หญ้ารกและขึ้นเร็วเหลือเกิน ตัดกันไม่หวาดไม่ไหวจนเบื่อ พอเดินตัดบ่อยๆเข้าก็สังเกตพบว่าหญ้าบนผืนดินตามอาณาบริเวณทั่วบ้านนั้นมีหลากหลายชนิดและขึ้นงอกงามได้ไม่เท่ากัน หากจะตัดให้เรียบเหมือนๆกัน ก็ต้องตัดในเวลาไม่เท่ากัน แล้วทำไมการตัดหญ้าจะต้องตัดให้เรียบและต้องมาปวดหัวกับการทำให้หญ้าต่างชนิดกันซึ่งมีธรรมชาติความเจริญงอกงามต่างกัน เท่ากัน ผมเดินตัดหญ้าไปก็คิดไป .....
จากคิดเล่นๆก็เพลินใจไปกับการคิดใคร่ครวญ ตัดหญ้าไปก็ดูแนวหญ้าซึ่งลดหลั่นกัน แล้วก็เริ่มเห็นแบบแผนหลากหลายของหญ้าและต้นไม้เล็กๆตามผืนดิน นี่เป็นความงามจากผืนดินที่มีจังหวะจะโคน มีความสมดุลและลงตัวกับสภาพแวดล้อมที่อ้างอิงเชื่อมโยงกันด้วยความเป็นเหตุเป็นผลอย่างยิ่ง พลันก็เกิดความคิดทำให้เครื่องตัดหญ้าเป็นพู่กัน สกัดงานศิลปะและทำความงามที่ซ่อนตัวสงบนิ่งอยู่บนผืนดินและในผืนหญ้าให้ปรากฏออกมา ศิลปะและความงามเป็นระเบียบกฏเกณฑ์ในการจัดวางตนเองอย่างหนึ่งของธรรมชาติเหมือนกัน ทำให้สิ่งที่มีอยู่นี้ให้ปรากฏขึ้นมาให้ชมกันสักหน่อย ..............
ผืนหญ้าบริเวณที่มีแนวหญ้าแห้วหมูขึ้นเป็นกระจุกมากกว่าเพื่อน เลยกลายเป็นชิ้นงานเล่นจังหวะกับพื้นกว้างของสนามหญ้าไม่ให้ราบเรียบเปล่าโล่งไปเฉยๆ ขณะเดียวกัน สนามหญ้านี้ก็ใช้เป็นลานจอดรถด้วย องค์ประกอบของงานนิเทศศิลป์ เลยเป็นวิชาครูเก่าก่อนที่ผมงัดออกมาใช้ ตัดหญ้าให้เป็นแนวคดโค้งและมีหัวเป็นลูกศร เพื่อจัดวางหน้าที่ใช้สอยและทำเครื่องหมายนำทางเข้าพื้นที่จอดรถสีเขียวไปเลย
กลุ่มต้นดอกหญ้า ดอกกระดุมเงิน งอกเป็นกระจุกๆ กระจายเป็นหย่อมๆ ตัดออกทีไรก็เสียดายทุกที แต่ก็หรอมแหรมและจะรกจนเปิดโอกาสให้หญ้าและเถาวัลย์ที่มีหนามแหลมคมอีกหลายอย่างอาศัยงอกงามไปด้วย พอสักระยะหนึ่ง ก็จะถูกปกคลุมและเข้ามาแทนที่ด้วยต้นหนามและกอหญ้าที่ต้นแข็งหนาแน่น เลยตบแต่งเสียใหม่ให้กลายเป็นพุ่มกระดุมเงิน วางเรียงรายไปตามสภาพที่ธรรมชาติจัดวางตัวเองไว้เรียร้อยแล้ว
พอตบแต่งให้โดดเด่นขึ้นมาแล้ว พุ่มกระดุมเงินเลยเหมือนพุ่มดอกไม้แปลกตา มีหญ้าแซม ซึ่งแทนที่จะดูแล้วมีความหมายเป็นหญ้าที่ขึ้นรก ขาดการดูแล ก็กลับดูเป็นสวยและมีความเป็นธรรมชาติ จัดวางตนเองใหม่จากความเป็นหญ้ารกเรื้อ ไม่มีความหมาย ต้องตัดทิ้ง ก็กลายเป็นองค์ประกอบทางศิลปะระหว่างแมกไม้และบริเวณบ้าน มีสัดส่วนและพื้นที่ความเฉพาะที่สมดุลลงตัวไปกับสภาพแวดล้อมรอบข้าง ได้ความงดงามไปอีกแบบหนึ่ง
เกิดเส้นนำสายตา เชื่อมโยงต้นไม้ บ้าน และสภาพแวดล้อมต่างๆให้มีปฏิสัมพันธ์ผสมกลมกลืนกัน
พอทำเสร็จ นอกจากได้ความเพลิดเพลินไปกับการตัดหญ้าไปอีกแบบหนึ่งแล้ว ก็ให้นึกสงสัยว่า งานศิลปะที่จัดวางลงไปบนระบบนิเวศ โดยศึกษาและพินิจพิจารณาสภาพที่มีอยู่แล้วโดยธรรมชาติ แล้วก็ให้สภาพต่างๆที่มีความสัมพันธ์กันอย่างลงตัวอยู่แล้วในธรรมชาติ ปรากฏขึ้นมาเป็นงานศิลปะ เพื่อทำให้เกิดมิติความงามและได้มิติสุนทรียภาพ เพื่อเข้าถึงความหมาย สร้างอรรถประโยชน์ และเห็นมิติคุณค่าใหม่ๆ จากสิ่งที่กรอบความคิดเดิมของเราจะทำให้มุ่งขจัดสิ่งเหล่านั้นออกไป ในลักษณะอย่างนี้ ซึ่งจะทำให้เราสามารถพัฒนาการเรียนรู้และได้วิธีจัดความสัมพันธ์ใหม่ๆกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในวิถีทางที่ต่างอิงอาศัยกันนั้น มีอยู่อย่างไรบ้างหรือไม่ เลยลองค้นหาด้วยคำว่า Eco-Art ปรากฏว่าค้นเจอและมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจมากทีเดียว ดังตัวอย่างตามลิงก์นี้ http://www.cynthiarobinson.net/ecoart.html
ผมจึงได้หลายสิ่งหลายอย่างจากการตัดหญ้าในครั้งนี้ สนามหญ้าที่มีอยู่แต่เดิมก็กลายเป็นเหมือนสิ่งใหม่และมีชีวิตชีวาอยู่เสมอในชีวิตของผมและครอบครัว ขณะเดียวกัน ก็ได้เรียนรู้วิถีการใช้แรงกายให้เป็นกิจกรรมการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ได้เจริญสติภาวนา สร้างภาวนามัยปัญญา ทำงานความคิดไปบนวิธีทำงานศิลปะ แล้วก็ได้นำประสบการณ์มาบันทึกและแบ่งปันกับผู้อื่น ศึกษาค้นคว้าไปกับการเล่นกับชีวิตประจำวันให้สนุกและให้แรงบันดาลใจใหม่ๆต่อการทำงานและดำเนินชีวิต.
โหตัดหญ้ายังตัดด้วยอารมณ์สุนทรีย์นะพี่อาจารย์ยอดเยี่ยมค่า
คอศิลปะมาแล้ว สนุกดีครับเจ้าครูอ้อยเล็ก
May I sleep under these peaceful trees....
หนูปลูกบ้านทรงเดียวกับอาจารย์เลยค่ะ ภายในไม่กั้นห้อง
บอกคนคิดและเขียนแบบว่า ขอแบบเดียวกับกุฏิในวัด ไว้ถ่ายรูปมาอวดบ้าง
มุมใต้ร่มไม้ที่อาจารย์หมอภูสุภาชอบนี่ ดัดแปลงเป็นแนวทางเดินและติดตั้งนิทรรศการแสดงรูปเขียนประกอบงานศึกษาวิถีชีวิตชุมชนในท้องถิ่นไทยไว้เดินชมกันหลายครั้งแล้วครับ ในอนาคต คิดอยู่เรื่อยๆเหมือนกันครับว่าอยากจะให้เป็นมุมสำหรับอยู่กับความสงบร่มรื่นและเป็นสัดส่วน นั่งคุยกันเป็นกลุ่มเล็กๆ นั่งกินกาแฟ นอนอ่านหนังสือ หาความคิดและบ่มแรงบันดาลใจดีๆจากงานศิลปะ ก็ค่อยๆทำไปทีละเล็กละน้อยครับ
ออกแบบและทำบ้าน ให้เป็นทั้งบ้านและพอจะดัดแปลงให้ยืดหยุ่นไปกับการทำงานและการใช้สอยได้อย่างเอนกประสงค์ ทั้งเพื่อตัวเราเองกับเพื่อการทำงานเชิงสังคมในขอบเขตต่างๆบนต้นทุนชีวิตของเรานี่ ทำให้ทำงานในระดับที่จะสามารถกลมกลืนไปกับการใช้ชีวิตได้ดีนะครับ ไม่ต้องมีการเกษียณเลย
ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยือนครับ
ดร.ปริม, อ.ธวัชชัย, อ.นุ, ครูอ้อยเล็ก, อาจารย์หมอภูสุภา
มีความสุขความรื่นรมย์ใจเสมอทุกท่านครับ
บ้านอาจารย์งาม เงียบและดูสงบมาก ๆ เลยค่ะ
หมู่ไม้ที่ว่า คือต้นอะไรคะ อาจารย์ปลูกหลาย ๆ ต้นใกล้ ๆ กันใช่ไหมคะ ดูเป็นธรรมชาติมาก
หนูเคยปลูกต้นคูนในหลุมติด ๆ กันสี่ต้น เพื่อให้เขาโตขึ้นมาแล้วอยู่เป็นเพื่อนกันเอง คนช่วยทำสวนไม่เข้าใจ มักตัดต้นที่เล็กกว่าออกไป จึงกลายเป็นต้นหลักสองต้นเคียงกันเหมือนพ่อแม่ ต้นเล็กอีกหนึ่งต้นเป็นลูก อีกต้นเล็กกว่ามาก น่าจะเป็นเจ้าตูบประจำบ้าน ก็ดีค่ะ ได้ขำๆ
เอาไว้ไปทำนุดูแลเขาใหม่
ขอบคุณมากค่ะสำหรับบันทึกงามและสงบ
การตัดหญ้าเป็น ลูกศรชี้ทางเข้าบ้านเก๋ดีจังคะ
สวัสดีครับอาจารย์หมอภูสุภาครับ
ต้นไผ่หวานกับต้นชมพู่ครับ ต้นไผ่หวานนั้นเป็นพุ่มและไม่มีหนาม ตบแต่งกิ่งและกอแล้วก็สวยดีครับ เหมือนแจกันทรงสูงที่ขึ้นไปบานข้างบนเป็นช่อ แต่ขนมันแข็งและเยอะครับ เข้าไปกวาดใบและตบแต่งให้ใต้กอโล่งๆอยู่เสมอทีไรก็ต้องแลกด้วยอาการคันคายไปทั้งตัวทุกที ส่วนชมพู่นี่เป็นพุ่มและลีลาการแตกใบสวยดีครับ ปลูกเป็นแถวคู่ขนานไปกับแนวกอไผ่ พอแผ่กิ่งก้านถึงกัน ก็เลยเกิดซุ้มเป็นแนวยาว ต้นไม้เยอะนี่ทำให้นกเยอะดีไปด้วยครับ
สวัสดีครับอาจารย์หมอ ป.ครับ
เพิ่มความมีบรรยากาศทักทายชวนเชิญได้ดีเหมือนกันนะครับ
ภาพนี้ควรเป็นจิ๊กซอร์ชิ้นไหนเอ่ยคะ อาจารย์
ขอลองต่อลงไปด้านตรงข้ามพุ่มต้นไผ่ แอบเห็นแนวรั้วนิดหนึ่งค่ะ
หมอเล็ก
ขอบคุณคุณ sr และอาจารย์ศิลา ที่แวะมาเยือนครับ
คุณ sr หายไปเป็นครู่นี่ ให้รู้สึกว่า การได้อ่านความคิดคมๆ การตั้งคำถามและสายตาวิพากษ์ของนักสังเกตการณ์ปรากฏการณ์ต่างๆ ข้อมูลและทรรศนะความรอบรู้ ขาดความมีชีวิตชีวาไปมากเลยละครับ
สวัสดีครับอาจารย์หมอภูสุภาครับ
อาจารย์ช่างสังเกตมากเลยครับ เหมือนกับเป็นมุมเดียวกันมากเลย แต่เป็นคนละบริเวณของบ้านครับไม่ใช่มุมเดียวกันหรอก ภาพต้นไม้ที่เพิ่งปลูกใหม่นั้น เป็นต้นมะม่วงโชคอนันต์และลองกองครับ เพิ่งจะนำมาปลูกอีกเมื่อ ๒ เดือนกว่าที่ผ่านไปนี้เอง เขาว่าต้องเอาใจใส่และปลูกยากอยู่เหมือนกัน ต้องรออีกสัก ๒-๓ ปีถึงจะโตและออกดอกผลครับ
ดอกหญ้า สวยครับ ท่านพี่ นำ ดอกเห็ดมาแลก
ไม่เคยเห็นเลยครับอาจารย์หมอ JJ ครับ
เป็นเห็ดที่สวยงามและแปลกประหลาดมากเลยนะครับ
กราบสวัสดีคะ ท่านอาจารย์วิรัตน์
บทเรียนจากการตัดหญ้าของอาจารย์ทำให้นึกย้อนเข้าไปด้านใน... การทำการงานในชีวิต แม้นเป็นงานเดิมๆ แต่หากคิดใคร่ครวญ และอยู่กับเขาจริงๆ ก็ผุดพรายและก่อเกิดงานที่สร้างสรรค์ ผ่านการตัดสินใจลงมือทำด้วยหัวใจ
เห็นภาพแล้วทำให้คิดถึงบรรยากาศบ้านสวนคะอาจารย์
สวัสดีเจ้าบี
เห็นด้วยอย่างยิ่งเลย โดยมากแล้ว คนเรามักต้องการสนองความต้องการของตนเองด้วยการแสวงหาสิ่งต่างๆจากภายนอกมากไป ไปจนกระทั่งในภาพรวม สังคมต่างๆก็มักสร้างตัวปัญญา ความรู้ ตลอดจนวิทยาการและเทคโนโลยีต่างๆ ที่มุ่งเปลี่ยนแปลงทุกอย่างให้เป็นไปตามความต้องการของมนุษย์ และขยายกำลังความต้องการของมนุษย์ ที่ในห้วงชีวิตหนึ่งๆและในคนรุ่นหนึ่งๆก็มักจะลืมยกระดับให้ละเอียดประณีตไปอยู่เสมอๆ ให้หันออกไปกำกับควบคุมธรรมชาติ เหมือนกับมนุษย์จะเป็นพระเจ้าเสียเองให้ได้
เราไม่ค่อยได้น้อมนำความสนใจ เพื่อมีเวลาเจริญสติ เรียนรู้เพื่อเปลี่ยนแปลงโลกและชีวิตด้านใน ปฏิบัติกล่อมเกลาและดูแลชีวิต เพื่อเปลี่ยนแปลงด้านใน แล้วสะท้อนออกไปจัดความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม สังคม และโลกภายนอก ด้วยคุณภาพของความสัมพันธ์และการมีปฏิสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไป เป็นอยู่ให้สมดุลและพอดีกับเหตุปัจจัยต่างๆ ที่ดี งาม และเข้าถึงความจริง ที่ดียิ่งๆขึ้น มีคุณค่าและมีความหมายที่ลึกซึ้งแยบคายมากขึ้นทั้งเพื่อตัวเราเองและคนอื่น โดยใช้ปัจจัยและทรัพยากรจากภายนอกให้ยิ่งน้อยลงหรือเท่าเดิม
ดังนั้น บางที สิ่งเดิมๆ แต่ด้วยการที่เรามีวิธีเรียนรู้และพัฒนาการปฏิบัติด้วยความคิด จิตใจ และชีวิตด้านใน ให้เป็นการดูแลตนเองเพื่อให้ดีกว่าเดิม ก็จะสามารถทำให้สิ่งเดิมๆเหล่านั้นมีคุณค่า มีความหมาย ก่อเกิดประโยชน์ ให้สติปัญญาและสร้างความเจริญงอกงาม ให้กับตัวเราเองและสังคม ในมิติใหม่ๆได้เป็นอย่างดีเสมอเหมือนกัน ก็คงจะเป็นทางหนึ่งที่ทำให้เราเข้าถึงความหมายของการใช้ชีวิต ให้ผ่านไปจากห้วงชีวิตหนึ่งๆอย่างได้ความหมายที่ดีที่สุดตามเหตุปัจจัยของเรา สังคมก็มีกำลังที่จะบรรลุถึงความมีสุขภาวะและมีความพอดีร่วมกันมากยิ่งๆขึ้น
ไม่อย่างนั้น โลกก็ต้องรู้จักแต่วิธีแสวงหาสิ่งต่างๆจากด้านนอกอย่างสุดขั้ว กระทั่งจนหมดสิ้นสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ก็ไม่พอ หลังจากไปดวงจันทร์ ดาวอังคาร และจนทั่วระบบสุริยะแล้ว ก็ต้องไม่มีทางพอ การได้ทำชีวิตด้านในให้ดีขึ้น เพื่อทำให้ชีวิต การงาน และสิ่งเดิมๆ ได้สะท้อนการยกระดับตนเองจากด้านใน ก็เลยน่าจะเป็นโอกาสหนึ่งของการได้ทำสิ่งดีๆออกมาจากตัวเราเอง ลักษณะอย่างนี้ น่าจะเป็นแง่มุมเดียวกันกับการที่เรามักได้ยินคนเรียกการเรียนรู้เพื่อทำสิ่งต่างๆให้ออกมาดีว่าเป็นการทำที่ไม่ใช่สักแต่ทำ แต่เป็นการทำที่สะท้อนถึงการได้ใช้ใจทำและทำอย่างมีชีวิตจิตใจ
อากาศตอนนี้เริ่มเข้าสู่หน้าหนาวแล้วละ หน้าหนาวนี้ บี เหมียว และทีมทำงานเครือข่ายวิจัยชุมชน ไปแอ่วเชียงใหม่ ไปนั่งกินกาแฟและนั่งคุยกันที่บ้านบ้างสิ
แถวรอบๆบ้านก็ปลูกต้นชากันเยอะเลยครับอาจารย์ขจิตครับ ต้นชาเป็นพุ่มหนา กิ่งใบเยอะ แน่น ดูตบแต่งให้เป็นรูปทรงต่างๆได้ง่ายนะครับ ผมชอบสีของเขาครับ มันเขียวเข้มดีมากจริงๆ
รูปหัวใจนี่ เป็นภาษาพื้นฐานระดับสากลเมื่อคนเราต้องการสื่อถึงเรื่องที่ออกมาจากมิติอารมณ์ ความรู้สึก และการมีความสุนทรียภาพของมนุษย์ เลยนะครับ เหมือนกับตอนนี้ คนชอบชูแขนทำเป็นรูปหัวใจ หรือทำนิ้วมือแตะกันสองมือเป็นรูปหัวใจ แล้วก็เป็นท่าถ่ายรูปยอดฮิตอย่างหนึ่ง เห็นทั่วโลก พอๆกับที่เมื่อวาดรูป ให้วาดรูปทิวทัศน์ คนก็เขียนรูปภูเขาสองก้อน มีดวงอาทิตย์ขึ้นตรงกลาง เป็นอย่างนี้ไปหมด .... เลยต้องนับว่าเป็นภาษาสากลอย่างหนึ่ง ให้ทำงานศิลปะฝีมือบนอย่างอื่นอีก ไปๆมาๆท่านก็คงต้องมาลงที่รูปหัวใจอยู่ดีนั่นละผมว่า