วันนี้หนูมานั่งทบทวนกับตนเอง แล้วก็รู้สึก “ทึ่ง”
ทำไมผู้หญิงคนนี้ คนที่ชื่อว่า “ติ๋ว”
เป็นคนที่มีโอกาสเข้ามาในชีวิตเธอ เยอะมาก
ทั้งด้านการศึกษา
ชีวิตการทำงาน
ชีวิตการเรียนรู้มุ่งสู่การภาวนา
ด้านการศึกษา
หนูเอ็นทรานติดวิศวะ แต่โชคชะตาทำให้สอบติดเภสัชภาคสมทบ สุดท้ายได้ร่ำเรียนจนจบเภสัช แถมได้เจออาจารย์ดี ช่วยชี้ทางให้ได้เรียนปริญญาโท ร่ำเรียนมาก็จนจบ แต่ก็ยังใช้ประโยชน์ได้น้อย
(มาก ๆ เมื่อเทียบกับศักยภาพที่มี)
ด้านการงาน
ได้บรรจุงานที่ที่ทำงานที่พร้อมจะเปิดโอกาสให้ทำอะไรก็ได้ บนพื้นฐานของศักยภาพที่มี แถมถูกหยิบให้มีโอกาสพัฒนาตนเองตามระบบของข้าราชการผู้มีผลสัมฤทธิ์สูง ที่เรียกกันว่า “HiPPS” ได้มีโอกาสรู้จักและเรียนรู้จากผู้บริหารและพี่ ๆที่มีประสบการณ์ แต่เจ้านี่ก็ยัง ยักแย่ยักยัน ไม่เอาจริงเอาจังสักอย่าง
ด้านการภาวนา
มีครู ที่เป็นผู้มีคุณธรรมนำทาง เป็นผู้ที่พร้อมจะให้โอกาส หยิบยื่นสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้อื่นเสมอ ๆ แล้วหนูก็ได้โอกาสรับใช้ใกล้ชิด รวมถึงรับหน้าที่ ๆ เป็นโอกาสในการพัฒนาตนเอง ทั้งที่วัด และงานนอกวัดด้วย
เชื่อหนูไหม ตั้งแต่เกิดมาจนเติบโตมาป่านนี้ยังไม่เคยเห็นใครได้รับโอกาสมากมายขนาดนี้ ครบพร้อมขนาดนี้
แต่นี่เจ็บใจ ที่ ไอ้เจ้านี่มันโง่
ที่เอากิเลส ความลังเลสงสัยมาเป็นตัวถ่วงความเจริญ
เอาความอวดดี เอาทิฐิเอาความยึดมั่นถือมันในความคิดความเห็นตนเองมาบังหน้าจนพัฒนาตนเองได้ช้า มาก ๆ
กว่าจะเข้าใจอะไรสักอย่างหนึ่ง ต้องใช้ความอดทนกับความโง่ของตนเองมาก ๆ ค่ะ
มาวันนี้ พึ่งสอบผ่าน จริง ๆจัง สองเรื่องคือ ศรัทธา และเสียสละ ส่วนเรื่องทานครูก็เมตตาบอกว่า “ทำเป็นละ”
เป็นสิ่งที่ทบทวนมากับตนเอง เมื่อเช้าหนูปิ๊งขึ้นมาอย่างหนึ่งว่า
“สิ่งที่หนูทำได้ และครูเมตตาฝึกหนูมาอย่างดี คือ การเขียนบันทึกถอดบทเรียนสิ่งต่าง ๆ”
แล้วทำไมหนูไม่ทำซะหล่ะ
แว๊บขึ้นมา ใจก็อิ่มสุขอย่างบอกไม่ถูก