เมื่อพูดถึงพืชหรือผลผลิตทางการเกษตรในประชาคมอาเซียนที่กำลังจะมาถึงในเร็วนี้เกษตรกรไทยจะเดินทางไปในถนนพืชชนิดใดดีที่จะนำความมั่นคง ความสุข มาให้ตนเอง ในมุมมองของผู้เขียนนั้นมองว่าในระยะเวลาอันเร็วนี้นั้น ประเทศเวียดนามน่าจะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวทีเดียว เพราะในเวียดนามนั้นเราจะเห็นได้ว่าสำนักเศรษฐกิจการเกษตรของเวียดนามได้มีการศึกษาวิจัยดูงานของสมาคมต่างๆมากมายที่เกี่ยวกับทางด้าน การเกษตร ดังนั้นการเตรียมพร้อมของเขาน่ากลัวต่อเกษตรกรไทย
ที่ผ่านมาในเรื่องของพืช ข้าว กาแฟ พริกไทย ซึ่งเป็นพืชที่ไทยมีความเสี่ยงในการที่จะสูญเสียความเป็นผู้ผลิตและผู้นำในการส่งออกมากที่สุด เห็นได้จาก พริกไทย ข้าว ส่วนกาแฟน่ากลัวในอนาคต เพราะในปัจจุบันรัฐบาลยังมีการเก็บภาษีที่สูงจึงทำให้เกษตรสวนกาแฟยังอยู่แบบสุขสบาย แต่หากเมื่อถึงเวลาปี ๒๕๕๘ ล่ะ? พืชอีกชนิดหนึ่งที่ห่างไกลไทยมากของเวียดนามคือ ยางพารา แต่เราต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะเวียดนามจัดได้ว่าเกษตรกรปลูกพืชไม้ยืนต้นชนิดนี้มากที่สุด ตัวเลขปี ๒๕๕๔ มีพื้นที่ปลูกถึง ๕,๒๑๓,๗๕๐ ไร่ และยังมีของเกษตรกรรายย่อยที่ยังทยอยปลูกอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันยางพาราเป็นพืชส่งออกเป็นอันดับ ๒ รองจากข้าว สร้างรายได้ร้อยละ ๓.๓ ของรายได้จากการส่งออกทางการเกษตรทั้งประเทศ แต่เวียดนามเองไม่สามารถควบคุมคุณภาพของผลผลิตยางธรรมชาติได้ให้มรมาตรฐานเดียวกันทั่ว ประเทศ ซึ่งตรงนี้ประเทศไทยยังมีความได้เปรียบเวียดนาม ผมเลยมองว่าอีก ๓ ปีข้างหน้าประเทศไทยยัง เป็นผู้นำในเรื่องของยางธรรมชาติต่อไปอีก อีกทั้งเวียดนามก็ยังมีข้อจำกัดในด้านพื้นที่ปลูกยาง
ผลไม้เมืองร้อน ผมมองว่าประเทศไทยยังคงเป็นแชมป์ต่อไป และยังเป็นแชมป์ระดับโลก (ครัวอาหารโลก) เรื่องราคาผลผลิตตกต่ำจะลดลงหรือหมดไปภายหลังเป็นประชาคมอาเซียน แต่มีข้อแม้ว่า ท่านต้องเป็นมืออาชีพทำผลผลิตของท่านให้มีคุณภาพ และมีนักการตลาดที่เป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง เพราะปัจจุบันผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังชื่นชอบในรสชาติ คุณภาพ และความเชื่อมั่นในความปลอดภัยต่อการบริโภคผลไม้จากประเทศไทย เช่นทุเรียนหมอนทอง มังคุด ลองกอง มะม่วงเขียวเสวย ผลไม้เหล่านี้ก็ยังครองตลาดเวียดนาม เป็นต้น (ทั้งๆที่ผมมองว่าเวียดนามคือคู่แข่ง)
ดังนั้นต่อไปนี้เกษตรกรไทยคงต้องพบศึกหนักพอประมาณ เพราะประเทศกลุ่มอาเซียนเขาทราบถึง ข้อมูลเหล่านี้ดี การแข่งขันย่อมเกิดขึ้น ชิงความได้เปรียบ ดังนั้นต่อไปหากเกษตรกรไทยจะสู้เขาได้และรักษาแชมป์ไว้ให้ได้ในประชาคมอาเซียน เกษตรกรไทยจะต้องเป็นเกษตรกรที่ทันสมัย (สมาร์ท ฟาร์มเมอร์) ต้อง ทันต่อสถานการณ์การเกษตรของโลกอยู่เสมอ ทำตัวแบบผู้จัดการฟาร์มเกษตรจะไปไม่รอด ท่านจะต้องเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง...ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อความผาสุขของตัวท่านเอง
ผมนำเสนอข้อมูลเพื่อให้เกษตรไทยได้เตรียมความพร้อมและเพื่อรุกไปข้างหน้า ท่านไม่ต้องเชื่อข้อมูลเหล่านี้ก็ได้ แต่ถ้าเราวางแผนให้ดี อย่างไรเราก็ชนะไปครึ่งหนึ่งแล้ว “วางแผนดี...ย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง”