ชาวนาไทยตอนนี้ดีใจกันมากจากการได้เงินฟรีจากโครงการจำนำข้าวของรัฐบาล แต่หากโครงการนี้ดำเนินต่อไปอีกสักพัก เชื่อได้ว่าจะนำสู่การล่มสลายของชาวนาในที่สุด
หากโครงการนี้ดำเนินต่อไป โรงสีก็ไม่กล้าซื้อข้าว เพราะซื้อมาก็ขาดทุน โรงสีจึงมีบทบาทเป็นเพียงโกดังรับเก็บข้าวและรับจ้างสีข้าว (ซึ่งต้องจ่ายใต้โต๊ะให้ขรก. ท้องถิ่น ไม่งั้นไม่มีทางได้รับการจ้าง) อีกทั้งโรงสีจะไม่ดูแลข้าวเป็นอย่างดีเหมือนดังก่อนที่เป็นสมบัติของตัวเอง นกหนู แมลง ความชื้น ลงก็ช่างหัวมันสิ
ส่วนข้าวทั้งประเทศก็จะถูกประมูล ถามว่าใครจะกล้ามาประมูล เพราะข้าวกองใหญ่ เงินมหาศาล และถึงแม้มีเงินประมูลชนะไปก็ขาดทุนแน่ๆ เพราะราคาประมูลเริ่มต้นก็แพงกว่าราคาตลาดโลกเสียแล้ว ดังนั้นจะมีเพียงผู้ประมูลรายใหญ่ที่เป็นเส้นสายของคนในรัฐบาลเท่านั้นที่กล้าเข้ามาซื้อในราคาสูงกว่าตลาดโลก
แน่นอนว่าผู้ประมูลรายใหญ่นี้เขาก็ขาดทุน แต่เป็นการขาดทุนเชิงตัวเลขเท่านั้น ในทางเป็นจริง พวกเขามีกำไรมหาศาลแน่นอน จากการที่มีกลเม็ดใต้ดินที่ร่วมมือกับนักการเมือง ซึ่งยากที่พวกเราจะตามขุดคุ้ยค้นได้ทัน (จำนำข้าวสมัยก่อนก็เป็นตัวอย่างให้เห็นตำตาไม่ใช่หรือ) เช่น มีการลดภาษีส่งออก ลดโน่น แถมนี่ โกงจำนวนข้าว (ขายข้าวล้านตันแต่คิดราคาเพียง 7 แสนตันเป็นต้น) มาอุทธรณ์ขอลดราคาลงในภายหลังเพราะข้าวเสื่อมคุณภาพ โอ๊ยมันทำได้สารพัด ไม่ยากหรอก
การผูกขาดเช่นนี้ในที่สุดจะทำให้ผู้ค้าข้าวอื่นๆ ต้องเจ๊งกันหมด สุดท้ายเมืองไทยมีผู้ค้าเพียงสองราย (ที่ฮั้วกัน แบ่งกันกินอีกต่างหาก) แต่ทำเป็นสร้างภาพว่าแข่งกัน พอประมูลก็ผลัดกันแพ้กันชนะ ทำเป็นว่าตลาดเสรี
จากนั้นเจ้าสัวสองรายนี้จะไปกว้านซื้อโรงสี พวกเขาจะบีบเพื่อซื้อโรงสีไหนก็ย่อมได้ ไม่ยากเลย เช่น ใช้อำนาจนักการเมืองที่หากินด้วยกันไปกระซิบบอกขรก. ท้องถิ่นในกำมือของเขา ให้ไม่จ้างโรงสีนั้นๆ เก็บหรือสีข้าว โรงสีก็หมดรายได้ แค่ปีเดียวก็เจ๊งแล้ว (ขาดสภาพคล่อง) แล้วเขาก็ไปช้อนซื้อโรงสีได้ถูกๆ ในที่สุดเขาเป็นเจ้าของโรงสีรายใหญ่ๆหมดทั่วประเทศ (คราวจำนำคราวก่อนก็ใช้วิธีการสกปรกนี้นี้มาแล้ว)
จากนั้นเขาก็บอกว่า สู้ไม่ไหวแล้ว รัฐบาลหมดเงินแล้ว ขอให้การขายข้าวเป็นไปตามกลไกตลาด หรือไม่ก็รัฐบาลหมดอำนาจ พรรคอื่นเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้วยกเลิกโครงการนี้
พอไม่มีตัวช่วย ..............คราวนี้แหละพี่น้องเอ๋ย เขาจะกดราคาข้าวอย่างไรก็ได้เพราะเขาผูกขาดธุรกิจไว้หมดแล้ว (พ่อค้าคนกลางเจ๊ง พ่อค้าส่งออกเจ๊ง โรงสีเจ๊ง คราวนี้ถึงคิวเชือดชาวนา) เขาจะกดราคาข้าวเปลือกจนชาวนาเจ๊งเป็นรายต่อไป จนต้องเลิกทำนา แล้วเขาก็ไปช้อนซื้อที่ดินราคาถูกๆ จากชาวนา เอามาทำนาแบบขนาดใหญ่ที่ใช้เครื่องจักร เพื่อป้อนโรงสี และ ธุรกิจข้าวของเขา โดยเอาชาวนาเดิม (ที่ก่อนเคยเป็นเจ้าของนา) มาเป็นลูกจ้างแรงงานทาสทำนาให้เขา
แบบนี้ก็เท่ากับว่าสิ้นชาติเลยนะ ยิ่งกว่าเสียกรุงสองครั้งให้พม่า หรือเสียดินแดนให้ฝรั่งเศสเสียอีก เพราะนี้มันคือการหมดสิ้นจิตวิญญาณแห่งชาติ
...คนถางทาง ( ๙ ตต. ๒๕๕๕)
ก็คิดกันแค่.. วันนี้ต้องได้เงินเท่านั้น ส่วนพรุ่งนี้ก็ไม่รู้แล้วหล่ะ คงต้องตามยถากรรมแล้วหล่ะ ก็ไม่รึ้ว่า..ใครควรจะเข้ามาช่วยเหลือหล่ะ ก็เล่นเป็นพวกเดียวกันหมด ตายทั้งขึ้น ทั้งล่องแหล่ะ ชาวนาไทย
ระยะสั้น ชาวนาไทยได้เงิน หากผม เป็นชาวนาจนๆ ผมก็เอาจำนำข้าว ครับ ใจเขา ใจเรา
ผม ละไป ดู ชาวนาเงิน ล้าน ของรายการ ค คน แล้ว พบว่า ทำเลทำนาดีๆ ที่ ภาคอีสาน หายาก มาก เพราะ ที่นี่ ขาดระบบ น้ำ ไม่งั้นไปเป็นชาวนาเงินล้านแล้ว อิๆ
ระบบชลประทานในตัวเอง โดยไม่ต้องรอรัฐมารมาช่วย ผมได้เสนอไว้แล้วครับ ในบทความเก่าๆ ถ้าท่านศุภฯสนใจลองค้นหาอ่านดูนะครับ