ขอบคุณครูนิรุตมากเลย ที่ทำให้ผมชื่นใจในผลงานการสอนชิ้นนี้

         ตกแต่งถาดชื้น..ผลงานชื่นใจ

      ผมอยากเล่าให้ฟัง เพราะเป็นความประทับใจแรกของผม เกี่ยวกับการเรียนการสอนที่โรงเรียน ด้านงานประดิษฐ์ตกแต่ง ซึ่งนานแล้วที่โรงเรียนไม่มีผลงานนักเรียนแบบนี้ ต้องขอบคุณครูนิรุต ที่ช่วยจุดประกายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้เกิดขึ้น

       ก่อนปิดภาคเรียน ผมประชุมครู เพื่อเตรียมการคัดเลือกชื่อกิจกรรมทางวิชาการ เข้าแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ปี ๒๕๕๕ ระดับกลุ่มโรงเรียน ครูช่วยกันเลือกทั้งหมด ๑๕ รายการ โดยดูที่ความพร้อมของนักเรียนเป็นหลัก มีอยู่กิจกรรมหนึ่งที่ผมสงสัยว่าครูท่านใดจะเป็นคนฝึกสอนนักเรียน คือ กิจกรรมตกแต่งถาดชื้น..โดยนักเรียนชั้น ป.๕  รวม ๓ คน จะเป็นตัวแทนโรงเรียนเข้าแข่งขัน ซึ่งเป็นเรื่องค่อนข้างยาก

       วันสุดท้ายของการเรียนภาคเรียนที่ ๑/๒๕๕๕ ครูนิรุตให้นักเรียนนำต้นไม้ออกมาจากเรือนเพาะชำ เดินเก็บหินเกล็ดหินกรวดและอิฐมอญตามหลังอาคาร และเดินหาตอไม้เล็กๆหลังโรงเรียน

        ทั้งครูและนักเรียนดูตั้งอกตั้งใจ ผมเข้าไปสอบถาม ครูนิรุตบอกจะสาธิตถาดชื้นให้นักเรียนดูก่อน โดยใช้กระถางดินเผาปากกว้าง เป็นอุปกรณ์หลัก จากนั้นจะให้นักเรียนลองทำเอง ผมแนะนำให้ศึกษาหลักเกณฑ์การแข่งขันให้ละเอียด เพื่อจะได้เตรียมวัสดุอุปกรณ์ได้ถูกต้องและครบถ้วน

         ผมไม่เคยเห็นวิธีทำ จึงเดินไปดูอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การวางแผนในกระดาษเอสี่       นักเรียนช่วยครูจัดใส่ทั้งดินและทราย วางก้อนหินและก้อนกรวด แซมด้วยต้นไม้เล็กๆที่นิยมใช้ปลูกตามสวนหย่อม กิจกรรมนี้ใช้ต้นไม้ไม่มาก เวลาจัดวางต้องระมัดระวัง เพราะมีพื้นที่จำกัด ที่ขาดไม่ได้คือตอไม้สีเข้มตรงกลาง ด้านหลังมีไม้ประดับสีเขียวสดใส มองดูสูงต่ำลดหลั่นกันไป งานนี้เด็กๆทำอย่างเพลิดเพลิน ทำหน้าที่ลูกมือได้เป็นอย่างดี

         ปิดเทอม ครูนิรุตจะกลับบ้านที่ต่างจังหวัด ผมเรียกมาคุยด้วยเพื่อวางแผนงาน..และบอกว่า.......

        "ครูครับ เปิดเทอมนำนักเรียนไปแข่งขันกิจกรรมตกแต่งถาดชื้น จะได้รับรางวัลหรือไม่..ไม่เป็นไร นะครับ ขอให้ครูเตรียมเด็กและเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม..ที่สำคัญเมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขันแล้วขอให้ครูฝึกนักเรียนทำโครงงานเรื่องนี้ ให้เด็กเข้าใจกระบวนการและมีทักษะยิ่งขึ้น เข้าใจและทำได้เก่งทุกคน ต่อไปจะเป็นอาชีพได้...."

          ..ขอบคุณครูนิรุตมากเลย ที่ทำให้ผมชื่นใจในผลงาน...การสอน..ชิ้นนี้

เรื่องเล่าจากโรงเรียนเล็ก
www.bannongphue.com