นิราศอ้อมกอด

  จำใจพรากจากโรงเรียนจึงเพียรจด
บันทึกถ้อยรอยขานที่ผ่านพจน์ ให้ปรากฏลายลักษณ์ประจักษ์พยาน
วันที่สิบธันวาปีห้าหนึ่ง ทัวร์ตะบึงภาคกลางอย่างสุขศานต์
ร่วมเพื่อนน้องผองพี่วิชาการ ลากสังขารอ่อนแอย่ำแย่มา
นัดผองเพื่อนก่อนมาจะพาย่ำ ดูงามขำธิดาโดมอวดโฉมสง่า
กลับนัดหมอขอให้ได้ฉีดยา เพื่อรักษาไข้หวัดที่ขัดคอ
ความแน่นอนไม่มีที่ตามหลอน เหมือนสั่งสอนชีวิตไซร้ไม่แน่หนอ
เพียงหนึ่งวันผันเปลี่ยนเจียนเจ็บท้อ อย่าหวังขอใดมั่นนิรันดร
เคยได้ขวัญกำลังใจให้ไปเที่ยว และเก็บเกี่ยวความรู้ดูการสอน
คือห้าพันต่อคนด้นสัญจร ถูกตัดรอนสองพันห้าคราปีนี้
ไปเมืองนอกเข้าสิมีให้มาก เหตุผลจากผอ.ล้อเล่นนี่
เศรษฐกิจเมืองไทยไม่เข้าที ไยชวนชี้ชมนอกออกเงินตรา
เอ่ยอำลาครูลำยองอยากลองเย้า ครูคอยเฝ้าดลเจ๊เสน่หา
คราเจ๊เอ่ยเปรยคำจำนรรจา ให้ครูติดอุราทุกคราคำ
ไหว้หลวงพ่อ สธ.ขอปกปักษ์ ช่วยพิทักษ์คนจรที่อ้อนพร่ำ
ให้ปลอดภัยพ้นพาลมารกระทำ ทุกเช้าค่ำสนุกสุขสบาย
ห้านาฬิกานัดหมายกลายเป็นหก นิรมลจิตตระหนกด้วยตื่นสาย
ดูแลแม่ตัวร้อนกว่าผ่อนคลาย ผิดนัดหมายขอโทษโปรดเอ็นดู
แล้วรองฯโต้งจับไมค์ไขคำกล่าว เพื่อบอกข่าวคนสานการกินอยู่
สาครรัตน์เอียดจิ๋มภักดีที่อุ้มชู ู ติ๊กพจนามาคู่ครูใจบุญ



ผ่านสี่แยกหลักเมืองเรื่องศักดิ์สิทธิ์ จงปัดพิษผองภัยไกลว้าวุ่น
ดลเจ๊ศรีแจ่มจ้าด้วยการุณย์ คุณครูอุ่นใยรักจากใจเจ๊
สะพานจุลฯเชื่อมคล้องคนสองผั่ง สะพานรั้งสัมพันธ์ไม่หันเห
แต่เมืองไทยไร้ฝั่งยังซวนเซ ยังว้าเหว่ขาดคนสานสะพานใจ
เข้าหลังสวนจวนปั๊มต่างร่ำร้อง ระบายท้องสักคราพาสดใส
ปั๊มจิงโจ้โก้ออกรีบบอกไว ทันสมัยห้องน้ำเกย์ดูเท่ห์ดี
เสียงสำรวจตรวจนับครับค่ะครบ รถเลื่อนหลบวิ่งลู่สู่วิถี
อ.มาโนชย์วิ่งไล่ไม่รอรี สุรภีดื่มกาแฟลืมแลกัน
เปิดบรรเลงเพลงมาร์ชชมพูเขียว ตบมือเกรียวเสียงร้องก้องแข็งขัน
รอจนจบเพลงลาสถาบัน พี่จี๊ด(วรรณ)คว้าไมค์ใส่อารมณ์

พี่เดียนารู้ทุกเรื่องช่างเปรื่องปราด มิมีขาดเฮฮาพาสุขสม
แมวไม่มาหนูซ่าลาทุกข์ตรม ทิ้งความทุกข์กับลมให้ลับลา
เพ็ญยวนจี๊ดอี๊ดสุวิทย์ประดิษฐ์เสียง บุณยฤทธิ์พร้อมเพรียงสุดหรรษา
เราสะดุ้งตื่นพลันทันวาจา ที่แว่วว่า”ร้องหมายให้ควายฟัง”
โอเกะเก่าเย้ายวนล้วนวาบหวิว ชวนสยิวสุวัฒน์จ้องตาตั้ง
ตัวอักษรหลอนตาพาผิดพลั้ง นะจังงังตะลึงแลแต่เอวองค์
ขึ้นเพลงคู่หูซ่านเสียงตาลเฉาะ เสียงเสนาะนุ่มนวลชวนใหลหลง
พี่สุวิทย์เสียงชายหมายมั่นคง หญิงอนงค์สลับเวียนเปลี่ยนจิ๊ด,มล
เสียงกระเซ้าเย้าเยือนเพื่อนเจ๊ศรี เดี๋ยวเพลงนี้ขอคะแนนเป็นมรรคผล
สักหนึ่งร้อยสอยมาตั้งหน้ายล กลับเล่นกลคะแนนถอยด้อยกว่าคำ

เพลงแผ่นแล้วแผ่นเล่าที่เฝ้าเปลี่ยน เสียงบทเรียนก่อนวิวาห์พากันขำ
สุวิทย์สะกิดยวนชวนแนะนำ เดี๋ยวยวนย้ำเร่งครูบอกหนูไว
บทเรียนนี้ล้าสมัยรุ่นใหม่นี้ เด็กรู้ดีกว่าบทเรียนที่เขียนไข
ความเขินอายลาลี้วิถีไทย ต้องทำใจซึมซับกับเปลี่ยนแปลง
“เธออยู่ไหนฉันอยู่นี่ที่รักจ๋า” เสียงแซวมาอยู่โรงเรียนเพียรขันแข็ง
เจ๊คงเพลินเดินดูด้วยเรี่ยวแรง ทุกหนแห่งสะอาดตาคราสั่งการ
แวะกินข้าวแม่กิมลั้งสั่งมากโข น้ำพริกผักกองโตโชว์อาหาร
กุเราเค็มเครื่องยำนำใส่จาน อีกหอยดองจัดจ้านทานอิ่มฟรี
ครูสุทายขนอะไรในที่ลับ มลขานรับขนของหนีภาษี
เป็นคำแสร้งแฝงแอบแยบยลมี ี ฟังต้องตีความนัยเพื่อไขความ

“บัวตูมบัวบาน” หวานถูกหู เสียงคุณครูประภาสสาดเสียงหวาม
อีกกระทงหลงทางพลางติดตาม รักน้องพรคนงามตามนาเกลือ
ฟังเพลงเก่าเกาใจให้ชอกช้ำ คนตัวดำเคยกล่อมขวัญแล้วพลันเบื่อ
ทุกค่ำคืนกล่อมขวัญพลันลาเรื้อ ตกเป็นเหยื่อหน้ามลคนตัวดำ
ถึงทางแยกเลี้ยวซ้ายหมายสวนผึ้ง ทางแยกขึงแยกรักจักระส่ำ
มาแยกคู่เคยพบลบรอยจำ ทางแยกทำรักลาพาลืมเรา

หน้าหนาวนี้จะไปไหนใครใครถาม หนาวนี้ตามหาอ้อมกอดแห่งขุนเขา
หวังอ้อมกอดแน่นหนามาบรรเทา ช่วยปัดเป่าปวดร้าวเมื่อหนาวมา
เมื่อหนาวกายได้ผ้าห่มช่วยข่มหนาว เมื่อปวดร้าวหนาวใจใครรักษา
หนาวน้ำคำเราะรานผ่านวาจา ยากจะหาปกปิดไม่คิดเจอ

เข้าสวนผึ้งคิดถึงข่าวคราวก่อนนี้ ก็อตอามีสร้างตำนานทางการเผลอ
หวังต่อรองพม่าพาเขาเธอ มีแผ่นดินเสนอสานเผ่าพงศ์
ก็อตอามี่ไร้ผืนดินดิ้นต่อสู้ ช่วยกอบกู้คงไว้ไม่ลืมหลง
เราคนไทยพร้อมสรรพกลับยุยง เคยคิดตรงแตกไปไม่กลมเกลียว

ธารน้ำร้อนบ่อคลึงพึงโพสท์ท่า หลายลีลาขาถ่างย่างหวาดเสียว
คำแนะนำครูมลชอบกลเชียว ทำซุกเซี้ยวสัปดนปนคะนอง
ด้วยฝนตกภาคใต้หลายวันนัก หวังไอร้อนช่วยรักษ์ราทั้งผอง
ให้น้ำร้อนฆ่าเชื้อนวลเนื้อทอง เหล่านวลน้องยืนถ่างอย่างครื้นเครง




เข้าอ้อมกอดขุนเขาเนาพำนัก ลูกเจ้าของมาทักแหมเหมาะเหมง
รุ่นลูกหลานป้าจำนรรจ์อย่างกันเอง แล้วรีบเร่งขนสมบัติลงจัดการ
เรือนที่พักจำลองถ้ำทำปูนฉาบ มีOUT DOORห้องอาบสะอาดสะอ้าน
เพยกัลยาพาลงอ่างอย่างเบิกบาน หากมิหาญถอดผ้าท้าแสงจันทร์

ทุกห้องน้ำไร้ประตูแอบดูได้ กระจกใสม่านงามมาตามกั้น
หากสิบหกสิบห้าคราก่อนนั้น จะประชันอวดร่างแข่งนางไพร
แต่ตอนนี้ย้อยหย่อนก้อนพุงหลาม จำปิดห้ามอุจาดตาท้าฟ้าใส
โอ้สังขารกาลพาชราวัย จึงปิดไฟไม่มองแม้ห้องงาม

 

มนุษย์ย่ำทำลายแล้วหมายสร้าง มาถากถางไพรขจีที่อร่าม
แล้วจำลองห้องหอล้อเขตคาม ปลูกแมกไม้หญ้าสนามตามโล่งเตียน
จากป่าใหญ่ไพรกว้างสร้างฝูงผึ้ง เหลือหุบเขาล้านซึ่งป่าโล่งเลี่ยน
ป่าคอนกรีตถูกสร้างอย่างแนบเนียน ตั้งวกเวียนแนบเนินให้เดินชม

 
 

 

เดินชมห้องน้องพี่ที่รายรอบ ต่างชื่นชอบทุกที่ดีเหมาะสม
ทุกบ้านชื่อไม้ไทยใจนิยม เช่นชวนชมซ่อนชู้คู่เฟื่องฟ้า
บ้านโป๊ยเซียนเวียนดูอยู่เคียงสระ ลักษณะซ่อนแอบแนบผืนผา
เขียวลูกปัดเรียงย้อยห้อยเตะตา เหมือนราชาสุลต่านเปิดม่านคอย
แต่สุลต่านท่านนี้มีเมียหนึ่ง งามตาตรึงร่วมชิดคอยติดสอย
ได้แต่มองสุลต่านสานตาปรอย เก็บรูปรอยเตียงนอนก่อนจากมา

 

นฤมลส่งภาษามาดังลั่น บัวสวรรค์บ้านหนูสุดหรูหรา
ห้องสวีตสีชมพูคู่วิวาห์ คนที่อยู่เกือบชรายังเดียวดาย
มื้อคำนี้มีบุปเฟ่ต์เหล่ผักผัด วิมลรัตน์เจ้ามือผู้ซื้อจ่าย
คือเก้าพันปันน้ำใจไปมากมาย อิ่มสบายเกินพอขอขอบคุณ
เมื่อกินมากปากอร่อยย่อมย่อยยาก ท้องแน่นมากไม่ถ่ายให้ว้าวุ่น
กินกินกินอย่าเห็นว่าเป็นคุณ มิอยากตุนของเสียให้เปลี้ยกาย

 

เฮเนเกนท์พิมพ์ใจใฝ่หาเลี้ยง ถือแก้วเคียงเฮฮาพาหนาวหาย
บ้างรับลมดมกลิ่นผกากราย คลี่ขจายกลิ่นหอมให้ดอมดม
ที่มีคู่อยู่ชิดติดเคียงแนบ ก็อิงแอบยิ้มรื่นเราขื่นขม
จำใจแสร้งแกล้งเย้าเข้าชื่นชม เพียงขุนเขากันลมช่วยข่มใจ

 

ถึงเวลาละครดังต่างนั่งเฝ้า น้องเอยเศร้ารักพี่วิกที่จิกใส่
รอพี่วิกเปล่งวาจาว่าอภัย ดูคราใดใจร้าวเศร้าตามเอย
ค่ำคืนนี้ไร้อ้อมกอดให้ออดอ้อน มีเพียงหมอนแอบอิงนอนนิ่งเฉย
รอพี่เอียดเบียดกอดสอดแขนเกย หวั่นพี่บ๊ะจะเปรยเอ่ยตัดรอน
เห่อห้องใหม่หมอนหอมจำยอมหลับ รุ่งรอรับสีสันตะวันอ่อน
ในอ้อมกอดขุนเขาที่เนานอน ไร้ไอร้อนอบอุ่นให้กรุ่นทรวง
  ๑๐ ธันวาคม ๕๑



ยามรุ่งเช้าเขียวมะนาวพราวไสว จากน้ำใจพี่ภักดีไม่มีหวง
เสื้อภูฟ้างามตากว่าทั้งปวง ชักติดบ่วงของฟรีสิแล้วเรา
อาหารเช้าในอ้อมกอดยอดเยี่ยมยิ่ง ทานทุกสิ่งสิ้นสรรพไม่อับเฉา
ได้เวลาด่วนเดินจากเนินเนา พบเพื่อนเก่าเบญจมราชูทิศ
ราชบุรีที่หมายเบญจมฯ ทัศนะการศึกษาภารกิจ
อาชีพครูจะรุ่งเรืองอยู่เนืองนิตย์ ครูต้องคิดพัฒนาวิชาการ
รองผอ.รอรับกับคณะ กล่าววาทะเชิดชูครูทุกท่าน
ชมวีดิทัศน์จัดมาว่าเชี่ยวชาญ ชมผลงานเกียรติประวัติจัดมาโชว์





พบพี่ป้อมเพื่อนเรียนเวียนมาทัก มีผลงานประจักษ์อยู่อักโข
หมอภาษาคุณธรรมทำใหญ่โต มิใช่โอ่อ้างอิงล้วนจริงแท้
กลุ่มงานช่างช่างประดิษฐ์คิดโคมหรู มิเพียงดูมอบให้ได้เผื่อแผ่
เป็นตัวอย่างนักเรียนรู้จากดูแล ฝีมือแน่ควรกล่าวชาวราดรี





กิจกรรมชุมนุมดุ่มศึกษา พิพิธภัณฑ์เสริมค่าสง่าศรี
นักสะสมของเก่าเขามากมี ชุมนุมดีวิธีเด่นเป็นเพราะครู
ขอขอบคุณอาหารทานเต็มอิ่ม มากผักจิ้มแล้วนี่ซึ่โครงหมู
เต้าเจี้ยวหลนสนใจอีกแล้วตู หากอดสูกินนักจักอายกัน


เข้าคูบัวเคลื่อนย้ายหมายซื้อผ้า ไม่รอช้าคว้าสตางค์วางท่ามั่น
คนละผืนสองผืนยืนประชัน ใบละพันจับจ่ายง่ายเหลือเกิน
จากปักษ์ใต้ครูเศรษฐีมีเงินถัง สวนปาล์มยังยางพาราน่าสรรเสริญ
กวดวิชาเงินมาพาเพลิดเพลิน มิอาจเมินหนีหน้าแม้ผ้าแพง
เราเงินน้อยหอยน้อยทุนต้อยต่ำ คว้าผ้าดำหลักร้อยสอยมาแต่ง
เศรษฐีเลือกผ้าดีสีเขียวแดง ยังมีแรงเรียกร้องอีกสองร้าน
จิปาฐะพิพิธภัณฑ์ครูหันกลับ ก้าวฉับฉับผ้ามณีสีจัดจ้าน
ผ้าคูบัวหมายมั่นฉันต้องการ พิพิธภัณฑ์แต่วันวารเพียงผ่านตา


จากราดรีเข้าเมืองนิลถิ่นพลอยใส    หวังจะไปซื้อมณีที่เสาะหา
เหรียญสลึงถึงร้อยทยอยมา วางแผนล่ามณีที่ประมูล
วิมลรัตน์เตรียมของขวัญปันพวกพ้อง คอยจับจองตัดหน้ามิให้สูญ
ปีใหม่มีศิลามณีนี้เกื้อกูล แจกประยูรเพื่อนพ้องได้ต้องใจ
มามอบมุกสีขาววาวแวววับ พร้อมสำทับตัวเราเอาไว้ใส่
คงรำคาญการแต่งไม่แข่งใคร ด้วยเยื่อใยน้อมรับซับไมตรี

อ่านต่อด้านล่าง >>>