วันอาทิตย์ ที่ 14 ตุลาคม 2555

กราบสวัสดีค่ะครู

                ดูเหมือนข้างในมันจะกลัวการเขียนบันทึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในใจวันนี้เจ้าค่ะ เพราะเป็นความตกต่ำในใจ ส่วนหนึ่งมาจาก ระดับฮอร์โมน เพราะมีรอบเดือน แต่ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกเจ้าค่ะ จิตชั่วๆมันก็คอยหาเหยื่อ ๆ เพราะราคะขึ้นมาแล้ว ไม่ยอมรับที่จะแก้ไข

                ใจหนูอยากได้รับความช่วยเหลือจากครู เรื่องการพาพี่ ๆที่ทำงานมาภาวนา แต่พอเข้าไปคุยแล้วครูชี้เรื่องเมื่อวานที่เป็นปัญหาในใจให้แก้ไข เหมือนตัวตนมันกรีดร้องรับไม่ได้

                จากตอนเช้าตื่นขึ้นมาหนูคิดเอาว่าเมื่อวานเด็ก ๆ ออกแรงลุยงานคงจะเหนื่อย จึงออกไปล้างห้องน้ำรักษาข้อปฏิบัติของตนเอง แล้วเข้ามาติดกระดุมเสื้อแม่ชีส่วนที่ยังเหลือ ระหว่างทำหนูไม่ดูเวลา ส่งผลให้ไปขึ้นลานธรรมสาย ครูเมตตาเข้ามาเตือน แต่พอครูบอกว่า “ไม่ต้องเอาเสื้อมาให้ครูแล้วครูไม่ใส่”

ข้างในรู้สึกเจ็บปวดกรีดร้อง เพราะรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ตั้งใจ ต้องสารภาพว่าเป็นเพียงไม่กี่เรื่องที่รู้สึกตั้งใจทำให้ครู อย่างที่เห็นชัด ๆ กับตนเองข้างในพอได้ยินแบบนี้ข้างในรู้สึกเจ็บ แล้วก็มานึกย้อนถึงกรรมของตนเองว่า

“ก็คงเคยไปทำร้ายจิตใจคนไว้ เขาคงเคยตั้งใจทำอะไรมาก ๆ แล้วหนูคงไปทำร้ายเขา ก็รับกรรมเอา อดทน แล้วก็เดินต่อไป”

พอสายๆ หนูเองก็ยังไม่มีปัญญา แล้วเข้าไปหาครู พอครู ชี้ว่า “เมื่อไหร่จะเลิกเป็นนางเอก”

แล้วก็ให้โอกาสหนูมาตั้งสติทบทวนตนเองแล้วค่อยมาใหม่

ตั้งแต่เข้ามาตอนเช้า

“หนูเดินจงกรมตลอดเวลา ข้างในฟุ้งซ่านเจ็บปวด น้อยใจ เหมือนวน ๆ กับตนเอง ตั้งขึ้นมาได้แว๊บ ก็เป็นอีก ๆ”

เดินอยู่สามชั่วโมง จึงเปลี่ยนมาเป็นนั่งภาวนา พอเด็กๆเข้ามาสอบถามว่า

“มีอาหารเที่ยงทานกันรึยัง เด็ก ๆ บอกว่า เปิ้ลทำไว้แล้ว จึงรู้สึกโล่งใจ”

เข้ามานั่งภาวนาต่อต่อในเต้นท์

สุดท้ายไม่ไหว

“โทรปรึกษาหลวงพี่”

แต่กลายเป็นว่า “หนูโทรไปร้องไห้เจ้าค่ะ”

เหมือนจิตก็มาลงร่องเดิมแค่เปลี่ยนตัวละคร

หลวงพี่ก็เมตตาชี้ว่า

“ครูบาอาจารย์ ท่านเมตตาสอน ดีเท่าไหร่แล้ว อยากเจอบ้างจัง ใคร ๆเขาก็หาคนสอนให้พ้นทุกข์ มีอยู่แล้วก็ทำเอา อดทนเอา มันไม่มีอะไร มีแต่ตัวกูที่มันโง่ มันไม่ยอมให้เราดีขึ้น”

ถ้าทนไม่ได้จริง ๆ ก็ อยู่ไปอย่างนี้ ทำไปให้ครบตามที่อธิษฐานไว้ อยู่กับครูบาอาจารย์ ทำดีก็อยู่ ทำไม่ดีก็อยู่ ไม่งั้นมันจะหลง ไปยาก

วางสายหนูอาบน้ำตั้งสติกับตนเอง ไม่ปรารถนาให้ใครรับรู้ อดทนเอาข้างใน เพียงหลวงพี่ท่านเดียวก็น่าจะพอแล้ว เก็บข้าวของแล้วมานั่งสำรวจความเรียบร้อย แล้วพี่รุ่งก็มานั่งคุย พอเด็ก ๆ เข้าเอากระถางต้นไม้จึงได้โอกาส ออกมาสมทบกับครูและเด็กๆที่จัดต้นไม้ที่ศาลา 4 พอตกเย็นก็กลับบ้านพ่อแม่ เจ้าค่ะ

เพราะมีกิเลสเกิดขึ้นแล้วข้างในไม่ยอมรับ เป็นอาการที่ดื้อมากกับครู

กิเลสมันก็หาเหตุผลให้ไม่ยอมเขียนออกมา เพราะกลัวที่จะดูไม่ดี

เวลาจิตลงต่ำ

“มันจะไปคอยค้นเอา จำเอาแต่คำเจ็บ ๆ ที่ครูเคยเอ่ยไว้ ไปสร้างภาพของครูที่ดุและน่ากลัวเจ้าค่ะ แล้วมัก็จะมีโทสะที่ไหลเข้ามาในใจเรื่อย ๆ แทนมี่จะเข้าใจและขอบพระคุณ จิตชั่ว ๆ มันก็ยังไหลตามร่องเดิม”

แต่พอมีสติค่อยจะตื่นแล้วรู้สึกได้ว่า “นั่นแหละครูกำลังช่วยอยู่ ที่รู้ไม่ได้เพราะใจมีกิเลส”