ดู..ก่อนอย่ามัวนอนหลับใหล ในนิทรา
ลืมตามองมา มองมาจะเข้าใจ

ดู..ก่อนก่อนจะวอนร้องขอ ขอสิ่งใด
มองใจ มองไป..มองไป ให้รอบกาย

โอ้ ดูก่อน...อย่าร้อนรุมสุมใจ ใฝ่มากไปในใจเรา
มีล้นกาย ใช่คลายเศร้า ไม่ใช่สิ่งซึ่งบรรเทา

ดู..ก่อนผู้ที่วอนร้องขอ ขอเรื่อยไป
มองใจ มองใครใคร..มองไปให้รอบกาย

ดู..ก่อนสิ่งที่วอนนี่น่ะ คือความหมาย
มองใจ มองไปมองไป ให้รอบกาย

โอ้ ดูก่อน...การร้อนรุม สุมใจ มีแต่ทุกข์มาให้เรา
จงน้อมนำธรรมที่กล่าว จะดับความเศร้าในจิตใจ...

...ใจนั้นไม่พอ เพราะเราขอกันเกินไป
...จึงเกิดทุกข์ รุกเร้าใจ
...มีเท่าไหร่ ก็ไม่บรรเทา

บทเริ่มต้น...
(คนเขียนเพลง....บรรเลงชีวิต I)

โอวันและคืน ฉันยืนมอง ดวงตา ฉันจ้องมองไป
ผ่านตา สมองพา คิดเรื่องราว หนุ่มสาวพวกเรา ควรเข้าใจ

เนิ่นนานนับปีที่ผู้คน มีผลของงาน สรรค์สร้างไกล
ดั่งโน๊ตดนตรีลีลาเพลง ให้เราบรรเลง เปล่งความหมาย

เขาอยู่แสนไกล เขาไม่รู้อยู่ไหน
เขาดูเข้าใจ เขาไม่รู้เป็นใคร

โอวันและคืนเขายืนมอง (ฉันตัดสินใจไม่ฝืน)
ดวงตานั้นฉันจ้องมองไกล (ฉันเพียงแค่ยืน...มองไป)
ผ่านตาสมองพาคิดเรื่องราว (นับวันเวลา...ภาวนา)
หนุ่มสาวพวกเราควรเข้าใจ (ขอเขาจงพาความหมาย)

มองดูชีวิตใช่ใครลิขิต ขีดชะตา
มองดูปัญหามองกันด้วยตากว้างไกล

มองดูจะรู้...โอ้เรานั้นดูวุ่นวาย
กฏเกณฑ์มีไว้ ใยมองข้ามไปไกลกัน

คนเขียนเพลงบรรเลงชีวิต II

 

เธอคิดใช่มั๊ยว่า.. ชีวิตมันคือ..."ฉันคนเดียว"...
เธอคิดใช่มั๊ยว่า.. ชีวิตมันไม่ต้องการแลเหลียว

เธอคิดใช่มั๊ยว่า.. ชีวิตมันต้องผสานกลมเกลียว
เธอคิดใช่มั๊ย.. ชีวิตมันจะเลี้ยวไปตามเส้นทาง

เธอคิดใช่มั๊ยว่า.. โลกนี้ไม่มีใครสำคัญ
เธอคิดใช่มั๊ยว่า.. โลกนี้มีเพียงเธอเท่านั้น

เธอคิดใช่มั๊ยว่า.. โลกนี้มีแค่ที่เห็นกัน
เธอคิดใช่มั๊ย.. สักวันสวรรค์นั้นจะตัดสินใจ

อย่ามัวคิดอยู่ จงเริ่มดู ดูรอบกาย
มองดูจะรู้ความหมาย...อย่าทำลายคิดร้ายกับมัน

จากกันถึงกัน ต่างก็มีความสัมพันธ์
เชื่อมโยงกันไปทั้งนั้น...ต่างผลักดัน ให้มันเป็นไป

เช่นเดียวกับเราทั้งหมด...ต่างช่วยกันเป็นตัวกำหนด
เชื่อมโยงกันไปตามกฏ...หากจดจำ จะเข้าใจ

จากกันถึงกันต่างก็มีความสัมพันธ์
ใช่ตัวเธอ...ใช่ตัวฉัน...ใช่สวรรค์...ใช่ใครๆ

อย่าคิดเลยนะว่าชีวิตมันคือ..."ฉันคนเดียว"...

หลายคราแปลกใจ แปลกดูว่างเปล่า...
โลกเราหรือไร มองเงา...โอ้เราใย...


นับวันช่างห่างดูเหมือนดัง...โอ้ ใครกัน...
สับสน คน มีผู้คน...ดูซิคนวนเวียนมากมาย

โอ้กาลเวลา พาทุกคนไกล...
นับวันมันช่างดูเหมือนดัง...โอ้ใย


ไกลเกินใครจะกล้าถาม เพลินไปตามความแปรผัน
หมุนไปทุกวัน...ไปไหน...

ไร้ใคร...ได้เพียงฝัน
ต่างคอยนับวันคงถึงวันที่มันหมุนไป
โลกเรา...ไม่มีแล้ววันเข้าใจ
นับวันมันช่างดูเหมือนดัง...โอ้ใย

หากเพียงไร้ใครเข้าใจซึ่งกันและกัน
อาจมีสักวันที่ความหมายพลันผิดไป

หากอธิบาย โอ้ใครจะฟังเหตุผล
เหตุการณ์ทุกข์ทน รุกรานมากล้นร่ำไป

รอยจูบนั้น ต่างฝันถึงอีกสิ่งหนึ่งข้างใน
ใครจะรู้ ขัดแย้งคุกรุ่นอยู่มากมาย
รู้มั๊ยเคยคิด ชีวิตช่างโหดร้าย

ใจใช่กลัว แต่คิดให้ถ้วนทั่วสงสัย
ใยโลกนี้ ช่างมีเพียงคนที่หวังทำลาย

ไม่กลัวแม้จะเห็นว่า มันเป็นบทสุดท้าย...
ไม่คิดเสียใจ...ใช่เพียงแต่ฉัน
ทุกคนทั้งนั้น...มันประโยชน์ใด

มองดูชีวิต ใช่ใครลิขิตขีดชะตา
มองดูปัญหา...มองคนด้วยตา กว้างไกล

มองดูจะรู้...โอ้เรานั้น...วุ่นวาย
กฏเกณฑ์มีไว้ ใยมองข้ามไป ไกลกัน

เสียงจากสายลม
(คนเขียนเพลง...บรรเลงชีวิต III)

วันนี้ตรวจข้อสอบ ตัดเกรดเสร็จ
เคลียร์งานวิจัยที่คั่งค้างเสร็จ..
มีเวลาให้ตนเอง หาเพลงเก่าๆ ที่เคยชื่นชอบ (และยังคงชอบอยู่)
มาฟังสบายๆ ก่อนนอน.. คิดถึงเพลงนี้ จึงนำมาแบ่งปันทุกท่านครับ


บทเพลง..
คนเขียนเพลง บรรเลงชีวิต
(ธเนศ วรากุลนุเคราะห์)
อัลบั้มชุดนี้แม้จะผ่านมา ๒๕ ปีแล้วก็ตาม
แต่เสียงดนตรีแห่งชีวิตนี้ ท่วงทำนองยังคงไพเราะ..เสมอ
มาฟังเพลง..รำลึกถึงวันเวลาเก่าๆ ในความทรงจำ..พ.ศ.๒๕๓๐ ครับ