต้องมีการวางแผน และจัดเตรียมวัตถุดิบในแต่ละปี ให้เพียงพอกับความต้องการของตลาด ซึ่งในจุดนี้ ทำให้กลุ่มมีรายได้ สำหรับการใช้เป็นทุนหมุนเวียน และยังสร้างรายได้ให้กับสมาชิกได้อย่างยั่งยืน 

เทคโนโลยีรอง การผลิตถ่ายอัดแท่ง

นอกจากกลุ่มสนใจเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ย จนสามารถสร้างอาชีพในชุมชนได้แล้ว กลุ่มยังมีความสนใจเทคโนโลยีการ ผลิตถ่านอัดแท่ง เนื่องจากในพื้นที่ของต.นามาลา เป็นพื้นที่ป่าที่มีความอุดม สมบูรณ์ และ นอกจากการทำไร่ข้าโพดแล้ว ยังมีการปลูกไม้ ยูคาลิตัส ปลูกมะม่วง ลำไย มะขาม ฯลฯ ต้นไม้ดังกล่าว มื่อมีการ ลานกิ่งหรือโค่นล้มก็จะทิ้งไว้ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ ทางกลุ่มจึงเห็นว่าน่าจะนำประโยชน์จากไม้เหล่านี้ มาสร้างรายได้ จึงได้เรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตถ่านอัดแท่งเพื่อนำมาความรู้เหล่านี้มาใช้ผลิตถ่านใช้ และจำหน่ายให้กับชุมชน เป็นการสร้างรายได้ให้กับสมาชิกอีกทางหนึ่ง 

ผลความสำเร็จ                                                                                                        

 ผลที่ได้จากการผลิตถ่านอัดแท่ง นำกิ่งไม้ที่เหลือทิ้งมาสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้ให้กับสมาชิก ในการจำหน่าย ถ่านอัดแท่ง จำหน่าย 5 บาท/ กิโลกรัม ใน1 เดือนมีสมาชิกผลิตถ่านอัดแท่ง ได้ประมาณ 1 ตัน/ครัวเรือน มีรายได้ต่อครัวเรือน ประมาณ 5,000 บาท เมื่อ วว.มีการฝึกอบรมในเรื่องต่างๆที่เป็นประโยชน์กลุ่มจะให้ความร่วมมือเข้าร่วมทุกครั้ง นี่คือพัฒนาการทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นแก่ชุมชน และสร้างชุมชนให้เข้มแข็งเพิ่มมากขึ้น