ชั้นเรียนวิชาภาษาไทยเสรีที่ไปสอน เรียนสัปดาห์ละ ๒ คาบ รวมเวลาสอนคราวละ ๑๐๐ นาที  เป้าหมายปลายทางของการเรียนรู้คือ การสร้างวัยรุ่นที่สนุกที่จะเล่นกับภาษา ด้วยการใช้กลบทเป็นเส้นทางในการสรรค์สร้างให้พวกเขามีอิสระในการสร้างสรรค์ภาษาที่มีความงดงามตามแบบของตน

 

จากที่คุณครูประดิษฐ์เล่าให้ฟังว่านักเรียนรุ่นนี้มีคลังคำน้อย  และเคยเรียนการเขียนโคลงสี่สุภาพ กับโคลงประดิษฐ์เด็กเล่น กันมาบ้างแล้ว  ทำให้ดิฉันคิดจะกลับไปตั้งต้นที่การพาให้ผู้เรียนได้รู้จักกับภาษาไทยในมุมมองใหม่ ด้วยความรู้สึกใหม่ๆ

 

เริ่มต้นจากฉันทะ

 

ดิฉันเริ่มทำความรู้จักกับประสบการณ์เดิมของผู้เรียน  ด้วยการให้พวกเขาแนะนำชื่อพร้อมทั้งเล่าให้ฟังว่าตนมีประสบการณ์กับภาษาไทยมาอย่างไร และพยายามย้อนกลับไปให้ไกลที่สุด บางคนที่ย้อนเล่าให้ฟังได้ไกลถึงประสบการณ์ตั้งแต่ชั้นประถม มักจะเล่าว่ารักภาษาไทยมาตั้งแต่นั้น และยังไม่เคยคิดจะเลิกรักเลย ส่วนคนย้อนเล่าได้ถึงแค่ภาคเรียนที่แล้ว มักจะบอกว่าการแต่งโคลงยาก และไม่สนุก

 

อุ่นเครื่องด้วยการให้ทุกคนท่อง ก.ไก่ – ฮ. นกฮูก ต่อๆ กันไปจนครบทั้ง ๔๔ ตัว  จากนั้นก็ให้ท่องสระเรียงต่อกันไปจนกระทั่งครบทั้ง ๓๒ เสียง

 

จากนั้นให้ทุกคนอ่านบทความเรื่อง “ภาษากับความรู้สึก” ที่ ชมัยพร แสงกระจ่าง ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ และตีพิมพ์ไว้ในหนังสือกรองภาษาและวรรณกรรม เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๖  แล้วให้ทุกคนมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ว่าตนคิดเหมือนหรือต่างอย่างไรกับข้อสังเกตดังกล่าว และให้แต่ละคนเลือกอักษรตัวที่ชอบที่สุดออกมากล่าวถึง พร้อมทั้งให้เหตุผลด้วยว่าเหตุใดจึงชอบ

 

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวันนั้น นำพวกเขาไปถึงความเข้าใจที่สะท้อนออกมาให้ได้ยินว่า

 

“ภาษาน่าสนใจกว่าที่เราคิด”

 

“เสียงช่วยแสดงความรู้สึกและอารมณ์ของคำ...ยิ่งแยกเสียง ยิ่งเห็นได้ชัด” 

 

“เราพูดบ่อยครั้งไม่เคยรู้  แต่พอได้อ่านบทความนี้แล้วก็รู้สึกได้ละเอียดขึ้น”

 

“ไม่เคยรู้ว่าที่เราพูด หรือที่เราเห็นสื่อถึงความรู้สึกได้”

 

“ประทับใจ ปกติไม่ได้ใส่ใจ  ต้องไปคิดต่อ  ดูมีอะไร”

                            

 

เมื่อเข้าถึงความรู้สึกที่เกิดจากเสียงตัวอักษรแต่ละตัว รวมทั้งเสียงของสระแต่ละตัวกันแล้ว  ดิฉันก็ชวนให้น้องรุ่น ๑๒ ได้เข้าไปสัมผัสกับมนต์ของคำที่โลดแล่นผ่านคำกวีของพี่รุ่น ๑  จากผลงานการประพันธ์ชิ้นเล็กๆ ชิ้นหนึ่งที่มีชื่อว่า “จระเข้” ของ รินธิดา เรืองรจิตปกรณ์  และกุลธิดา  บุญญวนิช  ซึ่งเขียนส่งดิฉันในขณะที่เธอทั้งสองกำลังเรียนอยู่ชั้น ม. ๒  มาบัดนี้ น้องรุ่น ๑๒  ที่เป็นพี่ชั้น ม.๕  ต้องรับหน้าที่ไปปรับแก้ผลงานชิ้นนี้ให้ถูกฉันทลักษณ์โคลงสี่สุภาพ แต่ยังต้องคงอารมณ์ของคำที่เจ้าของบทประพันธ์เดิมสร้างไว้ให้ได้ครบถ้วน