สองวันก่อนจำเป็นต้องไปกินก๋วยเตี๋ยว (ร้านดูดีซะด้วย)   แล้วก็ต้องออกอาการอ้วกจะแตกเหมือนเดิมๆ  ...ที่ผมเขียนรายงานมายี่สิบกว่าปีจนปลายนิ้วด้านแล้ว  คือ... 

 

 

พอเรามานั่ง มันก็เอาผ้าขี้ริ้วดำๆมาเช็ดโต๊ะ ที่แสนสกป.  ด้วยเศษอาหารเดิม (แทนที่จะเช็ดไว้ก่อนหน้านี้)    จากนั้นมันก็เอามือที่จับผ้าขี้ริ้วนั่นแหละ ไปจับเส้นก๋วยเตี๋ยวเพื่อเอามาปรุงให้เรากิน  จากนั้นก็หยิบเครื่องปรุงโรยไปบนอาหาร

 

 

ร้านนี้อยู่หน้าโรงพยาบาล มีหมอ พยาบาลมากินกันมากอีกต่างหาก   แถมหน้าร้านมีป้าย คลีนFoodกู๊ดTaste ติดอีกด้วย  (สงสัยพ่อมันเป็นฝรั่งแม่มันเป็นเมียเช่าเลยต้องเอาสองภาษา)  โดยที่ป้ายนี้ดำเขรอะด้วยเขม่าเตาต้มก๋วยเตี๋วย  มีหยากไย่เกาะเต็มไปหมด   ธ่อ..ป้ายสะอาดมันยังไม่ทำความสะอาดเลย  แล้วปล่อยให้มันติด ตลอดชีพ  นี่แหละปัญญาหมอไทยเรา   (โดยกรมอนามัย)  

 

 

จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมคลินิกหมอจึงน่าเป็นห่วงมากไม่น้อยไปกว่าร้านก๋วยเตี๋ยว   เพราะมัน สกป. ทั้งภายนอกและภายใน      เช่น เหล็กกดลิ้นเพื่อตรวจช่องปากและลำคอนั้น นั้นพอกดเสร็จก็เอาวางไว้ข้างๆ เตียง สงสัยว่าล้างบ้างไหมหนอ  

 

       ส่วนหมอฟันก็มีแก้วแสตนเลสให้เราบ้วนปาก  สงสัยว่าใช้ซ้ำๆ กันหลายคนเป็นแน่เลย    หมอพวกนี้อยากกระเด็นหนีไปให้ไกลสุดฟ้าจริงๆ  

 

 

แต่เกิดมาเป็นคนไทยก็คงกระเด็นหนีไปไหนได้ไม่เกินนี้หรอก มันเป็น “มหกรรม”   ที่ไม่ใช่ “จุลกรรม” 

 

 

อ๊ะๆ พวกหมออย่าเพิ่งด่วนออกมาปกป้องพวกพ้องตนเองนะ   ในสองเรื่องนี้ ไม่งั้นโดนผมศอกกลับแน่   ....

 

1) เรื่องเหล็กกดลิ้น ถ้าโปร่งใส ทำไมไม่หยิบเอามาใหม่จากตู้เก็บ  ให้คนไข้เห็น  พร้อมใส่ซองบรรจุแบบตะเกียบในร้านก๋วยเตี๋ยวริมทางด้วย   พอใช้เสร็จแล้ว ก็โยนลงอ่างแช่ที่เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทันที ให้คนไข้เห็นกับตา  แต่นี่หยิบเอามาจากอ่างข้างเตียง (ทั้งที่ไม่รู้มาก่อนว่าเรามาตรวจอะไร แล้วทำไมเตรียมเหล็กกดลิ้นไว้พร้อม แสดงว่ามันวางอยู่เช่นนั้นทั้งวันกระมัง) 

 

2) หมอฟันก็เช่นกัน  ทำไมไม่แกะแก้วบ้วนปากออกมาจากห่อกระดาษขาว เหมือนแก้วน้ำในโรงแรม ให้เราเห็นกับตา  แต่ไปที่ไรก็มีแก้ววางไว้พร้อมแล้วทุกที  (วันต่อไปคงต้องเสียมารยาทขอดูก้นแก้วว่าแห้งหรือเปียก  ถ้าเปียกแสดงว่าใช้แล้ว)  

 

ขนาดหมอแท้ๆ ยังสกป. หรือไม่มีจิตสำนึกด้านความสะอาดปานนี้ แล้วจะไปหวังให้คนขายก๋วยเตี๋ยวมันมี  คงต้องรอไปจนกว่าหมอมันจะท้องเสียตายกันหมดประเทศเพราะกินก๋วยเตี๋ยวสกป. หน้า รพ. ก่อนก็แล้วกัน   (ซึ่งคงยากเพราะไอ้พวกนี้ท้องมันชาชินจนด้านไปแล้ว เพราะกินมานานแต่อ้อนแต่ออก   ส่วนสมองของพวกเขาก็คงด้านพอกันแหละ) 

 

 

หมอพวกนี้มันก็อดีตเด็กขยัน ตู้หนังสือเดินได้   เรียนเก่ง   จนสอบเ้ข้าเรียนหมอได้   แต่หามีสมองคิดเชื่อมโยงไม่  ซึ่งว่าไปแล้วก็ไม่ใช่ความผิดของพวกเขาหรอก     ผมว่าผมโทษกระทรวงสาธาฯ และกรมอนามัยมากที่สุด    ที่ไม่ใส่ใจเรื่องนี้ (ผู้บริหารก็หมอแก่ๆ อีกแหละ)     ทั้งที่มันทำได้ง่ายมากๆ ในยุคข่าวสารเช่นในวันนี้   

 

 

เช่น  ออกทอทัดรณรงค์บ่อยๆเรื่องความสะอาดในกิจการต่างๆ  โดยเฉพาะ อาหาร  คลีนิก  หรือ จับเอาพวกนี้มาอบรม  หรือ จัดให้มีการออกใบประกอบอาหาร ที่ต้องสอบผ่านเรื่องความสะอาด  (แบบสอบใบขับขี่ ) 

 

 

แต่มันไม่ยอมคิด ทำกัน (ทั้งที่ถ้าทำแล้วจะมีรายได้จากการโกงกินมากกว่านี้อีกสิบเท่าด้วยซ้ำไป อิอิ) มัวแต่เอาเวลาไปเดินตามตรูด นกม.   

 

...คนถางทาง (๖ ตค ๒๕๕๕)