เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ลูกสาวป้อนข้าวแม่อยู่ดีๆ แม่ที่เป็นความดันโลหิตสูงก็สำลักและมีเส้นเลือดที่ก้านสมองตีบ อายุรแพทย์ก็ให้ยาลดความดัน ยาป้องกันลิ่มเลือดแข็งตัว ยาบำรุงวิตามินบี ยาลดกรดในกระเพาะ และพยายามใส่สายให้อาหารทางจมูก แต่แม่ไม่ยอม พยายามดึงออกหลายครั้ง จนประสาทแพทย์ก็แนะนำให้ค่อยๆ ใช้อาหารผงและน้ำ โดยควบคุมปริมาณอาหารและน้ำ (450 ซีซีต่อวัน)
แต่ในทางเป็นจริง ยาเม็ดที่มาก อาหารผงที่ไม่อร่อย ทำให้คุณแม่ต้องโดนบังคับป้อนอาหารน้ำ (ยาเม็ดบดและอาหารผงใส่น้ำ) ผ่านหลอดฉีดยา แต่คุณแม่ไม่ค่อยนั่งทาน นอนทานตลอด บางครั้งก็ดูเหมือนจะเคี้ยวข้าวเหนียว (ของโปรด) ได้ด้วย แม่มีแรงแขนขาแต่ต้องพยุงลุกนั่ง นิสัยเดิมดื้อเลยไม่ยอมนั่ง กลิ้งตัวไปมาบนเตียง แต่พูดไม่ได้ หน้าเบี้ยว (จากเดิมของพันธุกรรมแรกเกิด) เลยปรึกษาดร.ป๊อป ให้คำแนะนำด้วย...
ดร.ป๊อป: สงสารครอบครัวนี้มากที่คุณหมอไม่ส่งปรึกษานักกิจกรรมบำบัดในเรื่องการฝึกกลืนอาหาร เลยตรวจประเมินและแนะนำดังนี้
1. ตรวจประเมินความสามารถในการนั่งทานอาหาร: กรณีศึกษามีแรงดันลำตัวในท่านอนตะแคงมานั่งห้อยขาข้างเตียงได้บ้าง ต้องช่วยเหลือ 80% เมื่อจับนั่งมือข้างขวาลงน้ำหนักยันลำตัวได้พอใช้ แต่มือข้างซ้ายอ่อนแรง - แนะนำช่วยประคองข้างซ้าย และใช้แขนกดลำคอไม่ให้แหงนขณะเตรียมป้อนอาหาร
2. ตรวจประเมินกลไกป้องกันการสำลักอาหาร: กรณีศึกษาลิ้นคับปาก ริมฝีปากไม่สบกันปิดสนิท ฟันใช้การไม่ได้ ลิ้นขยับได้พอใช้ แต่ไม่มี Gag Reflex ไม่มี Swallowing mechanism เพราะกล้ามเนื้อในการกลืนอ่อนแรง จำเป็นต้องช่วยเปิดปิดปาก แล้วกรณีศึกษาจะแลบลิ้นได้ตามมา ลิ้นและขากรรไกรซีกซ้ายทำงานได้ดีกว่าลิ้นและขากรรไกรซีกขวา - แนะนำให้ใช้ช้อนชาคว่ำกดลงปลายลิ้นถึงโคนลิ้น พร้อมบริหารเปิดริมฝีปาก แลบลิ้น หุบลิ้น ปิดริมฝีปาก กลืนน้ำลาย โดยกระตุ้นลูบคอหอยถึงใต้คางช่วยกล้ามเนื้อในการกลืน รวม 3 รอบ ก่อนจิบน้ำ (ให้วางช้อนชามีน้ำอุ่นครึ่งหนึ่งในแนวขนานกับพื้นตรงกลางริมฝีปาก อย่าเทลงไปในปากกรณีศึกษา ให้กรณีศึกษาพยายามจิบน้ำอย่างช้าๆ ผ่านการขยับริมฝีปาก จากนั้นนำช้อนออกแล้วจับปิดริมฝีปากให้กรณีศึกษากลืนเอง ก้มคอแล้วลูบคอหอยถึงใหต้กลางเร็วๆ 3 รอบ แล้วปล่อยให้กลืนลงไปเอง ถ้าไม่ได้ให้บ้วนน้ำออกมา ทำแบบนี้อีก 3 รอบ) จากนั้นป้อนอาหารตรงกลางลิ้นซีกซ้าย ช่วยปิดปากและขยับมุมขากรรไกรแบบวนไปมาแรงๆ 3 รอบ แล้วค่อยๆ ช่วยลูบคอหอยถึงใต้คางเร็วๆ 3 รอบ แล้วรอให้กลืนเอง สังเกตว่ากรณีศึกษาสำลักน้ำมากกว่าอาหาร แนะนำให้ใช้น้ำที่เข้มข้นจากน้ำผลไม้ เป็นต้น ข้างต้นให้แบ่งเป็นช่วงเช้า 2 มื้อ ช่วงเย็น 3 มื้อ หรือมื้อกลางวันแยกจากมื้อเย็นมา 1 มื้อ (ในกรณีไม่ต้องหยุดงาน หรือเริ่มจากวันเว้นวัน) มื้อละ น้ำ 2-3 ช้อนชา อาหารไม่เกิน 10 คำ เพราะกรณีศึกษาไม่ได้ออกแรงทำกิจกรรมมากนักต่อวัน
3. ตรวจประเมินความคิดความเข้าใจในการนั่งทานอาหาร: บรรยากาศห้องนอนรวมกับทานอาหารข้างเตียง แนะนำให้เพิ่มไฟสว่าง เพราะกรณีศึกษามีต้อกระจกที่ตาสองข้าง เห็นแสงและภาพเงา อีกทั้งควรฝึกย้ายตัวจากทานข้างเตียงมาที่เก้าอี้วางหันมุม 45 องศากับเตียง ย้ายตัวมานั่งทานอาหารบนเก้าอี้ ซึ่งเป็นเก้าอี้เจาะรูถ่ายได้ เพิ่มโอกาสในการฝึกถ่ายหลังทานอาหารด้วยตนเอง บางครั้งสามารถประคองยกกรณีศึกษาไปที่ล้อเข็น (บังคับเล็กน้อยเมื่อกรณีศึกษาดื้อเพราะเคยชินกับสภาพแวดล้อมที่ชวนง่วงซึม) ไปข้างนอกห้องนอนบ้าง อาทิตย์ละครั้ง เพราะระดับศูนย์หลับตื่นของกรณีศึกษาตื่นตัวเป็นช่วงๆ ละไม่เกิน 40 นาที ระดับความตื่นตัวเพียง 60%
แนะนำหากมีกรณีศึกษาแบบนี้ แพทย์หรือผู้เกี่ยวข้องควรส่งฝึกกับนักกิจกรรมบำบัดด่วนภายใน 6 เดือนแรกหลังโรคหลอดเลือดสมองครับ
ขอบคุณมากครับคุณวิมล212
ขอบคุณมากครับคุณทิมดาบ
ขอบคุณมากครับพี่ศิลา