วันจันทร์ ที่ 15 ตุลาคม 2555

กราบสวัสดีค่ะครู

                เช้านี้ไหว้พระแล้วก็ลงมาจากบ้าน แม่จะไปทำฟันที่ขอนแก่น เพราะว่าเคยไปถอนที่โรงพยาบาลแล้วท่านไม่ค่อยสบายใจ แม้ไม่ได้อยู่ในแผนที่วางไว้ แต่ก็ยินดี เพราะเป็นโอกาสที่ระลึกว่า

 “ครูเคยสอนไว้แล้ว โดยให้โอกาสพาแม่ของครูไปทำฟัน”

การได้รับใช้ครูครั้งนั้น ส่งผลให้การดูแลแม่เป็นโอกาสเสมอค่ะ

แม่และน้องน้ำตาล จึงติดรถมาที่ขอนแก่นด้วย ตอนแรกหนูว่าจะเข้าที่ทำงาน แล้วก็พาแม่ไปนอนเล่นที่บ้านพัก แล้วค่อยพาไปทำฟันตอนเย็น

จึงหยุดพิจารณาใหม่กับตนเอง ตัดสินใจพาแม่ไปนวดที่ สสจ. แล้วค่อยไปพักที่บ้าน แล้วค่อยไปหาหมอ

วางแผนกับตนเอง ซึ่งแม่ก็ตกลงตามนั้น

ส่วนน้องตาล พอมี ipad ก็พออยู่ได้กับการนอนรอในห้องแอร์ สบาย ๆ

เป็นวันของแม่ วันที่ตั้งใจทำให้แม่ค่ะครู

หนูยอมรับว่า แว๊บนึกถึงความผิดที่ตนทำไว้ตอนครู ใจที่มีโทสะน้อยใจต่อครูยังปรากฏ แต่ก็บางลงกว่าเมื่อวาน

หนูรู้ว่าครูรับรู้ แต่ครูก็เมตตา ไม่เช่นนั้นหนูจะ ลงนรกหนักกว่านี้ ถ้าครูไม่ยับยั้งก่อน

คำว่า “ราคะ ดูเหมือนข้างในหนูตอบสนองไม่สมบูรณ์เจ้าค่ะ”

แต่พอเอ่ยแบบชาวโลกว่า “ความรัก”

ดูมันจะตอบรับว่าใช่

“หนูมีกรรมเรื่อง ความรัก ท่าทางจะหนักซะด้วย เกิดขึ้นแต่ละที มีแต่ที่ต้องห้าม นี่คือ กรรมหนัก”

ยอมรับแล้วก็อยากหนีเจ้าค่ะ แต่ก็มีเสียงเตือนตนเองว่า

“หนีก็จะเหมือนที่ผ่านมา แล้วก็มีเสียงแทรกว่า รึ จะให้เหมือนที่ผ่านมา ครูเมตตาโดยการตัดการติดต่อ

บาปหนักเข้าไปอีก แก้ไม่ได้ แกก็ไปซะ”

เสียงที่มันคอยตะโกนสู้กันเจ้าค่ะ

เรื่องราวเหล่านี้ไหลเข้ามาข้างในตลอดเวลา

“แก้ไข แก้ไม่ได้ ก็ต้องไปเอง ถ้าแก้ได้แล้วค่อยอยู่ อย่าให้ครูเดือดร้อน”

มันสร้างความเดือนร้อนให้ครูมามาก

แต่พอเผลอมันก็ยังทำอีก

พอพาแม่ไปหาหมอเสร็จ ท่านมีความสุขมากค่ะครู หมอมือเบา กว่าจะเสร็จก็หกโมงเย็น หนูตัดสินใจขับรถกลับไปส่งแม่ที่บ้าน

 นี่คือ ความสุขของแม่ การได้กลับมาบ้านหลังทำฟัน

วันนี้จิตคอยคิดเบียดเบียนตนเอง ศีลข้อ 1 ด่างพร้อย หนูเพ่งโทษครู เป็นความแน่นที่อยู่ข้างใน เป็นอีกวันที่ใช้ชีวิตแบบเกาะแม่ แม้ข้างในจะยังเกาะทุกข์ ที่อยากจะแก้ไขซะทีเจ้าค่ะ

อย่างน้อย ๆ วันนี้ หนูมีแม่ มาช่วยชีวิต ฟื้นจิต ให้มีกำลังใจกับตนเองว่า “สู้ ๆนะ”