| จากราดรีเข้าเมืองนิลถิ่นพลอยใส | หวังจะไปซื้อมณีที่เสาะหา |
| เหรียญสลึงถึงร้อยทยอยมา | วางแผนล่ามณีที่ประมูล |
| วิมลรัตน์เตรียมของขวัญปันพวกพ้อง | คอยจับจองตัดหน้ามิให้สูญ |
| ปีใหม่มีศิลามณีนี้เกื้อกูล | แจกประยูรเพื่อนพ้องได้ต้องใจ |
| มามอบมุกสีขาววาวแวววับ | พร้อมสำทับตัวเราเอาไว้ใส่ |
| คงรำคาญการแต่งไม่แข่งใคร | ด้วยเยื่อใยน้อมรับซับไมตรี |



| เข้าเฟลิกซ์โรงแรมดีที่พิงพัก | โอ่โถงนักเกินหน้าเงินตรานี่ |
| ห้องกว้างขวางทุกแห่งตกแต่งดี | ี แล้วเร็วรี่ล่องแควแลวิวงาม |
| บรรยากาศยั่วยวนชวนคลอคู่ | แต่เหลียวดูหญิงล้วนชวนให้ขาม |
| จึงอิจฉาท่านรองฯคู่ครองตาม | ู่ แล้วหักห้ามใจตนจนค่อยคลาย |
| อาหารดีเพื่อนดีไมตรีล้อม | สุวิทย์กล่อมเพลงเก่าให้เหงาหาย |
| วางภาระไว้ก่อนขอผ่อนคลาย | ความคับข้องมากมายทิ้งลงแคว |

| ถึงเวลาชะชะช่ามาเขย่า | อายุเยาว์เป็นปลื้มลืมความแก่ |
| ส่งสะโพกโยกย้ายส่ายบนแพ | ความชะแร่ชราวัยไม่เหลือรอย |
| สายแควไหลทางเดียวไม่เลี้ยวย้อน | เหมือนจะสอนเวลาไม่ล่าถอย |
| โอกาสมาคว้าพลันอย่ารั้นคอย | จะหลุดลอยหากช้าไม่คว้าไว้ |
| ขึ้นจากแพไร้ทุกข์สุขท่วมท้น | ทุกทุกคนรอ”ใจร้าว”เฝ้าร่ำไห้ |
| เปิดประตูรีบดิ่งสิ่งถูกใจ | ลุ้นเมื่อไรน้องเอยเปิดเผยคำ |
| ที่นอนดีอากาศดีนอนมีสุข | ไม่อยากลุกเวลาดีที่ดื่มด่ำ |
| เพียงแต่เก็บกลิ่นอวลค่าควรจำ | บันทึกนำเก็บอ่านกาลต่อมา |
| ๑๑ ธันวาคม ๕๑ |

| อาหารเช้าไม่รอท่าให้ช้าได้ | เพื่อนจะไปเลือกนิลถวิลหา |
| คนละพวงสองพวงร้อยบ่วงคว้า | กรุณาเผื่อแผ่แหมถูกใจ |
| เราแสร้งนิ่งพิงเฉยละเลยอยู่ | ู่ พี่เอ็นดูกำนัลปันนิลให้ |
| เงินอยู่ครบจบเที่ยวไม่เกี่ยวใคร | ด้วยอาศัยของฟรีแหมดีจัง |
| อิ่มจังตังค์อยู่ครบแอบขบคิด | เพื่อนสนิทหลงเล่ห์เจ๊จุ๋มตั้ง |
| เห็นของขายส่ายหน้าไม่อินัง | พอเพื่อนสั่งค่อยแจมอ้อมแอ้มเอา |


| จากเมืองกาญจน์ผ่านอู่ทองท่องขุนแผน | สู่ดินแดนวัฒนธรรมย่ำของเก่า |
| สงวนหญิงรอรับกับพวกเรา | ของดีเขามากมีชี้แนะนำ |
| สงวนหญิงรักนวลสงวนน้อง | ให้ผุดผ่องมากค่านะคมขำ |
| ของสงวนล้วนศักดิ์ศรีมีค่าล้ำ | อย่าด่วนทำของสงวนเสียนวลนาง |
| รองวิชาการการเก่งดูเคร่งครัด | รายงานชัดนำโยงเรื่องโครงสร้าง |
| จะเจาะลึกใดดีชี้แนวทาง | จัดคนวางเดินดุ่มกลุ่มสาระ |


| คิดวิเคราะห์อ่านเขียนทำเนียนแนบ | จดจำแบบประจักษ์ลักษณะ |
| เด็กอ่านเขียนปั่นป่วนด่วนชำระ | ทำติดปะมองเห็นดูเด่นดี |
| มารยาทประกาศมีทุกที่ผ่าน | คมคำขานขออภัยในทุกที่ |
| ขอขอบคุณนะคะสวัสดี | ต่างชวนชี้จำแบบแอบเอาไป |
| ถนนสุพรรณสรรค์สร้างเส้นทางเยี่ยม | ถนนไหนฤๅเทียมเปรียบปานได้ |
| ถนนตรงคงแน่วเป็นแนวไกล | คงเหมือนใจท่านบรรหารบ้านสุพรรณ |
| บึงฉวากลากปลามาทั่วทิศ | ท่านบรรหารเนรมิตคิดสร้างสรรค์ |
| เพื่อชาวบ้านมีถิ่นทำกินกัน | เมืองขุนแผนจึงพลันได้เจริญ |


| พิพิธภัณฑ์ควายหลายครูอยากดูนัก | มะลิจักดูควายจึงหมายเกริ่น |
| มีนัดหมายข้างหน้ามาเชื้อเชิญ | จึงจำเมินมุ่งหน้าลาฝูงควาย |
| ขึ้นหอคอยคอยคนรักพักร่วมหอ | คอยเคลียคลอล้อเราพอเหงาหาย |
| แม้ครานี้มีเพียงเพื่อนออกเกลื่อนกาย | กลับเดียวดายเพียงตนบนหอคอย |
| น้ำพุเต้นเล่นระบำทำจังหวะ | ฉะช่าฉะเลียนเล่นเต้นหยอยหยอย |
| ฉากน้ำตกซัดซ่านดุจม่านย้อย | ละอองฝอยลิ่วมาหาเนื้อเย็น |

| คุ้มสุพรรณผันกายาหาห้องพัก | ต่างประจักษ์อาหารค่ำนำมาเห็น |
| เลี้ยงโต๊ะจีนอิ่มหนำไม่ลำเค็ญ | พี่เอียดเป็นเจ้าภาพซาบซึ้งใจ |
| รองผู้การวีระน่ะเอื้อเฟื้อ | ด้วยกูลเกื้อรองฯพิกัดจัดการให้ |
| อาหารค่ำจึงยิ้มย่องผ่องอำไพ | ฟังเพลงไปลิ้มอาหารสำราญดี |
| คนสุพรรณเสียงดีเป็นที่หนึ่ง | ต่างรู้ซึ้งเสียงร้องต้องที่นี่ |
| ถิ่นนักร้องก้องกังวานมานานปี | นักร้องมีมากหน้าเกินกว่านับ |
| หากร้องดีมีอวบอั๋นมาดันเสริม | ก็ยิ่งเพิ่มมนตราตาคอยจับ |
| เมื่อบัวตูมเด่นตาล้นผ้ารับ | มิขยับกะพริบตาลาเพลงฟัง |
| ๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๑ |
| ครั้นรุ่งเช้าเข้าอิสานบ้านพี่ติ๋ม | จะไปชิมไก่วิเชียรที่เพียรหวัง |
| ไก่ขึ้นชื่อลือเลื่องเรื่องโด่งดัง | พี่ติ๋มสั่งตำยำทำมากมาย |
| คนใต้บุกรุกแคว้นแดนอิสาน | เสียงส้อมจานขานสั่งดังเหลือหลาย |
| พวกปลาร้าถูกรังเกียจมิเฉียดกราย | หากสมหมายกลุ่มปลาร้าห้าหกคน |
| ทั้งไก่บ้านไก่พันธุ์ช่างสรรหา | มีมากมายเกินอัตราส่ายหน้าบ่น |
| หัวเราะร่วนป่วนลั่นนฤมล | อิ่มท่วมท้นพี่ภักดีใจดีเกิน |
| จากเสียงดังนั่งเงียบอย่างเรียบร้อย | เมื่อตำรวจไม่น้อยคอยเกร่เกริ่น |
| พลตำรวจเอกพัชรวาทมาดชวนเชิญ | มิขัดเขินทักทายคล้ายกันเอง |
| เมื่อกินหมดรถออกขยอกขย้อน | ที่นั่งโยกโขกคลอนกระดอนเด้ง |
| ที่อยู่หลังนั่งสะเทือนเลื่อนลอยเคว้ง | มือกำเกร็งยื้อยุดฉุดเบาะไว้ |
| พี่เดียนาสิ้นเสียงเอียงคอพับ | ท้องแน่นคับหลายคราพาลมใส่ |
| เพลงโอเกะแว่วมาล้าเกินไป | ที่เงียบไซร้ลมจับรับรู้กัน |
| สองข้างทางเขียวขจีสีเขียวข้าว | ความปวดร้าวชาวนาพาโศกศัลย์ |
| หวังกำไรจากนาข้าวปวดร้าวครัน | น้ำท่วมพลันข้าวตายหลายครั้งครา |
| หวังกำไรปีนี้คงดีแน่ | ต้องท้อแท้ร่วงกราวข้าวไร้ค่า |
| กระดูกสันหลังชาติทาสวาจา | คนไร้นาคลังข้าวเจ้าเงินทอง |
| พี่สุดานายหน้ามาคุยโม้ | ได้ส้มโอฟรีฟรีนี่ตั้งสอง |
| พี่กินอิ่มชิมล้นชวนคนลอง | จนเจ้าของขายดีพี่ทำเป็น |
| ไร่บุญคงดงมะขามต่างถามหา | ความเป็นมาอธิบายให้ได้เห็น |
| สีชมพูสีทองในห้องเย็น | ไม่ยากเข็ญซื้อหาสี่ห้าร้อย |
| กำนัลจุลวุ่นว้าการหาซื้อ | ส่วนปากหรือชิมพลางอย่างอร่อย |
| จนอิ่มท้องต้องหยุดนุชตาปรอย | กลัวไม่ย่อยแน่นท้องจำต้องพอ |
| วกตีกลับอยุธยาในขากลับ | เสียงเพลงขับรับกันคั่นหัวร่อ |
| อ.ประพาสเสื้อแดง นปช. | ขับเสียงคลอสุวิทย์บุณยฤทธ์ตาม |
| จิ๋มแขกยวนเพ็ญจี๊ดอี๊ดแอ๊ดอิ๋ว | เสียงแผ่วพลิ้วเพียงตาลที่หวานหวาม |
| คนเป็นลมพี่เดียนาพยายาม | จะหักห้ามสังขารประสานเพลง |
| เมื่อรถหยุดเร่งรุดเข้าสุขา | สุรภีรีบคว้าไมค์เหมาะเหม็ง |
| ทูลทองใจเพราะดีขอจี๊ดเอง | แอบบรรเลงคนเดียวไม่เกี่ยวใคร |
| คนร้องดีเสียงดียังมีซ่อน | คือพี่เจี๊ยบอรชรซ่อนเสียงใส |
| เพียงนั่งนิ่งยิ้มอ่อนซ่อนคมไว้ | ร้องเมื่อไรไพเราะเสนาะกรรณ |
| ฟังเพื่อนร้องหมองหม่นถึงคนรัก | เคยหนุนตักพักอิงแอบมิ่งขวัญ |
| เพลงรอยเล็บเหน็บรักปักใจครัน | คราโศกศัลย์พี่กล่อมย้อมอารมณ์ |
| “คนหนักโลก”มองโลกใจห่อเหี่ยว | ส่งเสียงเกี้ยวลอยมาพาสนิทสนม |
| เสียงไพเราะกินใจใฝ่ชื่นชม | คนหนักโลกลวงลมจมน้ำตา |
| มื้อค่ำนี้ฟรีอีกครั้งยังอิ่มตื้อ | รองฯเจ้ามือครูจิ๋มยิ้มรอท่า |
| เจ้าปลุกสามอร่อยสุดอยุธยา | ด้วยศรัทธามิอาจขัดซัดเต็มพุง |
| ค่ำคืนนี้วรบุรีคือที่พัก | คนคึกคักวุ่นวายหญิงชายยุ่ง |
| แบกกระเป๋ายืนเร่เกือบเซตุง | เพื่อนพยุงยึดยั่นจึงมั่นคง |
| ้ห้ าศูนย์เก้าเข้าห้องสองคนเพื่อน | มิอุ่นเหมือนหนุ่มเหน้าเข้ามาส่ง |
| วัยชะแร่แก่ชราใครคว้าลง | ได้แต่ปลงยอมรับกับความจริง |
| เปลี่ยนเสื้อผ้าลาน้ำอุ่นนอนหนุนหมอน | มาเพื่อนอนแท้แท้แม่ยอดหญิง |
| พี่เอียดค่อนขอดว่าทำท่าติง | เรานอนนิ่งม้วนเดียวจอดตลอดคืน |
|
๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๑ |
| ครั้นรุ่งเช้าทัวร์ตลกวกอิสาน | องุ่นหวานแวงเดอเรย์เร่ระรื่น |
| หวังได้ลิ้มชิมอมดื่มดมกลืน | ให้แช่มชื่นใสสดด้วยรสไวน์ |
| ทิวทางผ่านทานตะวันประชันดอก | เหมือนจะหยอกเย้าตะวันฉันสวยไหม |
| เหลืองระยับจับตาหน้าภูไพร | เจ้าดอกไม้เก่งกล้าท้าตะวัน |
| เพียงดอกไม้กลับกล้าท้าสู้แสง | คนแข็งแรงกลับมิกล้าน่าเดียดฉันท์ |
| คราคับข้องฤดีมักหนีพลัน | อับอายครันพ่ายแพ้แม้มาลี |


| แวงเดอเรย์คุณจเรเร่รอรับ | ต่างพรึ่บพรั่บขยับพลันขมันขมี |
| เจ้าของมัวบรรยายหลายนาที | ครูเร็วรี่จับจองไม่ต้องเชิญ |
| น้ำองุ่นร้อยเปอร์เซ็นต์เร้นหายล่อง | พี่เพยจองยึดไว้ไม่ขัดเขิน |
| คนที่ฟังบรรยายจึงสายเกิน | อดเพลิดเพลินน้ำองุ่นให้กรุ่นทรวง |
| หลายคนซื้อไวน์ดีเตรียมปีใหม | มอบเมรัยไมตรีที่เป็นบ่วง |
| คล้องสัมพันธ์สัญญามาทักท้วง | ่ ยังหวงห่วงภักดีอารีกัน |
| เมาเมรัยพักอยู่เพียงครู่หาย | เมาคำชายหลายปีชังยังโศกศัลย์ |
| เมาคำชมลมลวงเพียงห้วงวัน | เกือบตายพลันแล้วเราเมาคำชม |
| มีที่หมายไร่ปภัสรามุ่งหน้าต่อ | จะร้องขอถ่ายรูปคู่ดูเหมาะสม |
| “กบ” ไม่อยู่ดูไร่ไร้อารมณ์ | ฟังระงมเสียงม้าขอลาที |
| กินสเต็กแอ็คชั่นฉันหัวสูง | แท้เพื่อนฝูงเลี้ยงหรอกออกเงินนี่ |
| สามสี่วันที่อ้วนล้วนกินฟรี | ทัวร์ภักดีอิ่มจังตังค์อยู่ครบ |
| เพื่อนขยาดขลาดเอาเรามาด้วย | เพราะต้องช่วยจ่ายเงินตนจนทัวร์จบ |
| หวั่นพี่เอียดระอาไม่มาคบ | จุ๋มคงพบเหว่ว้าอีกคราแล้ว |
| ก็เบี้ยน้อยหอยน้อยคนต้อยต่ำ | ได้แต่ทำหน้าสวยด้วยตาแป๋ว |
| อ้อนพี่เอียดเบียดพี่รัตน์ถนัดแนว | ก็คลาดแคล้วรังเกียจเดียดฉันท์ตน |

| กลับอีกครั้งอยุธยาคราเย็นย่ำ | อาหารค่ำมื้อนี้ฟรีอีกหน |
| พี่สาครเจ้ามือมื้อท่วมท้น | มากมายจนเกินกินสุดยินดี |
| รู้สึกอายกินฟรีพี่หลายมื้อ | มิอาจยื้อแย่งจ่ายจากหลายพี่ |
| เป็นเนื้อหนูแปะเนื้อช้างอย่างไรมี | ด้วยเจียมตัวหรอกพี่มิจ่ายทอน |
| ค่ำคืนนี้มี "ยอยศยิ่งฟ้าฯ " | โบกมือลาแล้วหนอขอลาก่อน |
| สังขารโหยโรยร่วงด้วยง่วงนอน | ขอพักผ่อนสักคราจุ๋มล้าแล้ว |
| ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๑ |

| ลาเมืองเก่ารุ่งเช้าเข้าวันใหม่ | ไหว้วัดใหญ่ชัยมงคลดลผ่องแผ้ว |
| ครบเวลาห้าวันต้องผันแจว | จิตใจแป้วปั่นป่วนไม่ชวนลา |
| มีสายไหมบังบีจากพี่แขก | มาจ่ายแจกถุงละคนจนถ้วนหน้า |
| แถมหมี่กรอบอร่อยสุดอยุธยา | จุ๋มตีตราเจ้าของเขียนจองคุม |
| รีบตะลอนดอนหวายสุดท้ายนั่น | ต่างหมายมั่นสรรซื้อมะรุมมะตุ้ม |
| ตะเพียนต้มสลิดทอดจอดรอรุม | ซื้อให้คุ้มนานทีจะมีทาน |
| เป็ดพะโล้บังหนับสับใส่กล่อง | ฝากเพื่อนพ้องน้องพี่ที่อยู่บ้าน |
| พริกตาแดงหน่อไม้ต้มสมดวงมาลย์ | ขนมโบราณมากมายหากหมายซื้อ |
| ผักสีเขียวผลไม้หลายชนิด | เพียงแต่คิดหมายมองท้องอิ่มตื้อ |
| ที่หอบหิ้วห้าถุงยุ่งเต็มมือ | ส่ายหน้าหวือเดินลู่ไปสู่รถ |
| จบเส้นทางสุดท้ายที่หมายมั่น | ความสุขสันต์ค่าล้ำขอจำจด |
| ท่านรองฯโต้งพยายามอย่างงามงด | เราทั้งหมดขอบคุณที่อุ่นไอ |
| ขอขอบคุณพี่ภักดีที่น่ารัก | แม้ป่วยหนักมาจัดการสานต่อให้ |
| แม้พี่จะเออร์ลี่ยังมีไฟ | มอบน้ำใจมากค่ากว่ารำพัน |
| ขอขอบคุณ ผอ.ประภาศรี | ท่านมากมีความคิดกิจสร้างสรรค์ |
| อนุมัติเงินให้ใช้จ่ายกัน | จะขยันตอบกลับรับไมตรี |
| สมาคมผู้ปกครองต้องกล่าวขาน | เขาจัดการทุนเติมเสริมมันนี่ |
| ทำให้ครูได้ทัวร์ทั่วทุกปี | สอนเด็กดีเขาสรรปันน้ำใจ |
| ตามอ้อมกอดสอดหาห้าวันแล้ว | ก็ยังแห้วอ้อมกอดหาสอดไม่ |
| ห้าวันหนาวเท่านี้มิเป็นไร | ด้วยชินหนาวหัวใจเนิ่นนานมา |
| ขออยู่ในวงล้อมอ้อมแขนเพื่อน | คงอุ่นเหมือนกอดพี่ที่ใฝ่หา |
| อ้อมกอดนี้มีไมตรีมีเมตตา | อุ่นอุราคงมั่นนิรันดร |
| จึงขอจบบันทึกผนึกถ้อย | เก็บร่องรอยงานครูดูการสอน |
| รวบรวมถ้อยร้อยรัดทัศนาจร | จากพักผ่อนเพิ่มพลังดังรายการ |
| มิเทียบรุ่นสุนทรภู่ครูอาลักษณ์ | ขาดรสรักสลักคำที่ฉ่ำหวาน |
| ไม่โศกเศร้าเร้ารุมกลุ้มดวงมาลย์ | เพียงจดจารจากใจใฝ่เขียนเอย ฯ |
|
ครูภาทิพ ศรีสุทธิ์ |
</strong></strong></strong></strong></strong></strong>