เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ผมอยากจะบอกทุกๆ ท่านว่า “ความเป็นดอกเตอร์หรือศาสตราจารย์” มีอยู่ในตัวของทุกคนนะครับ ถ้าหากว่ามีความตั้งใจ ใฝ่ดี และใฝ่รู้...อยู่ตลอดเวลา

สถานีความคิด :

 

ศาสตราจารย์กับคนขับรถ

 

               

 

 

                ชายหนุ่มคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นคนขับรถให้กับท่านศาสตราจารย์มาหลายปี เขารู้สึกโชคดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มีโอกาสได้รับใช้เจ้านายผู้รอบรู้อย่างใกล้ชิด

              เนื่องจากชายหนุ่มเป็นคนที่มีความใฝ่รู้ เวลาท่านศาสตราจารย์ผู้เป็นเจ้านายของเขาไปบรรยายที่ไหน เขาก็มักจะไปนั่งฟังอยู่ด้วยเสมอ โดยที่ไม่เคยรู้สึกเบื่อหน่ายแต่อย่างใด จนกระทั่งเขาสามารถจำจดสิ่งที่ท่านศาสตราจารย์พูดหรือบรรยายได้เกือบทุกคำ

                วันหนึ่ง  ท่านศาสตราจารย์ผู้เป็นเจ้านายได้รับเชิญให้ไปบรรยายพิเศษที่ต่างจังหวัดโดยที่ไม่เคยรู้จักกับหน่วยงานที่เชิญเลย โดยมีชายหนุ่มทำหน้าที่คนขับรถให้ตามปกติ

                “ท่านครับ! วันนี้ท่านจะบรรยายเรื่องเดิมหรือเปล่าครับ?” ชายหนุ่มถามเจ้านายขึ้นมา

                “ใช่แล้ว! ก็เรื่องเดิมๆ นั่นแหละ  เพราะเราเชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ”  ท่านศาสตราจารย์ตอบ

                “ท่านไม่เบื่อบ้างเหรอครับ? ที่พูดแต่เรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ ซากๆ แบบนี้”

                “เบื่อบ้างเหมือนกัน  แต่ก็ทำไงได้ล่ะ  เพราะพูดเรื่องอื่นๆ ก็คงไม่ถนัดนัก”

                “ผมฟังท่านพูดบ่อยๆ จนจำคำพูดของท่านได้ทุกคำเลยนะครับ”  ชายหนุ่มกล่าวขึ้น

                “หา! จริงๆ เหรอ? พูดเล่นหรือเปล่านี่?”  ท่านศาสตราจารย์ถามขึ้นด้วยความแปลกใจอย่างที่สุด

                “จริงๆ ครับ  ผมไม่ได้พูดเล่น เพราะเวลาท่านบรรยายที่ไหนผมจะนั่งฟังจนจบ เป็นพันๆ ครั้งแล้ว  เลยทำให้ผมจำคำพูด ลีลา และท่าทางของท่านได้ทุกอย่างครับ”  เขาบอก

                “ฉันไม่เชื่อ”  ท่านศาสตราจารย์พูดขึ้น

                “ถ้าหากท่านไม่เชื่อที่ผมพูด  ท่านจะให้โอกาสผมได้พิสูจน์ตนเองไหมครับ?”

                “ทำยังไง?”

                “วันนี้ ผมจะขอขึ้นบรรยายแทนท่านเอง ที่นี่คงไม่มีใครรู้จักเรา ผมจะปลอมตัวเป็นท่านและขึ้นบรรยายแทนท่าน แล้วให้ท่านเปลี่ยนชุดมาทำหน้าที่ขับรถแทนผม”  เขาเสนอไอเดียขึ้น

                “เออ! เข้าท่าดีน่ะ  ว่าแต่เธอบรรยายแทนได้จริงๆ น่ะ”  ท่านศาสตราจารย์ถามขึ้น

                “ได้อย่างแน่นอนครับท่าน ผมมั่นใจล้านเปอร์เซ็น”  เขาบอกด้วยความมั่นใจ

                “มีอะไรเป็นเครื่องรับประกัน?”

                “เอาแบบนี้นะครับ  ถ้าหากผมทำไม่ได้จริงๆ  ผมยินดีที่จะไม่รับเงินเดือนเป็นเวลา 1 ปีเต็ม  แต่ถ้าหากผมทำได้ ท่านจะต้องขึ้นเงินเดือนให้ผมสองเท่าเป็นเวลาหนึ่งปีเต็มเช่นกันนะครับ และขอให้ท่านซื้อไอโฟน 10 ให้ผมหนึ่งเครื่องด้วย...ยุติธรรมดีไหมครับ? ท่าน”  เขาเสนอเงื่อนไขให้กับเจ้านาย

                “โอเคๆ  ตกลงตามนี้เลย”  ท่านศาสตราจารย์กล่าวขึ้นด้วยความรู้สึกกระหยิ่มอยู่ในใจ

                แล้วท่านศาสตราจารย์กับคนขับรถ ก็ผลัดเปลี่ยนหน้าที่กัน โดยท่านศาสตราจารย์มาทำหน้าที่คนขับรถ ส่วนคนขับรถก็เปลี่ยนไปนั่งตรงที่นั่งประจำของท่านศาสตราจารย์

                เมื่อไปถึงสถานที่จัดงาน ศาสตราจารย์ตัวปลอมก็เดินเข้าไปทักทายกับคณะกรรมการจัดงานและรอเวลาขึ้นบรรยาย ในขณะที่ท่านศาสตราจารย์ตัวจริงก็นำรถไปจอดที่ลานจอดรถ จากนั้นก็เข้าไปนั่งฟังในแถวท้ายๆ ของห้องประชุม

                เมื่อเวลาบรรยายมาถึง ทางพิธีกรก็ขอเชิญศาสตราจารย์ตัวปลอมขึ้นสู่โพเดี่ยมที่จัดเอาไว้หน้าเวที

                พอศาสตราจารย์ตัวปลอมเห็นคนอยู่ในห้องประชุมเป็นพันๆ คน ก็เกิดความรู้สึกประหม่าและเหงื่อแตกนิดหน่อย  ในขณะที่ศาสตราจารย์ตัวจริงแอบยิ้มอยู่ในใจ   “เสร็จตรูแน่งานนี้   คิคิคิ”

                เมื่อตั้งสติได้แล้ว  ศาสตราจารย์ตัวปลอมก็เริ่มพูดคล่องขึ้น นานๆ เข้าพอตั้งหลักได้ ก็พูดด้วยความมั่นใจ และพูดเหมือนกับที่ท่านศาสตราจารย์ตัวจริงเคยพูดในทุกๆ ประโยค แถมยังมีมุกฮาๆ ขำๆ มากกว่าศาสตราจารย์ตัวจริงเสียอีก

                ฟังไปๆ คราวนี้ ฝ่ายที่เริ่มเครียดและงานเข้า ก็คือ ท่านศาสตราจารย์ตัวจริงนั่นเอง

                เมื่อเหลือเวลาอีก 10 นาทีจะหมดเวลาบรรยาย  ศาสตราจารย์ตัวปลอมก็เปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้ถามปัญหา ใครสงสัยอะไรก็ถามมาได้ เหมือนกับที่ท่านศาสตราจารย์ตัวจริงเคยปฏิบัติมาทุกอย่าง

                ท่านศาสตราจารย์ตัวจริงพอได้ฟังดังนั้น  ก็ยิ้มอยู่ในใจ  “คราวนี้ไม่รอดแน่ๆ  เสร็จตรู  555”  แล้วก็ลงมือเขียนคำถามที่ยากที่สุดและไม่เคยมีใครถามมาก่อนลงในกระดาษ แล้วก็ยื่นให้เจ้าหน้าที่นำไปส่งให้กับศาสตราจารย์บนโพเดี่ยม

                เมื่อศาสตราจารย์ตัวปลอมเห็นกระดาษคำถามใบนั้น ก็รู้สึกตกใจและเหงื่อแตกพลั่ก เพราะเป็นคำถามที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย  แต่อาศัยปฏิภาณและไหวพริบที่มีอยู่  ก็เลยชูกระดาษคำถามขึ้น พร้อมกับพูดเสียงดังฟังชัดว่า

                “ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพรักครับ  คำถามที่อยู่ในมือผมนี้ เป็นคำถามที่ง่ายมากๆ เลยนะครับ เป็นคำถามง่ายๆ ที่แม้แต่คนขับรถของผมก็สามารถตอบได้นะครับ  ชิลๆ แบบนี้ ไม่จำเป็นที่ผมจะต้องตอบเองเลย  เพราะฉะนั้นผมจะให้คนขับรถของผมเป็นคนขึ้นมาตอบแทนนะครับ.....ขอให้ท่านผู้มีเกียรติทั้งได้โปรดปรบมือให้กับคนขับรถคู่ใจของผมด้วยครับ และขอเชิญคนขับรถของผมกรุณาเดินขึ้นมาตอบคำถามบนเวทีแทนผมด้วยครับ  ขอเชิญครับ”

                พูดเสร็จเสียงปรบมือก็ดังกึกก้องขึ้น  ทำให้ท่านศาสตราจารย์ตัวจริงต้องยอมแพ้ให้กับคนขับรถและเดินขึ้นมาช่วยศาสตราจารย์ตัวปลอมตอบคำถามจนหมดเวลา

                เป็นอันว่า ท่านศาสตราจารย์ต้องเป็นฝ่ายแพ้และยอมขึ้นเงินเดือนสองเท่าให้กับคนขับรถเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม และต่อมาท่านศาสตราจารย์ก็มองเห็นความใฝ่รู้และความอัจฉริยะที่มีอยู่ในตัวของคนขับรถ เลยสนับสนุนให้เรียนหนังสือในระดับที่สูงขึ้น และในที่สุดต่อมา คนขับรถคนนั้นก็ได้กลายเป็นศาสตราจารย์ตัวจริงขึ้นมาอีกคนหนึ่ง

***************************

 

 

                เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้  ผมอยากจะบอกทุกๆ ท่านว่า  “ความเป็นดอกเตอร์หรือศาสตราจารย์” มีอยู่ในตัวของทุกคนนะครับ  ถ้าหากว่ามีความตั้งใจ ใฝ่ดี และใฝ่รู้...อยู่ตลอดเวลา