อยากบอกว่า “ ครูรักหนู ”

          ดิฉันนางชูใจ  สำลี  ครูผู้สอนระดับปฐมวัยของโรงเรียนมารีย์วิทยา  อ. เมือง  จ. นครราชสีมา  ซึ่งเป็นสถานศึกษาที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับของผู้ปกครองและยังเป็นสถานศึกษาที่หลายคนเชื่อว่าเป็นโรงเรียนที่ลูกหลานของบุคคลที่มีฐานะร่ำรวยมาเรียน  ซึ่งโรงเรียนได้รับการขนานนามว่า “โรงเรียนคุณหนู”  ดิฉันซึ่งเป็นครูผู้สอนคนหนึ่งและได้สอนนักเรียนเหล่านั้นมา  และนักเรียนก็น่ารัก  แต่งตัวเรียบร้อย  เนื้อตัวสะอาดสะอ้าน  อุปกรณ์การเรียนและเครื่องใช้เพียบพร้อมมีราคาแพง  การพูดจาไพเราะ มีกริยามารยาทดี  มีรถยนต์คอยรับส่งมาโรงเรียนพร้อมหน้าพร้อมตาของพ่อแม่และบุคคลในครอบครัว  อีกทั้งผู้ปกครองส่วนมีความรู้และฐานะดี  จากข้อมูลข้างต้นดิฉันจึงเกิดความรู้สึกภูมิใจที่เป็นผู้สอนคนหนึ่งในโรงเรียนแห่งนี้

            จนกระทั่งวันหนึ่งดิฉันได้รับหน้าที่จากท่านอธิการของโรงเรียน คือ ซิสเตอร์กาญจนา  สุขประเสริฐ ให้ไปพบประธานชุมชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงของโรงเรียน  เพื่อหาเด็กที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ อายุประมาณ   3 – 5 ขวบ จำนวน  30  คน  ดิฉันรู้สึกหดหู่ใจที่ได้รับหน้าที่ดังกล่าวแต่...ก็ปฏิบัติตาม  โดยไปพบประธานชุมชนที่อยู่ในละแวกใกล้ ๆ บริเวณของโรงเรียน ได้แก่  ประธานชุมชนสุรวิชัยและประธานชุมชนเสาธง – สมอราย  เมื่อดิฉันไปพบประธานชุมชนทั้งสองก็ได้แจ้งเจตนารมณ์ตามที่ได้รับหน้าที่จากท่านอธิการสำหรับการจัดทำ “โครงการรักในหลวงห่วงใยลูกท่าน ” และได้รับการร่วมมือจากประธานชุมชนทั้งสอง  โดยได้เลือกเด็กในชุมชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์มาให้  30 คน ซึ่งทุกคนในชุมชนเรียกเด็กที่คัดเลือกเข้าร่วมโครงการรักในหลวงห่วงใยลูกท่านว่า โครงการเด็กในหลวง ต่อจากนั้นได้เชิญผู้ปกครองของเด็กเหล่านั้นเข้าร่วมประชุม  เพื่อรับทราบวัตถุประสงค์ของการนำเด็กมาเรียน  โดยทางโรงเรียนให้เด็กจำนวน 30 คน เรียนฟรี ค่าใช้จ่ายของเด็กแต่ละคนโรงเรียนจะรับผิดชอบให้ทั้งหมด  โดยที่ผู้ปกครองไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น  และดิฉันก็ได้รับหน้าที่เป็นครูประจำชั้นของนักเรียนห้องนี้

            เมื่อโรงเรียนเปิดเรียนในวันแรก  ดิฉันหนักใจมากเพราะทราบข้อมูลบ้างอย่างของนักเรียนเนื่องจากนักเรียนส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่แตกแยก ขาดการเอาใจใส่จากผู้ปกครอง เช่น ความสะอาดของร่างกายโดยสังเกตจากเนื้อตัวของเด็กที่คราบไคล มีตุ่มเล็ก ๆตามเนื้อตัว มีร่องรอยการถูกยุงกัด มีแผลเล็กใหญ่ตามแขนและขา เนื้อตัวมีกลิ่น  ด้านโภชนาการ น้ำหนักของนักเรียนไม่ได้ตามเกณฑ์  รูปร่างเล็ก  ซึ่งดิฉันคาดคะเนด้วยตนเองว่า  ขาดการเอาใจใส่ในเรื่องโภชนาการมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของแม่  เมื่อคลอดออกมาก็ได้รับการเลี้ยงดูตามสภาพของครอบครัว  การให้อาหารเด็กทารกก็น่าจะไม่ได้สารอาหารเพื่อบำรุงและพัฒนาสมอง  เมื่อเข้ามาเป็นนักเรียนของโรงเรียนในระดับปฐมวัยดื่มนมก็มีอาการท้องเสียเพราะไม่เคยดื่มจึงต้องให้นมทีละน้อยเพื่อให้ร่างกายปรับสภาพ  และเมื่อนักเรียนมาถึงโรงเรียนดิฉันฝึกหัดตั้งแต่การอาบน้ำ สระผม ตัดเล็บ แปรงฟัน เช็ดตัว ทาแป้งก่อนเรียน  บางคนดิฉันต้องกำจัดเหา  ซึ่งนักเรียนบางคนก็ไม่พร้อมที่จะเรียนแต่โดนทางบ้านบังคับจึงร้องไห้มาโรงเรียน  และอีกหลาย ๆ ครั้งที่พบเห็นคุณยายถือไม้เรียวยาวพร้อมเสียงตะโกนตามหลังหลานว่า “อย่าร้องไห้  เดี๋ยวเขาไม่เอามึงเรียน ยายไม่มีเงินส่งเรียนโรงเรียน

ดีๆ แบบนี้นะ” ภายในห้องเรียนของดิฉันในปีนี้จึงไม่ค่อยได้สอนเนื้อหาการเรียนมากเพราะความจำของนักเรียนไม่พร้อม จำได้ในระยะสั้น ๆ ทำให้การเรียนการสอนไม่เป็นไปในแนวเดียวกับหลักสูตรของโรงเรียนเหมือนกับห้องเรียนอื่นที่นักเรียนอยู่ในวัยเดียวกัน  ต่อมาดิฉันจึงได้ปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนโดยใช้กิจกรรมที่นักเรียนนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน การอยู่ร่วมกับบุคลอื่น ๆ ในสังคมอย่างซื่อสัตย์และมีความสุข  แต่ก็ไม่ได้ผลอย่างที่คาดหวังเพราะบางวันนักเรียนบางคนขโมยขนมและของใช้จากห้องอื่นมาเป็นของตนเอง  ทั้งอบรมทั้งสอนก็ไม่ปรับพฤติกรรมของตนเองได้  ส่วนหนึ่งเกิดจากความอยากมี  อยากเหมือนคนอื่น  ดิฉันจึงปรึกษากับผู้ปกครองของนักเรียนว่าจะช่วยเหลือและแก้ไขพฤติกรรมดังกล่าวของเด็กอย่างไรดี  แต่คำปรึกษาที่ดิฉันได้รับจากผู้ปกครอง คือ  ตี  ต้องตีมัน  ซึ่งเมื่อนักเรียนเหล่านั้นกลับบ้านในตอนเย็นหลังจากโรงเรียนเลิกแล้ว  เด็กหลาย ๆ คนจึงโดนผู้ปกครองตี  ดิฉันจึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า ดิฉันจะช่วยเด็กหรือทำบาปกับเด็ก  ดิฉันพยายามหาวิธีที่จะแก้ไขพฤติกรรมเหล่านี้ให้เด็ก ๆ ในห้อง  โดยนำเด็กร้องเพลง เล่านิทานที่สอดแทรกคุณธรรม  ให้ความรัก ความสนิทสนมและการโอบกอดให้เกิดความอบอุ่น สร้างรอยยิ้มจนเกิดความไว้วางใจมีความความสนิทสนมกันมากขึ้น ดิฉันใช้คำพูดที่สุภาพกับทุกคนและแนะนำให้เด็กนำไปปฏิบัติที่บ้านของตนเองด้วย  ผลปรากฏว่า  ดิฉันโดนผู้ปกครองตำหนิว่าดัดจริตใช้คำพูด เช่น คุณยงคุณยาย  ซึ่งผลที่ตามมาจึงตกกับเด็กเพราะเด็กเกิดความสับสนและไม่อยากพูดเพราะโดนที่บ้านตำหนิ  ดิฉันจึงเชิญมาสนทนาเพื่อประชุมชี้แจงและทำความเข้าใจเพื่อวัตถุประสงค์เดียวกัน

            ต่อจากนั้นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนใน  3 ปีของเด็กในห้องเรียน เนื่องจากความบริสุทธิ์ ความใสซื่อของเด็ก ๆ ทุก ๆคน ซึ่งภาพเหตุการณ์ดังกล่าวมันได้ผ่านไปนานแล้ว แต่เมื่อถึงวันครู วันไหว้ครูหรือปีใหม่เด็ก ๆ กลุ่มนี้จะนำมาลัยดอกไม้มากราบแสดงความกตัญญูกับดิฉันเป็นประจำทุกปี ผลสำเร็จในจุดนี้อยู่ในความภูมิใจที่ดิฉันได้อบรมสั่งสอนและทุมเท่แรงกายแรงใจให้กับเพวกเขา และนักเรียนส่วนใหญ่ในห้องเรียนของดิฉันเรียนต่อในระดับสูงขึ้นทุกคน มีคุณธรรม มีศีลธรรมและเป็นคนดีของสังคม  อีกทั้งมีความขยันหมั่นเพียร  ไปประกวดทางวิชาการได้รับรางวัลทำชื่อเสียงให้โรงเรียนและวงศ์ตระกูลของตนเอง  ทุกวันนี้ภาพเหล่านั้นยังฝังอยู่ในใจของดิฉันเสมอ